ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ภาพติดตา (Persistence of Vision)
เมื่อเราหมุนวงล้อแล้วมองภาพผ่านช่องว่างที่มีระยะห่างเท่า ๆ กัน เราจะสามารถเห็นภาพหยุด หรือเคลื่อนที่ไปข้างหน้าและถอยหลังอย่างช้า ๆ ซึ่งภาพที่เราเห็นนั้นจะเรียกว่า “ภาพติดตา” ทฤษฎีการเห็นภาพติดตา ถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ.1824 โดยนักทฤษฎีและแพทย์ชาวอังกฤษ ชื่อ Dr.John Ayrton Paris ที่ได้อธิบายถึงการมองเห็นภาพต่อเนื่องของมนุษย์ไว้ว่า ธรรมชาติการมองเห็นของมนุษย์เมื่อมองเห็นภาพใดภาพหนึ่ง หลังจากภาพนั้นหายไปสายตามนุษย์จะยังค้างภาพนั้นไว้ที่เรติน่าในชั่วขณะหนึ่งประมาณ 1/15 วินาที และหากในระยะเวลาดังกล่าวมีภาพใหม่ปรากฏขึ้นมาแทนที่สมองของมนุษย์จะเชื่อมโยงภาพเข้าด้วยกันและหากมีภาพต่อไปปรากฏขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันก็จะเชื่อมโยงภาพไปเรื่อย ๆ ดังนั้นเราจึงเห็นภาพนั้นเคลื่อนไหว ซึ่งหลักการนี้สามารถนําไปใช้ในการสร้างผลงานด้านแอนิเมชัน (Animation) ได้อีกด้วย หากท่านใดสนใจ สามารถมาทดลองวงล้อภาพติดตาได้ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจําลองกรุงเทพ ที่มา : https://www.exploratorium.edu/snacks/whirling-watcher https://bit.ly/39OCrne http://www.kanlayanee.ac.th/animation/web/animation.htm FacebookFacebookXTwitterLINELine
พรางเพื่อให้ (อยู่) รอด
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมเกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อให้สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้สิ่งมีชีวิตต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมนั้น ๆ เพื่อป้องกันตนเองจากภัยคุกคามหรือจากผู้ล่า “การพรางตัว” (Camouflage) ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้สิ่งมีชีวิตรอดจากภัยคุกคามเหล่านั้น การพรางตัวมีหัวใจหลัก ๆ คือ การทำตัวให้กลมกลืนกับสิ่งที่อยู่รอบข้างให้มากที่สุด เพื่อที่ผู้ล่าหรือเหยื่อจะไม่สามารถมองเห็นหรือระบุตำแหน่งได้ ซึ่งสัตว์แต่ละชนิดก็จะมีรูปแบบการพรางตัวที่แตกต่างกันตามลักษณะสิ่งแวดล้อม พฤติกรรม และเป้าหมายในการพรางตัว ประเภทของการพรางตัว การใช้สีเพื่อซ่อนตัว (Cryptic coloration) เป็นการพรางตัวโดยทำให้สีและลวดลายกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมเพื่อไม่ให้เป็นจุดเด่น เช่น นกเค้าแมวตะวันออกที่ปรับตัวให้ขนมีสีและลักษณะคล้ายเปลือกไม้ที่อาศัยอยู่ขนของจิงที่พรางตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่อาศัยอยู่ สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกที่ปรับตัวให้สีขนกลืนไปกับหิมะในฤดูหนาว และเปลี่ยนสีขนให้กลืนกับก้อนหินและต้นไม้ในฤดูร้อน ม้าน้ำแคระ (Pygmy seahorse) จะมีพฤติกรรมเกาะอาศัยอยู่กับกัลปังหาสกุล Muricella เท่านั้น และมีการปรับตัวให้มีลักษณะคล้ายกับกัลปังหาที่อาศัยอยู่ เป็นการพรางตัวเพื่อหลบซ่อนจากสัตว์ผู้ล่า การพรางตัวแบบใช้สีให้สับสน (Disruptive coloration) เป็นการพรางตัวโดยทำให้เกิดลวดลายบนผิวหนังไม่ว่าจะเป็นแบบลายริ้ว, ลายแถบ หรือลายจุด เพื่อให้เหยื่อหรือผู้ล่าเกิดความสับสน ลายแถบเหล่านี้เมื่ออยู่ใต้แสงและเงามืด หรือแม้แต่การอยู่รวมกันเป็นฝูงจะก่อให้เกิดความคลุมเครือสับสน เช่นฝูงม้าลายเมื่ออยู่รวมกันจะทำให้ผู้ล่าระบุตำแหน่งได้ยาก เสือโคร่งที่มีแถบสีดำคาดบนตัวจะพรางตัวให้เหยื่อเห็นตัวได้ยากขึ้น การเลียนแบบ (Mimicry) เป็นการพรางตัวให้ร่างกายบางส่วนหรือทั้งหมดให้ดูคล้ายกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบข้าง หรือการที่สัตว์ชนิดหนึ่งมีลักษณะรูปร่างหรือสีสันคล้ายกับสัตว์อีกชนิด ส่วนใหญ่มักจะเป็นสัตว์ไม่มีพิษเลียนแบบสีของสัตว์มีพิษเป็นต้น โดยจะเรียกสิ่งมีชีวิตที่ถูกเลียนแบบว่าต้นแบบ (model) และเรียกสิ่งมีชีวิตที่เลียนแบบว่าตัวเลียนแบบ (mimic) ตั๊กแตนตำข้าวกล้วยไม้ (orchid mantis) […]
ทำความรู้จักกับ “นก” สัตว์ป่าคุ้มครองที่ยังพบเห็นได้ในเมือง
นก เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไป เป็นสัตว์ปีกที่จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังชั้นAves เป็นสัตว์เลือดอุ่นที่ออกลูกเป็นไข่ รยางค์คู่หน้าของมันจะถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นปีก มีขนหนาและมีกระดูกที่กลวงเบา และในประเทศไทยเรานั้นเป็นประเทศที่มีความหลากหลายของนกมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ของประเทศและพบนกมากถึง 1,011 ชนิด แต่ก็มีนกหลายชนิดที่ถูกจัดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ความหมายของสัตว์ป่าคุ้มครอง คือ สัตว์ป่าตามที่กระทรวงกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง และมีชื่ออยู่ในบัญชีแนบท้ายของกฎกระทรวง มีรายชื่อนกที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองมากถึง 952 ชนิด ซึ่งกฎหมายไม่อนุญาตให้ล่าหรือมีไว้ในครอบครอง รวมถึงซากของสัตว์เหล่านี้ด้วยเว้นแต่การกระทำโดยทางราชการ เมื่อเราได้ความรู้เกี่ยวกับนกและสัตว์ป่าคุ้มครองในเบื้องต้นกันไปแล้ว ทีนี้เรามาดูตัวอย่างนกที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่สามารถพบเจอได้ในเมืองกัน 1. นกสีชมพูสวน นกสีชมพูสวนเป็นนกที่มีลำตัวขนาดเล็ก ตัวผู้จะมีสีสันสดใส ตั้งแต่หน้าผากถึงตะโพกเป็นแถบยาวสีแดงสดส่วนตัวเมียจะมีสีน้ำตาล มีเพียงส่วนตะโพกและขนคลุมหางสีแดงสด มีถิ่นอาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและล้านนาตะวันออก โดยสามารถพบนกสีชมพูสวนได้ในป่าโปร่ง ชายป่า สวนผลไม้ และสวนสาธารณะ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ชื่ออังกฤษ : Scarlet-backed Flowerpecker ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dicaeum cruentatum (Linnaeus, 1758) วงศ์ (Family) : Dicaeidae 2. นกกาเหว่า นกกาเหว่าหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่านกดุเหว่า เป็นนกที่มีขนาดใกล้เคียงกับอีกา มีลำตัวเพรียวยาว ตาสีแดงและมีหางยาวแข็ง ตัวผู้มีสีดำ ปากมีสีเขียวเทา […]
ความรัก ใช้หัวใจหรือใช้สมอง?
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมแค่สบตาใครบางคน ใจถึงเต้นแรงโดยไม่ทันตั้งตัว ทำไมบางคนเพียงแค่คิดถึงก็ทำให้ยิ้มได้ทั้งวัน หรือทำไม “รักแรก” ถึงฝังอยู่ในความทรงจำ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เราอาจจะคุ้นเคยกับคำพูดที่ว่า ความรักคือเรื่องของหัวใจ แต่ในมุมมองทางวิทยาศาสตร์ความรู้สึกที่เรียกว่า “รัก” เริ่มต้นขึ้นที่สมอง ก่อนจะส่งสัญญาณไปให้หัวใจรับรู้ เมื่อเรากำลังตกหลุมรัก สมองจะเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า ความรักแบบหลงใหล (infatuated love) ซึ่งเป็นช่วงที่ระบบให้รางวัลของสมอง (reward system) ทำงานอย่างเด่นชัด ระบบให้รางวัลนี้เป็นระบบเดียวกับที่ทำงานเมื่อเรากินของอร่อย ประสบความสำเร็จหรือได้รับคำชื่นชม สมองจะหลั่งสารเคมีที่ชื่อว่า โดปามีน (dopamine) ออกมา ทำให้เรารู้สึกดี ตื่นเต้น มีพลัง และอยากเข้าใกล้คนคนนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยเหตุนี้เอง เพียงแค่เห็นหน้าใครบางคน หัวใจก็อาจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว นอกจากโดปามีนแล้ว ความรักยังเกี่ยวข้องกับสารเคมีอื่น ๆ อีกหลายชนิด เช่น นอร์อิพิเนฟริน (Norepinephrine) ซึ่งช่วยกระตุ้นความตื่นตัว ทำให้เราจดจ่อและจดจำรายละเอียดเล็ก ๆ เกี่ยวกับคนที่เรารักได้เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม น้ำเสียง หรือคำพูดธรรมดา ๆ ที่กลับมีความหมายมากกว่าปกติ ขณะเดียวกัน ระดับของเซโรโทนิน (Serotonin) […]

