ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
วิทยาศาสตร์ในการทำเต้าหู้
เต้าหู้ (Tofu) อาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนที่ได้จากพืช มีปริมาณโปรตีนสูงเทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ จึงเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มของผู้ที่บริโภคอาหารเจหรือมังสวิรัติ ที่มีการนำเอาเต้าหู้มาใช้ปรุงอาหาร เพื่อทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ นอกจากเต้าหู้จะเป็นแหล่งของโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพแล้ว เต้าหู้ยังมีสารอาหารอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่าง ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ และไอโซฟลาโวน (Isoflavone) ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด, ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น มีการบันทึกเรื่องราวการทำเต้าหู้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศจีนเมื่อ 2,000 ปีก่อน และกลายมาเป็นอาหารที่นิยมในประเทศแถบเอเชียในเวลาต่อมา เมื่อความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการผลิตเต้าหู้มีความก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้เต้าหู้กลายเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมต่อผู้บริโภคทั่วโลก กระบวนการผลิตเต้าหู้เริ่มจากการนำถั่วเหลืองมาล้างและแช่น้ำให้พองตัว แล้วจึงนำถั่วเหลืองมาบดคั้นกับน้ำ กรองแยกกากถั่วเหลืองออก หลังจากนั้นจึงนำน้ำเต้าหู้สีขาวขุ่นที่ได้มาต้ม เพื่อทำลายสารยับยั้งทริปซิน (Trypsin inhibitors) ที่มีผลในการย่อยโปรตีน, ซาโปนิน (Saponins) ที่ทำให้เกิดรสฝาด และสารอื่น ๆ เช่น เอนไซม์ลิพอกซีจีเนส (Lipoxygenase) ที่ทำให้เกิดกลิ่นถั่ว (Beany flavor) ถึงขั้นตอนนี้แล้วจะได้น้ำนมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ที่สามารถนำมาดื่มได้เลย โดยน้ำนมถั่วเหลืองที่เราได้มานี้จะถูกนำมาแปรรูปให้เป็นเต้าหู้ ด้วยการเติมสารตกตะกอน (Coagulant) ทำให้น้ำนมถั่วเหลืองที่เป็นของเหลวสีขาวขุ่นกลายมาเป็นเต้าหู้ที่มีลักษณะเป็นของแข็ง ซึ่งสารตกตะกอนที่นิยมนำมาใช้ในการทำเต้าหู้ คือ กรด (เช่น […]
เหล็กใน อาวุธป้องกันที่อันตราย
เหล็กในเป็นอวัยวะสำคัญที่ผึ้งใช้ในการป้องกันตนเองและปกป้องรังจากศัตรู โดยเฉพาะในผึ้งนางพญาและผึ้งงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อต่อยศัตรู เหล็กในของผึ้งจะฝังติดอยู่กับผิวหนังของเหยื่อ ส่งผลให้อวัยวะภายในบางส่วนถูกดึงออกมาด้วย และทำให้ผึ้งต้องสละชีวิต เหล็กใน (sting) เป็นอวัยวะป้องกันตัวที่พบในผึ้งนางพญาและผึ้งงาน โดยเหล็กในของนางพญาจะมีไว้ต่อสู้กับนางพญาตัวอื่นเท่านั้น ส่วนผึ้งเพศเมียมีหน้าที่ดูแล ปกป้องรังและหาอาหาร อวัยวะนี้วิวัฒนาการมาจากอวัยวะวางไข่และเชื่อมต่อกับถุงพิษที่อยู่ภายในช่องท้อง เมื่อผึ้งต่อย กล้ามเนื้อในช่องท้องจะบีบตัวเพื่อฉีดพิษเข้าสู่ร่างกายของศัตรู และเมื่อเหล็กในฝังเข้าไปแล้ว ผึ้งจะไม่สามารถดึงกลับได้ ส่งผลให้ชิ้นส่วนอวัยวะภายในฉีกขาดออกมา ทำให้มันตายในที่สุด พิษผึ้ง (Bee Venom) เป็นของเหลวใส มีกลิ่นเฉพาะตัวคล้ายกลิ่นนมแมว มีรสขม และมีฤทธิ์เป็นกรด ส่วนประกอบสำคัญของพิษผึ้ง ได้แก่ สำหรับบางคนที่แพ้พิษผึ้งอย่างรุนแรง อาจเกิดภาวะภูมิแพ้เฉียบพลัน (Anaphylaxis) ซึ่งเป็นอาการที่อันตรายถึงชีวิตและจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยด่วน วิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกผึ้งต่อย หากถูกผึ้งต่อย ควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้: เหล็กในของผึ้งเป็นกลไกป้องกันตัวที่ทรงพลัง แต่ก็แลกมาด้วยชีวิตของมันเอง พิษผึ้งสามารถก่อให้เกิดอาการปวด บวม และอักเสบได้ ในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต ดังนั้น การมีความรู้เกี่ยวกับวิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกผึ้งต่อย จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
นิทรรศการชีวิตพิศวง (The Miracle of Life)
สถานที่จัดแสดง : ชั้น 7 อาคาร 4 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพฯ Concept : ความพิศวงของประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของร่างกาย ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เป็นจุดเริ่มต้นในการรับรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวผ่านอวัยวะรับความรู้สึกคือ ตา ลิ้น จมูก หู และมือ (ผิวหนัง) นิทรรศการจัดแสดงโดยมีกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ทุกคนได้ทดสอบประสาทสัมผัสของร่างกายโดยนำเสนอผ่านเกมและเครื่องเล่นรูปแบบใหม่ที่หลากหลาย รอให้น้อง ๆ มาพิสูจน์ด้วยตัวเอง โซนของการจัดแสดง 5 โซน ได้แก่ 1. มือ (ผิวหนัง) – การได้สัมผัส 2. หู – การได้ยิน 3. ตา – การได้เห็น 4. จมูก – […]
ปลวก นักย่อยสลายบำรุงดิน
หากเราพูดถึงปลวก หลายๆคนอาจจะมองว่าปลวกเป็นแมลงรบกวนที่สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ แต่ในธรรมชาตินั้นปลวกกลับมีประโยชน์อย่างมากในระบบนิเวศ เนื่องจากทำหน้าที่เป็นผู้ย่อยสลาย (Decomposer) ช่วยในการบำรุงดิน การย่อยสลายนั้น ปลวกมีตัวช่วยเป็นจุลินทรีย์ตัวเล็ก ๆ นั่นคือ โปรโตซัว (Protozoa) ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของปลวกซึ่งเป็นการอยู่ร่วมกันแบบภาวะพึ่งพา (Mutualism) ปลวกย่อยสลายไม้ได้อย่างไร? แหล่งอาหารของปลวกเป็นจำพวกเนื้อไม้ เศษไม้ ซากพืช ซึ่งปลวกสามารถกินไม้เหล่านี้ได้ แต่ไม่สามารถย่อยสลายเซลลูโลส (Cellulose) ได้ จึงต้องอาศัยโปรโตซัวที่มีชื่อว่า ไตรโคนิมฟา (Trichonympha sp.) ที่อาศัยอยู่ในลำไส้สร้างเอนไซม์เพื่อช่วยในการย่อยสลายเซลลูโลสให้กลายเป็นอาหารแก่ปลวก ในขณะเดียวกันก็เป็นอาหารให้กับโปรโตซัวเองด้วย ประโยชน์จากการย่อยสลาย การย่อยสลายซากพืช เศษไม้ของปลวกในธรรมชาติทำให้เกิดการสลายสารอินทรีย์ เปลี่ยนแปลงไปเป็นฮิวมัส (Humus) เกิดการหมุนเวียนแร่ธาตุในดิน ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืชที่จะเป็นแหล่งอาหารให้กับสิ่งมีชีวิตอื่นในระบบนิเวศต่อไป ที่มา : ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม TPA NEWS คบเด็กสร้างบ้าน ตอน 2 ปลวก ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรโพรทิสตา ปลวกผู้ย่อยสลายในระบบนิเวศ รูปภาพ FacebookFacebookXTwitterLINELine

