ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
เครื่องวัดออกซิเจนกับโควิด 19
หากพูดถึงสถานการณ์ของโรคระบาดไวรัสโควิด 19 ในประเทศไทยกล่าวได้ว่ายังเป็นเรื่องที่ควรวิตกกังวล เนื่องจากพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งมีรายงานว่าพบผู้ป่วยโควิดจำนวนหนึ่งที่ไม่แสดงอาการป่วย แทบจะไม่มีอาการเหนื่อยหรือมีอาการบ่งชี้เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ แต่พบว่าปอดมีความผิดปกติ เมื่อตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือดพบว่าระดับความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดต่ำแต่ร่างกายไม่ตอบสนองต่อความผิดปกตินี้ ส่งผลให้เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ อาการจึงรุนแรงกว่าที่คาดไว้ เราเรียกสภาวะนี้ว่า ภาวะพร่องออกซิเจนเรื้อรัง (Happyhypoxia) ดังนั้นเครื่องตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด หรือ Pulse Oximeter จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยติดตามอาการของผู้ป่วยโควิด 19 ทั้งผู้ป่วยที่รักษาตัวที่โรงพยาบาลและที่บ้าน เครื่องวัดออกซิเจนมีทั้งแบบตั้งพื้นและแบบพกพา ในบทความนี้จะกล่าวถึงเฉพาะเครื่องวัดออกซิเจนพกพาแบบปลายนิ้ว หรือชื่อเต็มคือเครื่องตรวจวัดความอิ่มตัวออกซิเจนของฮีโมโกลบินจากชีพจร โดยจะบอกค่าโดยประมาณของระดับความอิ่มตัวออกซิเจนที่จับกับฮีโมโกลบินที่อยู่ภายในหลอดเลือดแดง ซึ่งหากค่าความอิ่มตัวออกซิเจนในเลือดสูง แสดงว่าอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายสามารถนำออกซิเจนในกระแสเลือดไปใช้ได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ ในทางกลับกันหากค่าความอิ่มตัวออกซิเจนในเลือดต่ำแสดงว่าอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายจะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกาย อีกทั้งค่าความอิ่มตัวออกซิเจนในเลือดนี้ยังเป็นค่าสำคัญที่ใช้บอกประสิทธิภาพการทำงานของปอดด้วย ความอิ่มตัวของออกซิเจน (SpO2 ) คืออะไร ? ส่วนประกอบสำคัญที่อยู่ในเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีหน้าที่นำออกซิเจนไปยังเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายเรียกว่าฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) โดยทั่วไปแล้วฮีโมโกลบิน 1 โมเลกุล จะสามารถจับกับออกซิเจนได้ 4 โมเลกุล ในเม็ดเลือดแดงจะมีฮีโมโกลบินอยู่ 4 ชนิด ซึ่งเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วนี้จะตรวจวัดได้แค่ 2 ชนิด […]
“กระต่ายบนดวงจันทร์” จากความเชื่อสู่เรื่องจริงของแพริโดเลีย
ดวงจันทร์ที่ปรากฏบนท้องฟ้าเป็นบริวารของโลกที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง เเต่เเสงที่เห็นนั้นเกิดจากแสงสะท้อนของดวงอาทิตย์ ทำให้มองเห็นดวงจันทร์ มีลักษณะต่าง ๆ เช่น ดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยว ดวงจันทร์เสี้ยว เเละดวงจันทร์เต็มดวง นอกจากนี้เมื่อมองจากพื้นโลกหากสังเกตดี ๆ อาจเห็นพื้นผิวดวงจันทร์ที่เหมือนมีเงาสีเทา ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับกระต่ายตัวใหญ่ดังเช่นในนิทานหรือตำนานพื้นบ้านของหลาย ๆ ประเทศ ที่มักกล่าวถึงเรื่องราวการอาศัยอยู่บนดวงจันทร์ของกระต่าย เช่น แอฟริกา ทิเบต จีน ญี่ปุ่น อเมริกากลางเเละอเมริกาใต้ แล้วกระต่ายบนดวงจันทร์มีจริงหรือไม่ กระต่ายบนดวงจันทร์ คือ บริเวณเงาสีเทาที่เกิดจากการพุ่งชนดวงจันทร์ของอุกกาบาต ประมาณ 3.9-3 พันล้านปีที่แล้ว การพุ่งชนของอุกกาบาตส่งผลให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ เเละทำให้พื้นผิวของดวงจันทร์ทะลุจนแมกมาซึ่งอยู่ด้านล่างไหลออกมาเป็นลาวาจำนวนมาก เมื่อลาวาเย็นตัวลงอย่างรวดเร็วจึงเกิดเป็นหินบะซอลต์ที่มีสีเทาถึงดำ ซึ่งบริเวณเเอ่งราบที่ลาวาไหลมาปกคลุมนี้ถูกเรียกว่าทะเล (Sea) หรือมาเร (Mare) เพราะมีพื้นที่กว้างใหญ่เปรียบได้กับทะเลบนพื้นโลกเพียงแค่ไม่มีน้ำเท่านั้นเอง หากมองจากโลกพื้นที่ที่เป็นหินบะซอลต์จะมีสีทึบมองดูคล้ายกับกระต่าย ส่วนพื้นที่ที่อยู่สูงกว่าทะเลจะมีสีจางเรียกว่า ที่สูงดวงจันทร์ หรือ Lunar highland ความสูง-ต่ำของพื้นที่เเละหินบะซอลต์นี่เองที่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมเราถึงมองเห็นเหมือนว่ามีกระต่ายอยู่บนดวงจันทร์ แพริโดเลีย (Pareidolia) กับกระต่ายบนดวงจันทร์ เคยสงสัยกันไหม เเค่หินบะซอลต์ทำไมจึงกลายเป็นกระต่ายได้ล่ะ กระต่ายที่เราเห็นนั้นเเท้จริงเเล้วเกิดจากปรากฏการณ์แพริโดเลีย (Pareidolia) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางจิตใจของมนุษย์เท่านั้น เเพริโดเลียเป็นทักษะการจดจำใบหน้าที่มนุษย์มีติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด ช่วยให้สามารถระบุหน้าตาสิ่งต่าง ๆ […]
แมงกะพรุนผู้ไม่มีสมอง
“เคยคิดไหมว่าทำไมสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า แมงกะพรุน ที่ไม่มีสมอง ไม่มีหัวใจ ทำไมยังคงมีชีวิตอยู่มาถึงทุกวันนี้” แมงกะพรุนจัดอยู่ในกลุ่ม Cnidarian ซึ่งเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง แม้จะถูกเรียกว่า jellyfish หรือ ปลาวุ้น ในภาษาอังกฤษ แต่ความจริงแล้วแมงกะพรุนไม่ใช่ปลา แมงกะพรุนเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลกนี้มานานกว่า 500 ล้านปี ซึ่งนานกว่าสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ และอยู่มาก่อนที่จะมีไดโนเสาร์ถึง 230 ล้านปี แม้จะอยู่มาก่อนการเกิดของไดโนเสาร์ แมงกะพรุนก็ยังคงอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จทางวิวัฒนาการที่น่าประทับใจ แมงกะพรุนไม่มีสมองที่จะช่วยคิดหรือควบคุมการเคลื่อนไหวเหมือนกันกับสัตว์ตัวอื่น ๆ แต่พวกมันมีระบบประสาทที่กระจายตัวอยู่ทั่วร่างกายเรียกว่า “nerve net” ซึ่งทำหน้าที่เหมือนระบบประสาทของสัตว์หลายชนิด ระบบนี้ช่วยให้แมงกะพรุนสามารถตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว และใช้วิธีในการเคลื่อนไหว หากิน โดยไม่จำเป็นต้องมีสมองมาคอยสั่งการและพวกมันสามารถปรับตัวเข้ากับธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม และด้วยความที่แมงกะพรุนมีโครงสร้างร่างกายที่เรียบง่าย ตัวของมันประกอบไปด้วยน้ำมากถึง 95% จึงทำให้เหล่าแมงกะพรุนล่องลอยพริ้วไหวสง่างาม ดูเป็นหนึ่งเดียวกันกับกระแสน้ำ นับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งที่สุดในธรรมชาติ แมงกะพรุนเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ มากกว่าการควบคุมหรือเอาชนะมัน การปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติอย่างเรียบง่ายอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการอยู่รอดในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับแมงกะพรุนที่ล่องลอยไปตามกระแสน้ำ แม้ไม่มีสมองหรือหัวใจ พวกมันยังคงอยู่รอดตลอดหลายล้านปี แสดงถึงความสำเร็จทางชีววิทยา และ สะท้อนให้เห็นว่าความซับซ้อนไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่ทำให้สิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการ อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
กาแฟ หรือแกฟะ?
กาแฟหรือแกฟะ? วิทยาศาสตร์ของอาการใจสั่นเมื่อกินกาแฟ ไม่รู้ว่าใจฉันที่กำลังสั่นเป็นเพราะกาแฟ หรือเป็นเพราะแพ้ให้คนน่ารักอย่างแกฟะ กาแฟหรือแกฟะ – Intoverse ถึงจะไม่รู้ว่าอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเป็นเพราะคนตรงหน้า หรือเป็นเพราะคาเฟอีนจากกาแฟแก้วใหญ่ที่ดื่มอย่างรวดเร็วด้วยความประหม่าคนตรงหน้าอีกที แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นอาการที่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวเอาซะเลย ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับกาแฟและกระบวนการก่อนจะมาเป็นกาแฟสักเล็กน้อย กาแฟเป็นพืชชนิดหนึ่ง เมล็ดกาแฟได้จากผลกาแฟสุกสีแดงที่ทำได้จากการบีบเบา ๆ จากนั้นนำไปคั่วให้มีกลิ่นหอมตามกรรมวิธีหลากหลายแบบ ในกาแฟมีสารคาเฟอีนอยู่โดยธรรมชาติเพื่อป้องกันตัวเองจากแมลง เราสามารถพบคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบในช็อกโกแลต ชา น้ำอัดลมและเครื่องดื่มชูกำลังต่างๆและยังสามารถพบคาเฟอีนได้ในพืชอีกมากกว่า 60 ชนิด เรากินคาเฟอีนไปเพื่ออะไร? ถึงแม้ว่าคาเฟอีนจะเป็นสารที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตก็ตาม แต่ในบางกิจกรรมในชีวิตประจำวันของวัยเรียนวัยทำงานหรือช่วงเวลาพิเศษ เช่น การไปเดท การขับรถระยะไกล การรับคาเฟอีนก็เป็นส่วนช่วยในด้านการกระตุ้นของระบบร่างกายต่าง ๆ ไม่ว่าจะความกระปรี้กระเปร่า การออกจากความรู้สึกเหนื่อยล้า หลุดจากความง่วง การเพิ่มการเผาผลาญ และส่วนใหญ่มักจะรับคาเฟอีนเพื่อให้สมองตื่น แล้วสมองเราตื่นได้อย่างไร? กลไกการดีดเด้งของสมองจากกาแฟหรือคาเฟอีนเริ่มขึ้นจากสารอะดีโนซีน (adenosine) ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการเฉื่อยชาง่วงนอนจากการลดกิจกรรมของเซลล์ประสาท สารนี้จะทำงานต่อเมื่อไปจับกับตัวรับสาร (Adenosine receptor) แต่ด้วยโครงสร้างสารของคาเฟอีนมีความคล้ายกับโครงสร้างของอะดีโนซีน ดังนั้น คาเฟอีนจึงสามารถหลอกเจ้าตัวรับแล้วเข้าไปแทนอะดีโนซีนได้ การสวมรอยนี้ของคาเฟอีนส่งผลให้เพิ่มการทำงานของเซลล์ประสาทในสมอง และในเวลาเดียวกันก็มีการกระตุ้นการสร้างอะดรีนาลีนร่วมด้วย อะไรทำให้ใจสั่น แล้วใจสั่นจากสิ่งอื่นได้มั้ย? ใจสั่น (Palpitation) คือหัวใจเต้นเร็วหรือผิดจังหวะไม่สม่ำเสมอ อาการวิตกกังวล กระวนกระวาย ไม่มีสมาธิ เนื่องจากคาเฟอีนมีผลในการเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจจากการหลั่งของอะดรีนาลีนร่วมด้วยกับการได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่มากเกินไปที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว […]

