ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
พฤติกรรมชวนสงสัยของสุนัข
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินว่าสุนัขคือเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์เพราะสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีวิวัฒนาการในการปรับตัวให้ใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุด พร้อมทั้งมีหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูและมีความสามารถที่โดดเด่นทำให้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่มนุษย์นิยมเลี้ยงมาก แต่ในการเลี้ยงสุนัขนั้นต้องการความเอาใจใส่และความเข้าใจเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะมาอธิบายพฤติกรรมสุนัขที่หลายคนไม่เข้าใจตามหลักชีววิทยาให้คนรักสุนัขได้เข้าใจสัตว์เลี้ยงของคุณได้มากยิ่งขึ้น มาพูดกันถึงพฤติกรรมอันน่าสงสัยอย่างแรก คือ ทำไมสุนัขถึงเล่นได้ตลอดทั้งวัน เมื่อพูดถึงเรื่องการเคลื่อนไหวร่างกายของสุนัขนั้น จะต้องบอกเลยว่าสุนัขนั้นมีความแข็งแรงว่องไวเป็นอย่างมาก เพราะสุนัขมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง และระบบหมุนเวียนเลือดที่ช่วยในการวิ่ง ทำให้สามารถวิ่งได้เป็นเวลานาน นี่คือเหตุผลที่สุนัขสามารถเล่นซนได้ทั้งวัน และวิธีที่จะช่วยได้ คือ การพาออกไปวิ่งหรือเดินออกกำลัง เพื่อลดพลังงานที่มีจำนวนมากให้ลดน้อยลง และสิ่งที่คนเลี้ยงสุนัขต้องเจอนั่นก็คือ การเห่า (Barking) การร้องคราง (Whine) และการคำราม (Growl) ซึ่งสุนัขจะใช้การเห่าเป็นการส่งเสียงบอกความเป็นเจ้าของในเขตแดนหรือพื้นที่ของตนเอง ใช้การร้องครางในการเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของหรือจากแม่ของมัน และสุนัขจะคำรามบ่งบอกถึงความก้าวร้าว อย่างเช่นเมื่อถูกคุกคามหรือถูกแย่งอาหารไป อีกพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่าทำไมสุนัขของคุณจะวิ่งไปดมทุกสิ่งทุกอย่าง ดมจนทั่วบริเวณเลยทีเดียวหรือแม้แต่เวลาเจอสุนัขตัวอื่นก็จะเห็นได้ว่าสุนัขจะดมบริเวณก้นของสุนัขอีกตัว เนื่องจากสุนัขมีประสาทสัมผัสที่ว่องไวมากโดยเฉพาะการดมกลิ่น ภายในจมูกของสุนัขมีเซลล์รับกลิ่นที่เรียกว่า Olfactory cells อยู่จำนวนมาก ซึ่งทำให้สามารถรับกลิ่นได้ไวมากกว่ามนุษย์ถึง 40 เท่า เซลล์เหล่านี้จะอยู่ตามผิวภายในโพรงจมูก ซึ่งสุนัขจะใช้กลิ่นในการสื่อสาร รับและจดจำข้อมูล ส่งสัญญาณเตือนภัย หรือแสดงอาณาเขต เปรียบได้ว่าสุนัขรับรู้และมองเห็นโลกภายนอกผ่านจมูกนั่นเอง มนุษย์จึงนำความสามารถใช้การรับกลิ่นของสุนัขในภารกิจต่าง ๆ เช่น ใช้สุนัขติดตามค้นหาบุคคลในสถานการณ์ต่าง ๆ ค้นหายาเสพติด หรือวัตถุผิดกฎหมายต่าง ๆ เป็นต้น พฤติกรรมที่มักจะเห็นได้บ่อยคือ การเอียงหัวหรือยกหู เพราะหูของสุนัขนั้นมีกล้ามเนื้อและเส้นประสาทที่มากกว่าในหูของมนุษย์ถึงสี่เท่า […]
รถยนต์ไร้คนขับ…อีกก้าวแห่งนวัตกรรม
โลกที่เปลี่ยนแปลงไป ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยสร้างความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันเทคโนโลยีหนึ่งในนั้น คือ เทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับที่เริ่มใช้จริงแล้วในปัจจุบัน เทคโนโลยีด้านการคมนาคมของรถยนต์ไร้คนขับเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับผู้ใช้งานที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มของผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมทั้งช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนให้ลดลง โดยเทคโนโลยีดังกล่าวมีหลักการทำงานประกอบด้วย 1. Navigation System เป็นการระบุตำแหน่งของรถว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหนบนโลก เรากำลังอยู่บนถนนอะไร ควรอยู่เลนไหนและควรไปทางไหน 2. Computer Vision เป็นตัวบอกว่ามีอะไรอยู่รอบ ๆ รถบ้าง ด้วยระบบเซนเซอร์ที่อยู่รอบตัวรถที่สามารถตรวจสอบได้ว่าวัตถุที่อยู่รอบ ๆ รถของเรานั้นมันคืออะไร มีขนาดและรูปร่างอย่างไร 3. Deep Learning การคาดการณ์ของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น หรือรถควรขับขี่อย่างไรเพื่อให้ผู้ขับขี่ปลอดภัยที่สุด รวมทั้งผู้ที่ขับขี่ใกล้เคียงปลอดภัยด้วย 4. Robotics เป็นระบบที่เชื่อมต่อระบบส่วนกลางเข้ากับระบบการทำงานต่าง ๆ ในตัวรถเพื่อการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันกับผู้ใช้งาน รถยนต์ไร้คนขับสามารถช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ แบ่งเบาภาระในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุซึ่งมักมีอุปสรรคในการขับรถเนื่องจากข้อจำกัดทางร่างกายช่วยผู้พิการทางสายตาให้สามารถใช้รถยนต์ได้ง่ายและปลอดภัย แต่ทว่าผลเสียก็อาจทำให้เกิดการเลิกจ้างของคนขับรถความผิดพลาดในกรณีใด ๆ ก็ตามใครจะเป็นผู้รับผิดชอบการนำไปก่อการร้ายเราจะป้องกันอย่างไร ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะเป็นประเด็นท้าทายของรถยนต์ไร้คนขับต่อไปในอนาคต อ้างอิงhttps://bit.ly/2TR9xPIhttps://bit.ly/3xzYsRshttps://bit.ly/2SgGOTNhttps://bit.ly/35HpYk7 FacebookFacebookXTwitterLINELine
แสงเหนือ แสงใต้ ปรากฏการณ์จากท้องฟ้า
ความสวยงามที่หลายคนตามล่าเพื่อที่จะได้เห็นกับตาสักครั้ง ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าตื่นตาและสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คน ความงดงามของแสงสีบนท้องฟ้าในเวลากลางคืนที่มองดูคล้ายกับม่าน และมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างรวดเร็วราวกับว่าแสงนั้นกำลังเต้นระบำอยู่ ซึ่งมีชื่อเรียกว่าแสงเหนือ – แสงใต้ หรือออโรรา (Aurora) ออโรรา (Aurora) เป็นปรากฏการณ์การเกิดแนวแสงสว่างสีต่าง ๆ บนท้องฟ้ายามค่ำคืน มักเกิดขึ้นในแถบประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตละติจูดสูง ซึ่งก็คือ บริเวณขั้วโลกที่มีอุณหภูมิต่ำ อากาศหนาวเย็น ซึ่งหากเกิดบริเวณใกล้ขั้วโลกเหนือ จะเรียกว่า แสงเหนือ (Aurora borealis) และบริเวณใกล้ขั้วโลกใต้ เรียกว่า แสงใต้ (Aurora australis) แสงเหนือ – แสงใต้ เกิดได้อย่างไรกันนะ แสงเหนือ-แสงใต้ เกิดจากอนุภาคอิเล็กตรอน โปรตอน หรือไอออนอื่น ๆ ที่มีพลังงานสูงถูกปล่อยออกมาจากดวงอาทิตย์ขณะกำลังโคจร ซึ่งอนุภาคเหล่านี้จะเคลื่อนที่มากับลมสุริยะและเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก เมื่ออนุภาคเคลื่อนที่ผ่านชั้นบรรยากาศในระดับความสูงประมาณ 80 – 1,000 กิโลเมตร จากพื้นดินจะชนเข้ากับโมเลกุลของก๊าซที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ และปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของแสงที่เรามองเห็นเป็นสีต่าง ๆ ซึ่งสีของแสงที่ปรากฏให้เห็นบนท้องฟ้าจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าอนุภาคดังกล่าวชนกับโมเลกุลของก๊าซในช่วงระดับความสูงใด รวมถึงชนิดของก๊าซที่พบในชั้นบรรยากาศนั้น ๆ ด้วย โดยก๊าซออกซิเจนจะให้แสงสีเขียวหรือสีแดง ไนโตรเจนให้แสงสีน้ำเงินหรือสีม่วง ส่วนฮีเลียมให้แสงสีฟ้าหรือสีชมพู แสงเหนือ – แสงใต้ […]
เคล็ดลับการกินที่ช่วยลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) หมายถึง ปริมาณแก๊สเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การขนส่ง การประกอบชิ้นส่วน การใช้งานและการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังใช้งาน โดยคำนวณออกมาในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่านั่นเอง ซึ่งการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการที่มีการปล่อยแก๊สเรือนกระจกน้อยจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการแก๊สเรือนกระจกได้ เคล็ดลับการบริโภคอาหารที่ช่วยลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 1. กินให้หมด ลดเศษอาหาร เศษอาหารนั้นมีส่วนในการทำให้เกิดแก๊สเรือนกระจก เพราะอาหารที่ถูกทิ้งจะย่อยสลายและเกิดเป็นแก๊สมีเทน และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกด้วย 2. กินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง การลดการกินเนื้อเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เนื่องจากการปล่อยแก๊สเรือนกระจกจากการผลิตของปศุสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อวัวและโคนมคิดเป็น 14.5 % ของการปล่อยแก๊สเรือนกระจกที่มนุษย์สร้างขึ้น เราอาจจำกัดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ให้เหลือเพียงมื้อเดียวต่อวันหรืองดเนื้อสัตว์สัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อลดปริมาณของแก๊สเรือนกระจกที่เกิดขึ้น 3. ซื้อผลิตผลในท้องถิ่น การซื้อของในท้องถิ่นช่วยลดการพึ่งพาอาหารที่ต้องขนส่งจากสถานที่ห่างไกล เป็นการตัดระยะทางในการขนส่ง ซึ่งเป็นการลดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคการขนส่ง แถมยังได้อาหารที่สดใหม่ และควรใส่ใจกับการเลือกซื้ออาหารปลอดสารพิษ เพื่องดการสนับสนุนผลผลิตที่ใช้สารเคมีในการเพาะปลูก 4. กินอาหารที่มีกากใยมากขึ้น การกินอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์ไม่เพียงแต่ทำให้สุขภาพดีขึ้น แต่ยังอาจช่วยลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกด้วย ซึ่งจากการศึกษาในชาวอเมริกัน 16,800 คน พบว่าอาหารที่ปล่อยแก๊สเรือนกระจกต่ำที่สุด คือ อาหารจากพืชที่อุดมด้วยเส้นใยสูงและมีไขมันอิ่มตัวและโซเดียมต่ำ 5. ลดการบริโภคนม การลดผลิตภัณฑ์นม เป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากการศึกษาในผู้ใหญ่ชาวดัตช์ 2,101 คน เปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์จากนมเป็นปัจจัยใหญ่เป็นอันดับสอง ในการปล่อยแก๊สเรือนกระจกรองจากเนื้อสัตว์เท่านั้น […]
