ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
เมื่อได้ยินเสียง “วี้ หว่อ วี้ หว่อ”
“วี้ หว่อ วี้ หว่อ” เมื่อได้ยินเสียงนี้มาแต่ไกลแม้จะยังไม่เห็นตัวรถ เราสามารถคาดการณ์ได้ว่าอาจจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น หรืออาจจะมีผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วนอยู่บนรถ หรือตำรวจกำลังไล่ล่าจับผู้ร้าย เป็นต้น โดยเสียง “วี้ หว่อ วี้ หว่อ” คือเสียงไซเรนซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของเสียงที่เราได้ยิน ของการได้ยินเสียงนี้ เราจะรู้สึกว่าเสียงมีความทุ้มหรือสูงผิดปกติไปจากเสียงจริง เช่น หากวัตถุที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียงกำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาผู้ฟัง ลักษณะของเสียงจะสูงขึ้นเนื่องจากความถี่สูงขึ้น (ความยาวคลื่นน้อยลง) แต่หากแหล่งกำเนิดเสียงค่อย ๆ ออกห่างจากผู้ฟังเสียงจะทุ้มมากขึ้น เนื่องจากมีความถี่ต่ำลง (ความยาวคลื่นมากขึ้น) จนเงียบไป ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า ปรากฏการณ์ดอปเปลอร์ (Doppler Effect) ซึ่งเกิดจากการเคลื่อนที่สัมพัทธ์ระหว่างแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้ฟัง ทำให้ผู้ฟังได้ยินเสียงที่มีความถี่ไม่เท่ากับความถี่เสียงที่แหล่งกำเนิดเสียงให้ออกมานั่นเอง แหล่งข้อมูล ปรากฏการณ์ดอปเปลอร์ Doppler Effect ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทำความรู้จักกับหินอ่อน
เมื่อครั้งยังเป็นเด็กน้อยวัยละอ่อน ผู้เขียนเคยได้ฟังเพลงที่มีเนื้อร้องว่า “น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน แต่หัวใจอ่อน ๆ ของเธอทำด้วยอะไร” เนื้อเพลงได้เปรียบเทียบถึงความแข็งแรงของหินกับความบอบบางของกล้ามเนื้อหัวใจ ครั้นเติบโตขึ้นมาจึงได้เรียนรู้ว่าในบรรดาหินหลากหลายชนิด มีหินบางชนิดที่ชื่อแสดงถึงความนุ่มนวล นั่นคือ หินอ่อน มารู้จักหินอ่อนกันสักนิดว่าอ่อนจริงเหมือนชื่อหรือไม่ หินอ่อน (marble) คือหินที่แปรสภาพมาจากกลุ่มหินตะกอนชนิดหินปูน (limestone) เกิดจากการสะสมตัวของแร่แคลไซต์ (calcite) หรือแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) นั่นเอง ด้วยสมบัติของแร่ชนิดนี้ที่มีความแข็งตามโมห์สเกลในระดับ 3 สามารถขูดเข้าได้โดยเล็บ และทำปฏิกิริยาเกิดเป็นฟองฟู่เห็นเด่นชัดเมื่อโดนกรดเจือจาง ด้วยความแข็งแรงเพียงระดับนี้ของหินอ่อน การรับแรงกระแทกจากหยดน้ำฝนบ่อย ๆ จะส่งผลทำให้หินอ่อนเกิดความเสียหายได้ ซ้ำร้ายบางครั้งเจอหยดน้ำฝนรวมเข้ากับมลพิษในอากาศมีฤทธิ์เป็นกรด จะสามารถกัดผิวทำลายหินอ่อนให้เสียหายได้มากกว่าเดิมอีก ส่วนที่มาของชื่อเรียกนั้น เป็นเพราะว่าคุณสมบัติความแข็งที่มีมากไม่เท่าหินชนิดอื่น ๆ และเราสามารถใช้เครื่องมือแกะสลักเป็นรูปต่าง ๆ ได้โดยง่าย ดังนั้น หินชนิดนี้จึงถูกเรียกชื่อว่า หินอ่อน นั่นเอง อ่านมาจนถึงตอนนี้แล้ว รู้จักหินอ่อนมากขึ้นหรือยัง อ้างอิง แร่:กรมทรัพยากรธรณี FacebookFacebookXTwitterLINELine
ลัมปี สกิน โรคอุบัติใหม่ที่ไม่ควรมองข้าม
ปัจจุบันผู้คนกำลังประสบกับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลต่อการดำรงชีวิตและทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอย่างรุนแรงทั่วทั้งโลกไม่เพียงแค่ผู้คนที่กำลังตกอยู่ในวิกฤตการณ์ที่น่าลำบากเช่นนี้ ในขณะเดียวกันเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2564 ได้มีรายงานการพบโคเนื้อที่แสดงอาการของเชื้อไวรัสโรคลัมปี สกิน ซึ่งเป็นโรคที่ไม่เคยพบในประเทศไทยมาก่อน “ลัมปี สกิน” เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส Lumpy skin disease virus สกุล Capripoxvirus ที่พบและแพร่กระจายในโค กระบือ แต่ไม่สามารถติดต่อสู่คนได้ โดยอาการของสัตว์ที่ติดเชื้อจะมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต มีตุ่มขนาดใหญ่บนผิวหนัง พบมากที่คอ หัว เต้านม ถุงอันฑะและหว่างขา โดยตุ่มที่เกิดขึ้นสามารถแตกและตกสะเก็ดเกิดเป็นเนื้อตายหรือมีหนอนชอนไชได้ นอกจากนี้ยังพบตุ่มน้ำใสที่เยื่อเมือกทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร ทำให้สัตว์มีอาการน้ำลายไหล ไม่เพียงแค่อาการที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเหล่านี้เท่านั้น แต่สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีลักษณะซึม เบื่ออาหาร รวมถึงอาจมีภาวะเป็นหมันหรือแท้งลูก สำหรับในโคนมน้ำนมจะลดลง 25 – 65 เปอร์เซ็นต์ สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีอัตราการป่วยอยู่ที่ 5 – 45 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอัตราการตายจะสูงในพื้นที่ที่ไม่เคยมีการระบาดมาก่อน โดยโรคลัมปี สกินนี้มีพาหะมาจากแมลงดูดเลือด เช่น เห็บ แมลงวัน และยุง รวมไปถึงน้ำลาย สารคัดหลั่ง สะเก็ดแผล การใช้อุปกรณ์ร่วมกันของสัตว์ เมื่อสัตว์ได้รับเชื้อในช่วงแรกจะต้องทนกับอาการที่เกิดขึ้นเพราะมันไม่สามารถพูดหรือบอกได้เหมือนมนุษย์เมื่อเจ็บป่วย สำหรับการรักษาจะไม่มีการรักษาที่จำเพาะ ต้องรักษาตามอาการเท่านั้น เนื่องจากวัคซีนป้องกันโรคนี้จะมีเฉพาะในประเทศที่เคยมีการระบาดของโรคมาก่อนแล้วเท่านั้น […]
รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV)
รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในยุคปัจจุบัน ทดแทนรถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยใช้แหล่งพลังงานจากการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดมลพิษต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งน้ำมันดิบเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่นับวันจะหมดไปเรื่อย ๆ รถยนต์ไฟฟ้าจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าโดยใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่อาจเป็นแบตเตอรี่หรือแหล่งพลังงานอื่นโดยไม่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิง ไม่ปล่อยคาร์บอนมอนอกไซด์ ไม่เกิดฝุ่นและเสียงรบกวน ถือว่าเป็นมิตรกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อมเพื่อก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (low carbon society) อย่างไรก็ตาม รถยนต์ไฟฟ้าปัจจุบันยังมีทั้งแบบอาศัยเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในมาใช้ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งในส่วนการขับเคลื่อนและผลิตพลังงานไฟฟ้าเก็บสะสมในแบตเตอรี่ หรือเป็นแบบที่ใช้เชื้อเพลิงอื่นอย่างแก๊สไฮโดรเจนมาผลิตพลังงานไฟฟ้าโดยใช้เทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงด้วยดังนั้น จึงแบ่งรถยนต์ไฟฟ้าออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1) รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% จากแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า โดยต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานภายนอก และไม่มีเครื่องยนต์ที่ต้องเผาไหม้เชื้อเพลิงจึงไม่มีการปล่อยไอเสียออกมา 2) รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle: HEV) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมประกอบไปด้วยเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนเป็นหลัก ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมแบตเตอรี่ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต่ำกว่ารถยนต์ทั่วไป ไม่มีช่องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานภายนอก 3) รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน (Plug-in Hybrid Electric Vehicle: PHEV) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนามาจากแบบไฮบริด แต่มีช่องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานภายนอกได้สามารถวิ่งได้ระยะทางที่ไกลกว่าแบบไฮบริด 4) รถยนต์ไฟฟ้าแบบเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric […]
