ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
5 อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
หลายท่านอาจเคยได้ยินคำว่า “สารต้านอนุมูลอิสระ” กันมาบ้าง เคยสงสัยไหมว่าอนุมูลอิสระและสารต้านอนุมูลอิสระคืออะไร แล้วสารต้านอนุมูลอิสระนั้นมีอยู่ในอาหารชนิดใดบ้าง มาหาคำตอบไปพร้อมกันได้เลย อนุมูลอิสระ (Free Radicle) คือ โมเลกุลหรืออะตอมที่ไม่เสถียรเนื่องจากขาดอิเล็กตรอน โดยปกติในร่างกายของเรามีโมเลกุลหรืออะตอมที่มีอิเล็กตรอนอยู่เป็นจำนวนคู่ ในกรณีที่ร่างกายมีการสูญเสียอิเล็กตรอนจากการถูกอนุมูลอิสระแย่งจับ จะทำให้โมเลกุลของเซลล์ในร่างกายไม่เสถียร ขาดความสมดุล ซึ่งส่งผลทำให้เซลล์ร่างกายเสียหายได้ สารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) เป็นสารประกอบสำคัญที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปกติแล้วในกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายจะสร้างของเสียออกมา ซึ่งของเสียหนึ่งในนั้นก็คือสารอนุมูลอิสระ ดังนั้นเราจึงต้องการสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยทำให้โมเลกุลที่ไม่เสถียรนี้มีความเป็นกลาง และช่วยปกป้องร่างกายจากการเสื่อมโทรมของเซลล์เหล่านี้ อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง 1. ดาร์กช็อกโกแลต (Dark Chocolate) เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งมีปริมาณโกโก้มากกว่าช็อกโกแลตทั่วไป จึงทำให้มีแร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า จากการวิเคราะห์หาปริมาณของสารต้านอนุมูลอิสระชองดาร์กช็อกโกแลต พบว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระมากถึง 15 มิลลิโมล ต่อ 3.5 ออนซ์ (100 กรัม) ทั้งยังช่วยในการทำให้การอักเสบน้อยลงและลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ 2. ผักเคล (Kale) หรือเรียกอีกชื่อว่า “ผักคะน้าใบหยิก” เป็นผักใบเขียวที่มีคุณค่าทางโภชนาการมาก และยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินเค และวิตามินซีจากการวิเคราะห์หาปริมาณของสารต้านอนุมูลอิสระของผักเคล พบว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระมากถึง 2.7 มิลลิโมล […]
เมลามีน…พลาสติกที่ไม่ควรใช้ในไมโครเวฟ
บางครั้งการใช้ชีวิตรีบเร่งของสังคมเมืองในปัจจุบัน ทำให้ไม่มีเวลาทำอาหาร ดังนั้นหลายคนอาจจะใช้วิธีการซื้ออาหารจากนอกบ้านกลับเข้าไปที่บ้าน อุ่นร้อนก่อนรับประทาน แล้วภาชนะที่ใช้อุ่นอาหารมีถูกสุขลักษณะแล้วหรือยัง แน่นอนว่า หลายคนทราบว่าภาชนะที่ใช้สำหรับการอุ่นอาหารในไมโครเวฟ ควรจะเป็นภาชนะเซรามิกหรือแก้วแบบหนา แต่บางครั้งการที่เราเลือกซื้ออาหารที่ถูกบรรจุในกล่องพลาสติกอยู่แล้วอาจจะทำให้ไม่อยากเปลี่ยนภาชนะ แต่การอุ่นอาหารในกล่องพลาสติกนั้น นอกจากภาชนะพลาสติก PP (Polypropylene) และภาชนะพลาสติกประเภท CPET (Crystallized Polyethylene Terepthalate) ที่ถือว่าปลอดภัยเมื่อใช้ในไมโครเวฟแล้ว พลาสติกประเภทเมลามีน สามารถใช้อุ่นอาหารในไมโครเวฟได้ไหมนะ เมลามีน คือสารประกอบอินทรีย์ ที่ถูกนำมาใช้ประประโยชน์หลากหลาย โดยเฉพาะที่ทุกครัวเรือนคุ้นเคยกันดีนั่นคือภาชนะเมลามีนที่ทำจากเมลามีนฟอร์มาลดีไฮด์ (Melamine Formaldehyde) สาเหตุที่ภาชนะเมลามีนได้รับความนิยม เป็นเพราะวัสดุเป็นพลาสติกทนความร้อนได้ดี มีความแข็งแรงใช้งานได้ยาวนาน ไม่แตกง่าย น้ำหนักเบา ทำความสะอาดง่ายและมีรูปลักษณ์สวยงามอีกด้วย แต่ถึงภาชนะเมลามีนจะทนความร้อนได้ดี แต่ก็เป็นเพียงความร้อนที่ส่งผ่านจากอาหารตามปกติเท่านั้น การที่เราไม่ควรใช้ภาชนะเมลามีนในการอุ่นอาหาร เป็นเพราะความร้อนจากคลื่นไมโครเวฟอาจทำให้สารฟอร์มาลดีไฮด์ (formaldehyde) ที่เป็นส่วนประกอบของภาชนะสลายปนเปื้อนกับอาหาร ส่งผลให้เกิดอันตรายมากมายต่อสุขภาพได้ ถึงแม้การอุ่นอาหารจะใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่นาที แต่มีความสำคัญต่อสุขภาพเพราะเป็นการลดความเสี่ยงจากแบคทีเรียในอาหาร ดังนั้นพื่อประโยชน์สูงสุดจึงควรเลือกใช้ภาชนะอุ่นอาหารที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสการปนเปื้อนของสารเคมี รวมถึงควรปฏิบัติตามข้อแนะนำการใช้เครื่องมืออุ่นอาหารและการเลือกใช้ภาชนะอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
นิทรรศการโลกของวิทยาศาสตร์ (SCIENCE TOPIA)
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ชวนทุกท่านร่วมสัมผัสนิทรรศการโลกของวิทยาศาสตร์ (SCIENCE TOPIA) พื้นที่ที่รวมความสนุก ความรู้ และการค้นพบวิทยาศาสตร์ ไว้อย่างครบถ้วนจุดเริ่มต้นของความสงสัย กลายมาเป็นคำถาม และนำไปสู่การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ และทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์นวัตกรรมเปลี่ยนโลก มาร่วมเดินทางอย่างสนุกสนานผ่านทั้ง 5 โซน ที่เชื่อมโยงกันด้วยวิทยาศาสตร์ อาทิ FacebookFacebookXTwitterLINELine
การกลับมาของหมาป่ายักษ์ ” Dire Wolf ” สัตว์แห่งยุคดึกดำบรรพ์
เมื่อวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า ความเป็นไปไม่ได้ในอดีตกลับเป็นไปได้ในปัจจุบัน ด้วยความพร้อมของอุปกรณ์และความรู้ของสัตว์ที่ชาญฉลาดอย่างมนุษย์ การปลุกให้สิ่งมีชีวิตที่เคยสูญพันธุ์ไปแล้วในอดีตให้มีชีวิตอีกครั้งจึงเป็นสิ่งที่ท้าทายและสามารถเกิดขึ้นได้จริงแล้วในตอนนี้ สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ประสบความสำเร็จในการทดลองฟื้นคืนชีพนั่นคือ หมาป่าไดร์ (Dire Wolf) สัตว์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคน้ำแข็ง Dire Wolf หรือหมาป่าไดร์ สัตว์ตระกูลสุนัข (Canine) ขนาดใหญ่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Canis dirus สุดยอดนักล่าที่มีพลังกัดแข็งแกร่ง สามารถล่าสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น ม้าป่าตะวันตก (Equus occidentalis) สลอธดินฮาร์ลาน (Paramylodon harlani) มาสโตดอน (Mammut americanum) อูฐโบราณ (Camelops hesternus) และไบซันโบราณ (Bison antiquus) ในยุคนั้นได้ หมาป่าไดร์มีชีวิตอยู่ในช่วงยุคไพลสโตซีน (Pleistocene) ประมาณ 250,000-10,000 ปีที่แล้ว และเป็นหนึ่งในตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในเชิงสัญลักษณ์และเนื้อเรื่องจากภาพยนตร์ Game of Thrones การฟื้นคืนชีพหมาป่าไดร์เป็นหนึ่งในผลงานที่ประสบความสำเร็จของบริษัท Colossal Biosciences ในสหรัฐอเมริกา ที่สามารถทำการทดลองสิ่งมีชีวิตที่ตายและสูญพันธุ์ไปแล้วให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมโดยการใช้ดีเอ็นเอโบราณจากฟอสซิลของหมาป่าไดร์ และเซลล์เม็ดเลือดจากหมาป่าสีเทาที่ยังมีชีวิตอยู่ มาผ่านกระบวนการ CRISPR ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการดัดแปลงพันธุกรรม แล้วทำการถ่ายโอนสารพันธุกรรมที่ได้ไปยังเซลล์ไข่ของสุนัขบ้านที่ถูกนำนิวเคลียสออก จากนั้นจึงเพาะเลี้ยงให้ตัวอ่อนพัฒนาแข็งแรงในห้องปฏิบัติการ ก่อนจะย้ายไปฝังตัวในมดลูกของสุนัขบ้านตัวแทนเพื่ออุ้มบุญให้เจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนที่สมบูรณ์ต่อไป […]
