ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
ไบโอฟิล์ม…เมืองเล็ก ๆ ของจุลินทรีย์ขนาดจิ๋ว
หลายคนอาจจะไม่เคยรู้จักว่าไบโอฟิล์ม (biofilm) คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรในชีวิตประจำวัน แต่จริง ๆ แล้วไบโอฟิล์มอยู่ใกล้ตัวเรามาก ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายที่สุด คือ คราบสกปรกที่อยู่ในช่องปากหรือที่เรียกว่า คราบพลัค (plaque) ที่เราต้องแปรงฟันเพื่อกำจัดคราบออกจากฟันของเรานั่นเอง หรืออีกตัวอย่างที่เราสามารถเห็นได้ง่ายคือ คราบสกปรกบนกระเบื้องห้องน้ำที่ลื่น ๆ ในอ่างน้ำ ท่อประปา หรือ ท่อที่ใช้ส่งของเหลว เป็นต้น คราบของไบโอฟิล์มที่เราเห็นนี้ คือ โครงสร้างที่เชื้อจุลินทรีย์สร้างขึ้นมาเหมือนเมือกเพื่อยึดเกาะกับพื้นผิว และใช้ในการดักจับสารอินทรีย์ สารอนินทรีย์ และจุลินทรีย์อื่น ทำให้ภายในโครงสร้างไบโอฟิล์มนี้ สามารถพบการรวมกลุ่มของแบคทีเรียหลายชนิด และยังพบ เชื้อรา ไวรัส และโปรโตซัว ได้อีกด้วย สารที่จุลินทรีย์เหล่านี้สร้างขึ้น คือ extracellular polymeric substance (EPS) ส่วนใหญ่มีองค์ประกอบเป็นพอลิแซคคาไรด์ ทำหน้าที่เหมือนกำแพงหรือเกราะป้องกันสมาชิกที่อยู่ภายในเมืองจากอันตรายที่มาจากสภาวะแวดล้อมภายนอก ส่วนภายในโครงสร้างนี้มีการแลกเปลี่ยนสารที่ประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และกรดนิวคลีอิก ซึ่งเราสามารถพบไบโอฟิล์มเหล่านี้ได้มากบริเวณที่มีความชื้นสูง การเกิดไบโอฟิล์มเริ่มจากแบคทีเรียมาเกาะติดบนพื้นผิว แล้วเพิ่มจำนวนเซลล์พร้อมกับการสร้างสารเมือกล้อมรอบเซลล์จนเกิดเป็นโครงสร้างไบโอฟิล์มที่แข็งแรง ทำให้เชื้อมีโอกาสรอดและเจริญเติบโตได้ดีกว่าการลอยตัวอยู่ในของเหลว และเป็นการดึงดูดให้เชื้ออื่น ๆ มาเกาะติดกันได้ง่ายขึ้น เกิดเป็นแหล่งเพาะเชื้อของจุลินทรีย์ที่ทำให้เชื้อทนต่อยาฆ่าเชื้อ (antibiotic) หรือสารทำความสะอาดได้มากกว่าปกติ […]
ห้องแรงดันลบ (Negative Pressure Rooms) คืออะไร
จากข่าวการติดเชื้อโควิด-19 หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องการนำผู้ติดเชื้อต้องแยกให้อยู่ในห้องแรงดันลบ ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่ามันคือห้องอะไร แล้วมันแตกต่างจากห้องปกติอย่างไร ห้องแรงดันลบ (Negative Pressure Rooms) เป็นห้องกักกันเชื้อที่มีระบบระบายอากาศแยกจากส่วนอื่นๆ มีแรงดันอากาศภายในห้องน้อยกว่าภายนอกห้อง มีการควบคุมการไหลของอากาศไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายทำให้อากาศจากภายในห้องไม่ไหลออกมาสู่ภายนอก ระบบภายในห้องที่ใช้ดูดอากาศสู่ภายนอกก็ยังสามารถบำบัดอากาศด้วย HEPA Filter และฆ่าเชื้อโรคด้วย UVC และ Ozone ก่อนปล่อยออกสู่สาธารณะได้อีกด้วย โดยห้องแรงดันลบนี้ไม่ได้มีไว้แค่ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19 เท่านั้น แต่ยังสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจอื่น ๆ ได้อีกด้วย อาทิ โรคไข้หวัดใหญ่ โรควัณโรค เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้ก็ยังเป็นโรคติดต่อที่มีอยู่ในปัจจุบัน และเป็นรูปแบบใหม่ของห้องฉุกเฉินในยุค new normal ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่มาใช้บริการได้เป็นอย่างดี อ้างอิง การระบายอากาศของห้องคนไข้แบบแยกเดี่ยว What are Negative Pressure Rooms? FacebookFacebookXTwitterLINELine
กินเห็ดแล้วมีประโยชน์อย่างไร
เห็ดเป็นสิ่งมีชีวิตกลุ่มหนึ่งที่มนุษย์เรารู้จักและนำมาบริโภคเป็นอาหารและยามานานหลายร้อยปีด้วย ที่มีรสชาติที่หลากหลาย จึงเป็นที่นิยมในการนำไปประกอบเป็นอาหาร อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จึงเหมาะที่จะเป็นเมนูสำหรับคนรักสุขภาพ มาทำความรู้จักเห็ดกัน เห็ด (Mushrooms) เป็นราชนิดหนึ่ง ที่ถูกจัดอยู่ในอาณาจักรฟังไจ (Kingdom Fungi) ไม่สามารสังเคราะห์แสงด้วยตัวเองได้เนื่องจากไม่มีคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) เห็ดจึงเป็นราขนาดใหญ่ซึ่งมีการเจริญเติบโตเป็นเส้นใย เมื่อถึงระยะที่จะสืบพันธุ์เส้นใยจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนดอกเห็ด เพื่อสร้างสปอร์ไว้กระจายพันธุ์ต่อไป มีรูปร่างสวยงามแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของเห็ดนั้น ๆ ประโยชน์ของเห็ดมีอะไรบ้าง 1. มีคุณสมบัติในการต่อต้านมะเร็ง ในปี 2010 มีการศึกษาและถูกตีพิมพ์ในวารสาร Experimental Biology and Medicine ได้ทดสอบเห็ด 5 ชนิด ได้แก่ เห็ดไมตาเกะ เห็ดคริมมินิเห็ดกระดุมสีน้ำตาล เห็ดนางรม และเห็ดกระดุมสีขาว พบว่าสามารถยับยั้งการเติบโตและการสืบพันธุ์ของเซลล์มะเร็งเต้านมได้ นอกจากนี้เห็ดหอมหรือเห็ดซิตาเกะ ยังมีสารเลนทิแนน (Lentinan) ซึ่งเป็นโมเลกุลของน้ำตาลชนิดหนึ่ง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยมะเร็งบางชนิดในระหว่างที่เข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัด แม้ว่าจะไม่ได้ฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรง แต่จะช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจช่วยในการชะลอการเติบโตของเนื้องอกได้และยังฆ่าไวรัสและจุลินทรีย์โดยตรงในการศึกษาในห้องปฏิบัติการ นักวิจัยในญี่ปุ่นได้ทำการศึกษาผู้ชายมากกว่า 36,000 คน พบว่าคนที่กินเห็ดเป็นประจำมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลดลง ส่วนคนที่กินเห็ด 3 ครั้งต่อสัปดาห์ขึ้นไป จะมีความเสี่ยงต่ำกว่าผู้ที่กินเห็ดน้อยกว่า 17 […]
“กัญชาเสรี” กินอย่างไรให้ปลอดภัย
กัญชา พืชสมุนไพรที่นอกจากจะใช้เป็นยาแล้ว ยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้ โดยส่วนที่นิยมนำมาใช้ คือ ใบสดกัญชา เช่น ใบกัญชาอ่อน หรือใบเพสลาด (ไม่อ่อนไม่แก่เกินไป) ใบกัญชามีกรดกลูตามิก (Glutamic acid) ที่ช่วยเพิ่มรสชาติอาหารให้กลมกล่อม และสารTetrahydrocannabinol : THC ทำให้อาหารมีกลิ่นหอมเมื่อกินไปแล้วจึงรู้สึกอยากอาหารมากขึ้นนั่นเอง แต่การนำมาใช้ประกอบอาหารนั้นต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียแก่ร่างกาย ใบสดกัญชามีสาร Cannabidiolic acid : CBDA และสาร Tetrahydrocannabinolic acid : THCA ที่ไม่มีฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (ไม่ใช่สารเมา) แต่ THCA สามารถเปลี่ยนเป็นสาร THC หรือสารเมาได้ ด้วยกระบวนการต่าง ๆ เช่น เมื่อถูกแสงแดด สภาพอากาศร้อน และอุณหภูมิที่สูง หากใบกัญชาอยู่ในสภาวะต่อไปนี้จะทำให้สาร THCA ในใบกัญชาสามารถเปลี่ยนเป็น สาร THC ได้อย่างสมบูรณ์ คือ อุณหภูมิ 98 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 ชั่วโมง อุณหภูมิ […]
สัมผัสที่ปลายลิ้น แมลงวันรับรสได้อย่างไร
คนเรามีอวัยวะเรียกว่า ลิ้น ที่มีต่อมรับรสของสารเคมีจากอาหารทำให้เรารับรสชาติ เปรี้ยว หวาน เค็ม ขมและอูมามิได้ โดยความสำคัญของการรับรู้ สามารถบอกได้ว่าอาหารแบบไหนกินได้แบบไหนกินไม่ได้ เพื่อป้องกันอันตรายจากอาหาร ซึ่งรสชาติจะถูกแปลสัญญาณการรับรู้เป็นชนิดของสารอาหาร เราจึงเลือกอาหารให้ตอบสนองต่อความต้องการและไม่ต้องการของร่างกายได้ ความสามารถนี้สัตว์ขาปล้องอย่างแมลงวันก็มีสัมผัสเช่นเดียวกับมนุษย์ ที่มีลิ้นเพื่อรับรส เพียงแต่ว่าแมลงวันมีตำแหน่งและลักษณะของลิ้นแตกต่างกั แมลงวันเป็นแมลงที่มีปีกคู่เดียว (Diptera) เป็นสัตว์ขาปล้อง (Phylum Arthropoda) คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าเป็นสัตว์ที่สกปรก พบได้บริเวณที่มีซากพืช ซากสัตว์ หรือขยะที่เป็นเศษอาหารต่าง ๆ ซึ่งแมลงวันนั้นสามารถรับรสชาติได้เช่นเดียวกับมนุษย์ โดยมีประสาทสัมผัสรับรส (Chemoreceptor) ทำให้แมลงวันรู้รสชาติของอาหาร แต่ว่าแมลงวันมีเส้นขน (Gustatory sensilla) ที่มีหน้าที่ในการรับรส ซึ่งตรงบริเวณปลายขนจะมีลักษณะเป็นรูกลวง เพื่อรับรสอาหารที่เป็นของเหลว ซึ่งภายในเส้นขนก็จะมีเซลล์ประสาทที่เป็นตัวรับสัญญาณ (Receptors) จากตัวกระตุ้นภายนอก ในที่นี้คืออาหาร และส่วนใหญ่จะพบเส้นขนบริเวณต่อไปนี้ ขา (Legs) ขา (Legs) เมื่อแมลงวันเจออาหาร มันจะบินไปเกาะและมักจะเดินไปมารอบ ๆ อาหาร โดยขาที่เกาะอยู่ของมันนั้นมีขนนี้ขึ้นอยู่ ซึ่งเป็นอวัยวะแรกที่ได้สัมผัสอาหารและรับรู้รสชาติ ซึ่งมันจะตรวจสอบก่อนที่จะกิน ว่าอาหารเหล่านั้นสามารถกินได้ไหม หรือรสชาติเป็นที่พอใจที่จะกินไหม ริมฝีปาก (Labellum) […]

