ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
วิกฤตการณ์ใต้ทะเล..ปะการังฟอกขาว
หากใครเคยไปดำน้ำหรือไปเที่ยวทะเลจะสังเกตเห็นว่าปะการังใต้ท้องทะเลนั้นมีสีสันสดใสสวยงาม แต่ปัจจุบันวิกฤตการณ์ใต้ทะเลที่เป็นผลมาจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ (climate change) อันเนื่องมาจากน้ำมือของมนุษย์ กำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศใต้ท้องทะเลอย่างหนักโดยเฉพาะกับปะการังที่พบการเกิดปรากฏการณ์ฟอกขาวขึ้นเป็นวงกว้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลที่ใช้ประโยชน์จากแนวปะการังให้ขาดที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร แหล่งอนุบาลลูกปลา และที่หลบภัย ทำให้ถูกล่าได้ง่ายขึ้นเป็นผลให้ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลดลงเป็นอย่างมาก ปะการังฟอกขาว (coral bleaching) เป็นปรากฏการณ์ที่เนื้อเยื่อปะการังมีสีซีดหรือจางลงจากการสูญเสียสาหร่ายซูแซนเทลลี (zooxanthellae) เกิดจากสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสาหร่าย เช่นอุณหภูมิน้ำทะเลสูงเกินไป มีน้ำจืดไหลลงมาทำให้ความเค็มลดลง ตะกอนที่ถูกน้ำจืดไหลพัดพามาจากชายฝั่ง หรือแม้แต่มลพิษที่เกิดจากการใช้ประโยชน์ทางทะเลของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยน้ำเสีย การใช้ครีมกันแดด การทิ้งขยะตามแนวชายหาดก็ล้วนมีผลให้สาหร่ายซูแซนเทลลีออกมาจากเนื้อเยื่อของปะการังเพื่อความอยู่รอด โดยปกติเนื้อเยื่อของปะการังไม่ได้มีสีสันสวยงาม เป็นเพียงเนื้อเยื่อใส ๆ เท่านั้น ส่วนที่เห็นเป็นสีสันจากปะการังไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีส้ม สีเขียว หรือสีน้ำตาลนั้นมาจากสาหร่ายซูแซนเทลลีทั้งสิ้น โดยสาหร่ายจะทำหน้าที่ในการสังเคราะห์แสง ให้ธาตุอาหารแก่ปะการังใช้ในการดำรงชีวิตและช่วยในการเจริญเติบโต ปะการังจะเป็นที่อยู่อาศัยและให้สาหร่ายนำของเสียจากปะการัง เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ไนเตรท ฟอสเฟตมาใช้ในการสร้างสารอาหาร วงจรชีวิตของปะการังและสาหร่ายซูแซนเทลลี เป็นภาวะพึ่งพาอาศัยกัน (mutualism) หากแยกกันอยู่จะไม่สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ ปะการังที่เกิดการฟอกขาวสามารถกลับคืนสู่สภาพปกติได้ หากสาหร่ายซูแซนเทลลีเหล่านั้นกลับเข้าสู่ตัวปะการังอีกครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นได้เมื่อปัจจัยแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปกลับคืนสู่ภาวะปกติ ปะการังจะสามารถดำรงชีวิตโดยปราศจากสาหร่ายซูแซนเทลลีได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ หากมีเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเป็นวงกว้างและระยะเวลายาวอย่างต่อเนื่อง จะทำให้การฟื้นตัวของปะการังโดยธรรมชาติมีโอกาสเป็นไปได้ต่ำ หรือไม่มีเลย และถ้าสาหร่ายซูแซนเทลลีไม่กลับเข้าสู่ปะการังในช่วงเวลาดังกล่าวปะการังเหล่านั้นก็จะตายในที่สุด เมื่อเราทราบถึงความสำคัญของปะการังและสาเหตุที่ทำให้เกิดการฟอกขาวของปะการัง โดยส่วนสำคัญในการทำลายแนวปะการังนั้นก็มาจากน้ำมือของมนุษย์เองไม่ว่าจะเป็นการสร้างมลภาวะต่าง […]
เมื่อใบตองกลายเป็นอาหาร: เทรนด์ใหม่หรือความเข้าใจผิด?
ในโลกของอาหารที่ไม่เคยหยุดนิ่ง การค้นหาวัตถุดิบใหม่ ๆ หรือการนำสิ่งที่คนเคยมองข้ามกลับมาใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างกระแสและเติมความสดใหม่ให้กับวงการอาหาร “ใบตอง” ซึ่งเคยถูกใช้เป็นเพียงบรรจุภัณฑ์หรือวัสดุรองอาหาร ปัจจุบันกำลังถูกรังสรรค์ให้กลายเป็นอาหารทานเล่น โดยการนำใบตองอ่อนมาชุบแป้งทอดกรอบ แม้จะไม่ใช่อาหารจานหลัก แต่แท้จริงแล้วใบตองสามารถเป็น “อาหาร” ได้จริงหรือเป็นเพียงความเข้าใจผิดที่เกิดจากกระแสนิยม ทว่าเมื่อศึกษาในแง่โภชนาการ ใบตองกลับมีองค์ประกอบที่น่าสนใจดังนี้ เส้นใยอาหาร (Dietary Fiber) ใบตองประกอบด้วยเส้นใยจากเซลลูโลสในปริมาณสูง สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ใบตองมีสารโพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายให้แข็งแรง วิตามิน ใบตองมีวิตามินในปริมาณเล็กน้อย เช่น วิตามินเอและวิตามินซี ซึ่งช่วยในเรื่องการบำรุงผิวและเสริมภูมิคุ้มกัน แร่ธาตุ มีแร่ธาตุในปริมาณเล็กน้อย เช่น โพแทสเซียมและแคลเซียม ซึ่งดีต่อการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ สารยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ใบตองมีสารประกอบแทนนิน (Tannin) , สารประกอบพอลิฟีนอลิก (Polyphenolic compounds) และสารกันหืนอย่างบิวทิลเลตเตด ไฮดรอกซีโทลูอีน (Butylated hydroxytoluene : BHT) ในปริมาณเล็กน้อย จึงทำให้สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์และเป็นสารกันหืน ทำให้สามารถยืดอายุของอาหารได้ดีด้วย แม้ใบตองจะมีประโยชน์ แต่กลับถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของการทำอาหาร จัดเสิร์ฟอาหาร หรือห่ออาหารมากกว่านำมารับประทานเพราะยังมีข้อจำกัดบางประการ ได้แก่ […]
สัตว์น่ารักอันตรายกว่าที่คิด
สิ่งมีชีวิตมี “พิษ” ที่เปรียบเสมือนอาวุธที่ใช้เอาชีวิตรอด เมื่อพูดถึงสัตว์มีพิษหลายคนคงคิดถึงงู หรือแมลงต่าง ๆ แต่ใครจะไปรู้ว่าสัตว์ที่มีหน้าตาน่ารักอย่าง “นางอาย” ที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมนั้นจะมีพิษร้ายแรงด้วยเหมือนกัน อย่างที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันนี้มีคนที่เลี้ยงสัตว์แปลก ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งนางอายก็เป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่มีคนแอบลักลอบเลี้ยง นอกจากผิดกฎหมายแล้วยังอันตรายกว่าที่คุณคิด เนื่องจากนางอายมีต่อมผลิตพิษใต้แขน โดยมันจะเลียพิษที่ออกมาจากต่อมผสมกับน้ำลายก่อนกัดจะทำให้แผลที่เกิดขึ้นหายช้าและกลายเป็นหลุมทำให้เนื้อตายในภายหลังและถ้ากัดคนพิษของมันอาจทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรง หายใจไม่ออกจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนางอายก็ยังมีตุ่นปากเป็ดที่มีเดือยพิษที่ฝ่าเท้าด้านหลังไม่เป็นอันตรายมากนัก แต่จะทำให้สัตว์ผู้ล่ารู้สึกระคายเคืองเจ็บปวดจนไม่อยากกินมันได้ ถึงแม้สัตว์บางตัวจะหน้าตาน่ารักแค่ไหนเราก็ไม่ควรที่จะไปสัมผัสหรือนำมาเป็นสัตว์เลี้ยง ควรปล่อยให้มันอยู่ตามธรรมชาติและชื่นชมอย่างห่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยสัตว์และตัวเราเอง อ้างอิง https://www.bbc.com/thai/features-51414582https://www.bbc.com/thai/international-55608809http://realmetro.com/slow-lorishttps://board.postjung.com/1069220 FacebookFacebookXTwitterLINELine
พลาสติกชีวภาพ เป็นมิตรหรือศัตรูกับสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันปัญหาขยะพลาสติกกลายเป็นปัญหาใหญ่ของโลก ที่ทำลายสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่รู้หรือไม่ว่าจุดเริ่มต้นของการใช้ถุงพลาสติกมาจากความต้องการที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการตัดไม้ ทำลายป่า จากการใช้ถุงกระดาษ ด้วยคุณสมบัติที่ดีของพลาสติกที่มีความแข็งแรง น้ำหนักเบาและสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ แต่ปัจจุบันกลับพบว่าถุงพลาสติกเป็นตัวปัญหาที่ใหญ่กว่าในการจัดการ เนื่องจากถุงพลาสติกถูกใช้แล้วทิ้งเพียงครั้งเดียวไม่ถูกนำกลับมาใช้ซ้ำ อีกทั้งการย่อยสลายใช้เวลานานทำให้มันตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อมจนเกิดปัญหาขยะล้นโลกในที่สุด นวัตกรรมการผลิตพลาสติกที่ย่อยสลายได้ง่ายจึงเกิดขึ้นเป็นที่มาของพลาสติกแตกสลายทางชีวภาพได้ (biodegradable plastics) แต่ก็ยังคงพบปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้พลาสติกย่อยสลายทางชีวภาพนี้ คือ พลาสติกย่อยสลายเองไม่ได้ทั้งหมด เนื่องจากพลาสติกกลุ่มนี้มีการผสมสารอินทรีย์บางส่วน ทำให้จุลินทรีย์ย่อยสลายได้เฉพาะส่วนที่เป็นสารอินทรีย์ แต่ยังคงเหลือพลาสติกที่ย่อยสลายยากอยู่ ทำให้พลาสติกที่ได้มีลักษณะที่ไม่แตกต่างจากเดิมที่ใช้เวลานานกว่าจะถูกย่อยสลายในสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างพลาสติกในกลุ่มนี้ที่ถูกนำมาใช้ คือ พลาสติกย่อยสลายได้ชนิดอ๊อกโซ (oxo-degradable plastics) เป็นพลาสติกที่ผลิตเหมือนพลาสติกทั่วไป แต่เติมสารเคมีที่มีคุณสมบัติเป็นสารเร่งให้เกิดปฏิกิริยาเพื่อย่อยสลายได้ โดยต้องอาศัยปฏิกิริยาเคมีทางธรรมชาติ คือ แสงแดด ความร้อน และออกซิเจน ทำให้พลาสติกแตกสลายกลายเป็นพลาสติกที่มีขนาดเล็ก ๆ ที่เรียกกันว่า ไมโครพลาสติก (microplastics) ทำให้ในหลายประเทศต้องออกประกาศยกเลิกการใช้พลาสติกในกลุ่มนี้ ต่อมาจึงเปลี่ยนมาเป็นพลาสติกชีวภาพ (bioplastics) ที่ทำมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ (bio-based plastics) โดยใช้แหล่งคาร์บอนที่มีอยู่ในโมเลกุลของแป้ง น้ำตาล น้ำมันพืช หรือเซลลูโลส ที่มีโครงสร้างทางเคมีคล้ายพอลิเมอร์ เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย เป็นต้น มาใช้แทนวัตถุดิบที่ได้จากการสกัดเชื้อเพลิงฟอสซิล […]

