ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ความรัก ใช้หัวใจหรือใช้สมอง?
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมแค่สบตาใครบางคน ใจถึงเต้นแรงโดยไม่ทันตั้งตัว ทำไมบางคนเพียงแค่คิดถึงก็ทำให้ยิ้มได้ทั้งวัน หรือทำไม “รักแรก” ถึงฝังอยู่ในความทรงจำ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เราอาจจะคุ้นเคยกับคำพูดที่ว่า ความรักคือเรื่องของหัวใจ แต่ในมุมมองทางวิทยาศาสตร์ความรู้สึกที่เรียกว่า “รัก” เริ่มต้นขึ้นที่สมอง ก่อนจะส่งสัญญาณไปให้หัวใจรับรู้ เมื่อเรากำลังตกหลุมรัก สมองจะเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า ความรักแบบหลงใหล (infatuated love) ซึ่งเป็นช่วงที่ระบบให้รางวัลของสมอง (reward system) ทำงานอย่างเด่นชัด ระบบให้รางวัลนี้เป็นระบบเดียวกับที่ทำงานเมื่อเรากินของอร่อย ประสบความสำเร็จหรือได้รับคำชื่นชม สมองจะหลั่งสารเคมีที่ชื่อว่า โดปามีน (dopamine) ออกมา ทำให้เรารู้สึกดี ตื่นเต้น มีพลัง และอยากเข้าใกล้คนคนนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยเหตุนี้เอง เพียงแค่เห็นหน้าใครบางคน หัวใจก็อาจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว นอกจากโดปามีนแล้ว ความรักยังเกี่ยวข้องกับสารเคมีอื่น ๆ อีกหลายชนิด เช่น นอร์อิพิเนฟริน (Norepinephrine) ซึ่งช่วยกระตุ้นความตื่นตัว ทำให้เราจดจ่อและจดจำรายละเอียดเล็ก ๆ เกี่ยวกับคนที่เรารักได้เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม น้ำเสียง หรือคำพูดธรรมดา ๆ ที่กลับมีความหมายมากกว่าปกติ ขณะเดียวกัน ระดับของเซโรโทนิน (Serotonin) […]
ภาวะโลกร้อนกำเนิดหมีพิซลี อวสานหมีขั้วโลก
ในภาวะที่สภาพอากาศแปรปรวนเพราะภาวะโลกร้อนได้ส่งผลกระทบอันใหญ่หลวงให้กับสัตว์อย่างหมีขั้วโลก เมื่อน้ำแข็งขั้วโลกที่เป็นที่อยู่อาศัยของหมีขั้วโลกเกิดละลายทำให้น้ำแข็งที่เคยกั้นขวางระหว่างหมีขั้วโลก (polar bears) และหมีกริซลี (grizzly bears) ที่อาศัยอยู่ห่างไกลกันในเขตอาร์กติกต้องเดินทางเพื่อมาหาอาหาร และได้มาพบรักต่างสายพันธุ์จนให้กำเนิด “หมีพิซลี (pizzly bears)” แต่มันไม่ได้เป็นผลที่ดีนัก เพราะเจ้าหมีลูกผสมนั้นเพิ่มจำนวนไปทั่วพื้นที่เขตขั้วโลกเหนือในขณะที่หมีขั้วโลก ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นลดน้อยลงและเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ เนื่องจากหมีขั้วโลกมีหัวกะโหลกทรงยาวเหมาะสำหรับการจับแมวน้ำผ่านรูในผืนน้ำแข็ง ประกอบกับมีฟันกรามที่เล็กและบดเคี้ยวของแข็งได้ไม่ดีนัก ทำให้มันกินชั้นไขมันของแมวน้ำเป็นอาหารหลัก แต่เมื่อน้ำแข็งละลายก็ทำให้ยากต่อการหาอาหารเกิดภาวะขาดแคลนอาหารอย่างหนักทำให้หมีขั้วโลกต้องเดินทางขึ้นไปหากินบนบกเป็นอุปสรรคต่อการหาอาหารเลี้ยงลูก ๆ ของมัน แต่ฝั่งของเจ้าหมีพิซลีนั้นมันมีฟันกรามที่ใหญ่และแข็งแรงสามารถเลือกกินอาหารได้หลากหลายชนิดเหมือนกับหมีกริซลี รวมไปถึงมีความยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศในปัจจุบันพอสมควรแม้ว่ามันจะมีพฤติกรรมที่มาจากหมีขั้วโลกค่อนข้างมาก แต่ก็สามารถอยู่ในอากาศอบอุ่นได้ดีกว่าหมีขั้วโลก ทำให้มันมีโอกาสรอดมากกว่าในภาวะที่น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ในสถานการณ์ภาวะโลกร้อนเช่นนี้เป็นเหตุให้โลกของเราอาจจะสูญเสียหมีขั้วโลกไปในไม่ช้า และการที่เราจะช่วยชีวิตเพื่อนร่วมโลกของเราไว้ได้ก็คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากที่สุด หากน้ำแข็งขั้วโลกละลายน้อยลงหมีขั้วโลกก็จะยังมีที่อยู่อาศัยและสามารถหาอาหารต่อไปได้ อ้างอิง https://1th.me/g4AQdhttps://1th.me/9DfGuhttps://1th.me/g4AQdhttps://1th.me/Gorrz FacebookFacebookXTwitterLINELine
ภัยอันตราย หากผึ้งเผชิญกับการสูญพันธุ์
ผัก ผลไม้ อาหารมากมายหลายชนิดที่เรารับประทานกันในทุก ๆ วันจะมีใครทราบหรือไม่ว่า ส่วนหนึ่งนั้นมาจากผึ้ง แมลงที่ช่วยผสมเกสรให้กับพืชผลทางการเกษตร และพืชพรรณนานาชนิดตามธรรมชาติ ผึ้งมีความสำคัญต่อพืชที่มนุษย์นำมารับประทาน โดยเปรียบเทียบพืชอาหาร 100 ชนิด ที่ประชากรโลกใช้บริโภค มีมากถึง 70 ชนิดที่ต้องการผึ้งเป็นตัวผสมละอองเกสร เช่น แอพริคอท ส้ม ลูกพลัม กีวี่ องุ่น สตรอเบอรี่ มะเขือเทศ เป็นต้น ปัจจุบันจำนวนประชากรผึ้งลดลงอย่างมาก เนื่องจากผึ้งเคยเผชิญกับภัยคุกคามจากสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป กับปรากฏการณ์ที่เรียกว่า รังผึ้งล่มสลาย (colony collapse disorder) ทำให้รังผึ้งทั้งรังหายไปอย่างฉับพลัน ซึ่งเกิดขึ้นในหลาย ๆ ประเทศ ทั้งในสหรัฐอเมริกา บราซิล จีนและอังกฤษ จึงทำให้เกิดข้อกังวลในเรื่องผลกระทบด้านอาหารต่อมนุษย์ และความหลากหลายของพืชพันธุ์ในระบบนิเวศ โดยปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นเนื่องจากหลายสาเหตุจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันของมนุษย์ เช่น การใช้ยาฆ่าแมลงในทางการเกษตรอย่าง neonicotinoid ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย มีผลทำลายระบบประสาทของแมลง การทำลายป่า ปัญหาภาวะโลกร้อน เนื่องจากการทำอุตสาหกรรม การขยายตัวของสังคมเมือง หรือการเผาซากพืชจากการทำการเกษตร ปัญหาเหล่านี้ทำให้พื้นที่ป่ามีจำนวนลดน้อยลง ส่งผลให้ผึ้งสูญเสียพื้นที่ในการสร้างรัง รวมถึงการลดลงและสูญหายไปของพืชหรือดอกไม้ที่เป็นอาหารของผึ้งด้วย […]
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพลานาเรีย
หากพูดถึงสิ่งมีชีวิตรอบ ๆ ตัว ซึ่งมีจำนวนมากมายหลายชนิด รูปร่างแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ขนาดใหญ่จนถึงขนาดเล็ก สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดล้วนอาศัยอยู่ในแหล่งที่แตกต่างกัน สำหรับวันนี้จะพามารู้จักกับสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำและมีคุณสมบัติพิเศษอย่าง พลานาเรีย (Planarian) พลานาเรียจัดอยู่ในไฟลัมแพลทีเฮลมินธิส (Platyhelminthes) ของอาณาจักรสัตว์ ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อ หนอนตัวแบน (Flatworm) เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ปัจจุบันสัตว์ในไฟลัมนี้มีประมาณ 20,000 ชนิด มีการดำรงชีวิตที่แตกต่างกันออกไปทั้งบนบกและในน้ำ โดยส่วนใหญ่แล้วจะดำรงชีวิตแบบปรสิต (Parasites) ในสัตว์ที่มีกระดูกสัตว์สันหลัง เช่น พยาธิตัวตืด พยาธิใบไม้ ส่วนพลานาเรียจะดำรงชีวิตแบบอิสระ (Free living) อาศัยอยู่ในน้ำจืดค่อนข้างสะอาดบริเวณคลองหรือบึง พบได้บริเวณโขดหิน ท่อนไม้ เป็นต้น มีลักษณะลำตัวแบน ความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อน ไม่แบ่งเป็นปล้อง ผิวหนังบาง มีต่อมเมือกและขนเซลล์เล็ก ๆ สำหรับใช้ในการเคลื่อนที่ บริเวณส่วนหัวจะมีเซลล์คล้ายกับดวงตา เรียกว่า Eyespot จำนวน 2 จุด แบ่งออกเป็น ส่วนสีขาวใสและสีดำ ทำหน้าที่คล้ายดวงตาในการรับแสง […]
