เสียงของหัวใจ..ดังได้ยังไงกัน

เวลาที่เราตื่นเต้น หรือเวลาที่เราเหนื่อยหัวใจของเราจะทำงานหนักในระดับที่ได้ยินเสียงหัวใจกันเลยทีเดียว บางคนก็บอกว่าใจเต้นดังตุ้บ ๆ บางคนก็บอกว่า ใจเต้นดังตึกตัก ๆ แล้วเสียงของหัวใจที่หลายคนได้ยินกันนี้มันเกิดจากอะไรกัน ที่จริงแล้วเสียงที่เราได้ยินนั้นเป็นเสียงที่เกิดจากการเปิดและปิดของลิ้นหัวใจ (valves) เมื่อหัวใจมีการบีบตัวเพื่อไหลเวียนเลือด ลิ้นหัวใจจะทำหน้าที่ในการกำหนดทิศทางการไหลเวียนเลือดและป้องกันการไหลย้อนกลับของเลือด ซึ่งเสียงที่เกิดขึ้นทางเทคนิคจะแบ่งเป็น 2 เสียง เสียงที่หนึ่งดังว่า “lub” (ลับ) เกิดจากการปิดของลิ้นไบคัสปิด (Bicuspid valves) หรือลิ้นกั้นหัวใจด้านซ้ายมี 2 แผ่น และลิ้นไตรคัสปิด (Tricuspid valves) หรือลิ้นกั้นหัวใจด้านขวามี 3 แผ่น เสียงที่ 2 ดังว่า dub (ดับ) เกิดจากการปิดของลิ้นกั้นระหว่างหัวใจห้องล่างซ้ายกับหลอดเลือด Aorta (Aortic semilunar valves) และลิ้นกั้นระหว่างหัวใจห้องล่างขวากับหลอดเลือด Artery (Pulmonary semilunar valves) เมื่อใจเต้นจะได้ยินเสียงว่า lub-dub, lub-dub, lub-dub นั่นเอง อ้างอิง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับหัวใจ ทฤษฎีเกี่ยวกับเสียงเต้นหัวใจ เสียงหัวใจ หัวใจ (heart) […]

superadmin

28 February 2022

มีหัวใจแต่ใช้ได้ไม่เท่ากัน

สัตว์ที่มีหัวใจหนึ่งดวงเท่ากัน แต่ไม่ได้แปลว่าจะมีหัวใจ 4 ห้องเหมือนกับคนเราหรอกนะ สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดก็มีระบบหมุนเวียนเลือดที่แตกต่างกันออกไปดังต่อไปนี้ สัตว์จำพวกปลา มีหัวใจ 2 ห้อง ห้องบน (Atrium) ทำหน้าที่นำเลือดเข้าสู่หัวใจห้องล่าง (Ventricle) ส่วนหัวใจห้องล่าง ทำหน้าที่ปั๊มเลือดออกจากหัวใจ โดยเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ำจะเข้าทางห้องบนและไหลต่อไปยังห้องล่าง จากนั้นจะถูกสูบฉีดต่อไปยังเหงือก ภายในเหงือกจะมีเส้นเลือดฝอยจำนวนมากทำหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนแก๊สกับสิ่งแวดล้อมในที่นี้คือน้ำ หลังจากนั้นออกซิเจนจะถูกนำเข้าสู่ร่างกายและคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกนำออกจากร่างกาย ทำให้เลือดมีปริมาณออกซิเจนสูงขึ้นและจะถูกส่งต่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อร่างกายนำออกซิเจนจากเลือดไปใช้แล้ว เลือดที่มีปริมาณออกซิเจนต่ำจะถูกส่งกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนอีกครั้ง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก มีหัวใจ 3 ห้อง มีห้องบน 2 ห้อง ได้แก่ ห้องบนขวา (right atrium) และห้องบนซ้าย (left atrium) ส่วนห้องล่าง (Ventricle) มี 1 ห้อง โดยจะเริ่มจากห้องบนขวารับเลือดที่มีออกซิเจนต่ำมาจากร่างกายส่งไปที่หัวใจห้องล่าง แล้วส่งต่อไปยังปอดและผิวหนังที่มีเส้นเลือดฝอยจำนวนมากเพื่อแลกเปลี่ยนแก๊ส เมื่อปอดและผิวหนังทำการแลกเปลี่ยนแก๊สเสร็จแล้ว จะได้เลือดที่มีปริมาณออกซิเจนสูงขึ้น และเลือดจะถูกส่งกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนซ้าย หลังจากนั้นจะถูกส่งต่อไปยังห้องล่างอีกครั้งเพื่อส่งเลือดที่มีออกซิเจนสูงออกจากหัวใจไปเลี้ยงร่างกาย แต่เนื่องจากหัวใจห้องล่างมีเพียงห้องเดียว จึงทำให้เลือดที่มีออกซิเจนสูงและเลือดที่มีออกซิเจนต่ำปะปนกันได้ สัตว์เลื้อยคลาน มีหัวใจ 3 ห้อง […]

superadmin

25 February 2022

แสงเหนือ แสงใต้ ปรากฏการณ์จากท้องฟ้า

ความสวยงามที่หลายคนตามล่าเพื่อที่จะได้เห็นกับตาสักครั้ง ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าตื่นตาและสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คน ความงดงามของแสงสีบนท้องฟ้าในเวลากลางคืนที่มองดูคล้ายกับม่าน และมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างรวดเร็วราวกับว่าแสงนั้นกำลังเต้นระบำอยู่ ซึ่งมีชื่อเรียกว่าแสงเหนือ – แสงใต้ หรือออโรรา (Aurora) ออโรรา (Aurora) เป็นปรากฏการณ์การเกิดแนวแสงสว่างสีต่าง ๆ บนท้องฟ้ายามค่ำคืน มักเกิดขึ้นในแถบประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตละติจูดสูง ซึ่งก็คือ บริเวณขั้วโลกที่มีอุณหภูมิต่ำ อากาศหนาวเย็น ซึ่งหากเกิดบริเวณใกล้ขั้วโลกเหนือ จะเรียกว่า แสงเหนือ (Aurora borealis) และบริเวณใกล้ขั้วโลกใต้ เรียกว่า แสงใต้ (Aurora australis) แสงเหนือ – แสงใต้ เกิดได้อย่างไรกันนะ แสงเหนือ-แสงใต้ เกิดจากอนุภาคอิเล็กตรอน โปรตอน หรือไอออนอื่น ๆ ที่มีพลังงานสูงถูกปล่อยออกมาจากดวงอาทิตย์ขณะกำลังโคจร ซึ่งอนุภาคเหล่านี้จะเคลื่อนที่มากับลมสุริยะและเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก เมื่ออนุภาคเคลื่อนที่ผ่านชั้นบรรยากาศในระดับความสูงประมาณ 80 – 1,000 กิโลเมตร จากพื้นดินจะชนเข้ากับโมเลกุลของก๊าซที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ และปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของแสงที่เรามองเห็นเป็นสีต่าง ๆ ซึ่งสีของแสงที่ปรากฏให้เห็นบนท้องฟ้าจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าอนุภาคดังกล่าวชนกับโมเลกุลของก๊าซในช่วงระดับความสูงใด รวมถึงชนิดของก๊าซที่พบในชั้นบรรยากาศนั้น ๆ ด้วย โดยก๊าซออกซิเจนจะให้แสงสีเขียวหรือสีแดง ไนโตรเจนให้แสงสีน้ำเงินหรือสีม่วง ส่วนฮีเลียมให้แสงสีฟ้าหรือสีชมพู แสงเหนือ – แสงใต้ […]

superadmin

23 February 2022

โรคระบาดในหมู (ASF)

แน่นอนว่าในช่วงที่ผ่านมาราคาหมูของไทยพุ่งกระฉูดถึงกิโลกรัมละ 200 บาท ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของประชาชน สาเหตุหนึ่งของวิกฤติครั้งนี้เกิดจากมีโรคระบาดที่ติดเชื้ออย่างรุนแรงในหมูเรียกว่า โรค ASF ย่อมาจาก​ African Swine Fever นั่นก็คือ โรคอหิวาต์​แอฟริกา​ใน​หมูนั่นเอง โรคนี้เป็นโรคติดต่อที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส กลุ่ม Asfarviridae โดยเชื้อไวรัสกลุ่มนี้สามารถแพร่ระบาดได้จากการกินอาหารที่ปนเปื้อน การสัมผัสสารคัดหลั่งที่มีเชื้อ การหายใจนำเชื้อเข้าสู่ปอด ติดเชื้อทางบาดแผล และถูกเห็บอ่อนสกุล Ornithodoros ที่เป็นพาหะกัด ความสามารถในการแพร่กระจายของไวรัสนี้ทำให้โรคสามารถแพร่ระบาดไปได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะกับหมูเลี้ยง ส่วนในหมูป่านั้นจะเป็นแหล่งรังโรค หรือแหล่งที่เชื้อก่อโรคอาศัยอยู่เพื่อเติบโตและเพิ่มจำนวนเท่านั้น ไม่ได้ทำให้หมูเกิดการเจ็บป่วย โดยอาการของโรคเมื่อหมูมีการติดเชื้อแล้วจะมีไข้สูง ​เกิดการอาเจียน ​ขับถ่ายเป็นเลือด และมีจุดเลือดออกหรือรอยช้ำบริเวณใบหู นอกจากนี้ยังแท้งลูกทุกช่วงของการตั้งครรภ์อีกด้วย หลังจากการติดเชื้อจะแสดงอาการภายใน​ 3-4 วัน เมื่อเกิดการติดเชื้อโอกาสรอดจะน้อยมากเพราะมีอัตราการตายสูงเกือบ​ 100% ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้หมูขาดตลาดอย่างที่เรียกได้ว่าเข้าขั้นวิกฤติ เนื่องจากถ้ามีการพบการระบาดของเชื้อภายในฟาร์ม หมูที่ตายจากโรคนี้ผู้เลี้ยงมักจะนำไปทำลายบางครั้งจะต้องมีการเคลื่อนย้าย ซึ่งอาจทำให้อากาศและแหล่งน้ำในเส้นทางที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายมีการปนเปื้อนจากเชื้อไวรัสที่ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งในร่างกาย อาหาร หรืออุจจาระของหมู การเคลื่อนย้ายจึงนับว่าเป็นการเพิ่มระดับความรุนแรงของการแพร่ระบาดของโรคนี้ ดังนั้นเมื่อเจ้าของฟาร์มพบว่ามีหมูตายเฉียบพลันแสดงถึงมีการเกิดโรคจะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้ ต้องทำลายหมูและซากทั้งฟาร์ม แจ้งกรมปศุสัตว์ให้มีการสอบสวนโรค เก็บตัวอย่างส่งตรวจ จำกัดการเคลื่อนย้ายสัตว์ พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทำลายเชื้อโรคที่ฟาร์ม กำจัดสัตว์พาหะ  ระหว่างนั้นจะต้องมีการพักคอกอีกอย่างน้อย 12 สัปดาห์ […]

superadmin

21 February 2022

โกโก้บัตเตอร์ ผลิตภัณฑ์จากเมล็ดโกโก้

หากพูดถึง “โกโก้” คงไม่มีใครไม่รู้จัก โกโก้เป็นพรรณไม้พื้นเมืองของประเทศเม็กซิโก ปัจจุบันได้มีการนำมาปลูกในเขตร้อนสามารถพบได้ในหลายประเทศรวมถึงในประเทศไทยด้วย ผลโกโก้เมื่อแก่จัดเมล็ดจะถูกนำมาสกัดและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ช็อกโกแลต หรือผงโกโก้ ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคไม่น้อย ทั้งสีที่เป็นเอกลักษณ์และรสชาติที่แตกต่างกันตามแหล่งที่ปลูก และกรรมวิธีการผลิต นอกจากผลิตภัณฑ์ที่มีสีเป็นเอกลักษณ์อย่างสีน้ำตาลเข้มแล้ว ยังมีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเมล็ดโกโก้ที่เราอาจไม่คุ้นตากันนั่นคือ “โกโก้บัตเตอร์” โกโก้บัตเตอร์ (Cocoa Butter) หรือเนยโกโก้ เป็นไขมันธรรมชาติที่ได้จากเมล็ดโกโก้ ปกติเมล็ดโกโก้มีส่วนที่เป็นเนื้อประมาณ 50% และเป็นไขมันตามธรรมชาติ 50% ที่เรียกว่า โกโก้บัตเตอร์ ซึ่งแทรกตัวอยู่ในเมล็ดและจะถูกขับออกมาเมื่อเมล็ดโกโก้ถูกบดและโดนความร้อน ปัจจุบันสามารถสกัดโกโก้บัตเตอร์ออกจากส่วนเนื้อได้ด้วยเครื่องสกัดไขมันโกโก้ หรือเครื่องโกโก้เพรส โดยโกโก้บัตเตอร์ที่ได้จะมีสีครีมเหลืองเหมือนเนยทั่วไป แต่จะไม่มีรสชาติ และเนื้อสัมผัสคล้ายขี้ผึ้ง มีจุดหลอมละลายอยู่ที่ 34-38 องศาเซลเซียส จึงนิยมนำมาเป็นส่วนผสมของช็อกโกแลต โดยเฉพาะในช็อกโกแลตระดับพรีเมียมและคราฟต์ช็อกโกแลต ซึ่งจะให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนละลายในปากและยังทำให้ช็อกโกแลตขึ้นรูปได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้โกโก้บัตเตอร์ยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ คือ มีวิตามินอี โปรตีน และกรดไขมันสูง จึงได้รับความสนใจจากวงการเครื่องสำอางและความงาม เนื่องจากสามารถให้ความชุ่มชื้น บำรุงผิวพรรณ ปรับความยืดหยุ่นให้แก่ผิว ปกป้องผิวจากรังสียูวี และช่วยลดเลือนรอยแตกลายของผิวได้ นอกจากที่กล่าวมาข้างต้น โกโก้บัตเตอร์ยังมีสารพฤกษเคมี (Phytochemical) ชนิดฟลาโวนอยด์สูง (Flavonoid) […]

superadmin

14 February 2022

ความรักที่น่ายกย่องของนกเงือก

นกเงือก (Hornbills) เป็นนกโบราณที่มีขนาดใหญ่ โดยรูปร่างของมันจะมีจะงอยปากใหญ่และโค้ง มีสีขนส่วนใหญ่เป็นสีดำและขาว มีขนตายาวและโค้งงอน และเมื่อนกบินผ่านก็จะได้ยินเสียงดังตอนที่กระพือปีก เพราะนกเงือกไม่มีขนคลุมปีก ลมจึงผ่านช่องว่างระหว่างโคนขนปีกแล้วทำให้เกิดเสียงขึ้นมา นกเงือกเป็นนกที่กินผลไม้เป็นหลัก โดยเฉพาะผลไม้สุก เช่น ไทร มะเมื่อย ตาเสือ และยางโอน นกเงือกนั้นถูกพูดถึงในแง่ของการเป็นต้นแบบของความรักที่น่ายกย่อง เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ช่วยกันสร้างรังเพื่อเลี้ยงลูกในช่วงฤดูผสมพันธุ์ นกเงือกจะจับคู่เพื่อผสมพันธุ์เพียงแค่ตัวเดียว (monogamous) ในหนึ่งช่วงฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น พ่อและแม่นกเงือกจะต้องอยู่ด้วยกันตลอดถึงครึ่งปีเพื่อช่วยดูแลลูกนกเงือกให้ออกมาใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์และแข็งแรงพร้อมที่จะดูแลชีวิตของตัวเองได้ กว่าที่ตัวผู้จะมัดใจตัวเมียได้นั้นจะต้องมีการเตรียมความพร้อมไม่ว่าจะเป็นการหารังที่เหมาะสม เนื่องจากปกตินกเงือกมักจะอยู่กันเป็นฝูง แต่พอถึงช่วงฤดูผสมพันธุ์ก็จะแยกจากฝูงไปเป็นคู่ เพื่อทำรังเลี้ยงลูก นกเงือกจะทำรังในโพรงไม้ แต่ไม่สามารถสร้างโพรงรังขึ้นมาเองได้จึงต้องอาศัยโพรงที่เกิดจากสัตว์ตัวอื่นที่สร้างโพรงทิ้งไว้แล้วอย่างเช่น เกิดจากนกหัวขวานมาเจาะทำรัง เมื่อเวลาผ่านไปโพรงก็จะขยายขึ้นจากเชื้อรา และเกิดจากผึ้งมาทำรังทำให้หมีมาขุดหาน้ำหวานจนเกิดเป็นโพรง นกเงือกตัวเมียจะต้องอยู่ภายในรังประมาณ 3-4 เดือนเพื่อฟักไข่และเลี้ยงลูก ลักษณะของโพรงจะต้องไม่ใหญ่หรือแคบไปเพราะฉะนั้นการหารังที่ดี ๆ ของตัวผู้จึงเป็นการมัดใจให้ตัวเมียตัดสินใจพร้อมผสมพันธุ์โดยต้องใช้เวลาเกือบเดือน นอกจากนี้ตัวผู้ยังต้องดูแลเอาใจใส่โดยจะตามติดตัวเมียตลอดเวลา ตัวเมียบินไปไหนตัวผู้ก็จะบินตามไปด้วยพร้อมทั้งหาอาหารมาให้ตัวเมีย จนในที่สุดตัวเมียก็พร้อมที่จะรับคำขอของตัวผู้เมื่อตัวเมียตัดสินใจจะเข้าไปอยู่ในโพรง ก็เริ่มทำความสะอาดโพรงและตัวเมียจะปิดปากโพรงโดยใช้เศษดิน เศษไม้หรือมูลของมันมาฉาบรอบรูโพรงให้แคบลง ให้สามารถรับอาหารจากตัวผู้และถ่ายมูลได้อย่างเดียว หลังจากนี้พ่อและแม่นกเงือกจะรับหน้าที่ที่สำคัญในการเลี้ยงลูกนกเงือก โดยแม่นกจะอยู่ในรังกับลูกตลอด ไม่ใช่แค่เพียงที่กล่าวมาเท่านั้นเพราะพ่อนกยังจะคอยหาอาหารมาให้แม่นกและจะเริ่มหาอาหารมาป้อนบ่อยขึ้น หลังจากมีลูกนกฟักไข่ออกมา พ่อนกจะไม่ได้หาเฉพาะผลไม้แต่จะหาอาหารชนิดอื่นอย่างเช่น แมลง งู ไข่ และลูกนก เพื่อให้ได้โปรตีน และแคลเซียมสูง ทำให้ลูกนกเจริญเติบโตได้สมบูรณ์และแข็งแรงถึงแม้พ่อนกจะเจออุปสรรคหรือบาดเจ็บอย่างไร […]

superadmin

14 February 2022

ทำไม “กอด” ถึงชาร์จพลังได้

อาการหมดไฟ หรือหมดพลังในการทำบางสิ่งบางอย่างที่ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่เคยชื่นชอบ การเหนื่อยกับการทำงาน เหนื่อยกับการใช้ชีวิต สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อสภาพจิตใจของคน ๆ นั้น อาจทำให้มีความคิดที่เลวร้าย เช่น การไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้วซึ่งนำไปสู่การพยายามฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายตัวเอง อาการเหล่านี้ใช่ว่าไม่สามารถรักษาหรือบรรเทาให้ดีขึ้นไม่ได้ สิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยได้โดยที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนนั่นคือ การกอด การกอด คือ การแสดงความรักเป็นภาษากายที่ใช้ทักทายและบอกลาเพื่อน ครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงานที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย กอดมีค่ามากกว่าการเป็นสื่อแสดงความรัก เราสามารถเรียกการกอดได้ว่า “พลัง” เพราะขณะที่ร่างกายเรากำลังหมดแรง รู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ หรือเศร้าใจ การได้กอดดี ๆ จากคนที่เรารักจะทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ชาร์จแบตให้เต็มอีกครั้ง เนื่องจากการกอดเป็นการสัมผัสที่ช่วยลดฮอร์โมนคอร์ติซอล (cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกิดจากความเครียด ช่วยทำให้รู้สึกมั่นคง ปลอดภัยทางอารมณ์ เมื่อมีการสัมผัสไม่ว่าจะเป็นการจับมือหรือการกอดนานกว่า 20 วินาที เราจะรับรู้ถึงความรู้สึกนั้น และร่างกายก็จะมีการตอบสนอง โดยสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) จะผลิตสารเคมีที่เรียกว่า ออกซิโทซิน (Oxytocin) หรือฮอร์โมนแห่งความรัก ซึ่งปล่อยออกมาจากต่อมใต้สมอง ทำให้รู้สึกอบอุ่น รู้สึกดี นอกจากนี้ยังกระตุ้นการทำงานของฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือดแดง ทำให้ลำเลียงออกซิเจนไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกายได้ดีขึ้น ส่งผลให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า แข็งแรง สุขภาพดี […]

superadmin

9 February 2022

อาหารที่ช่วยลดความวิตกกังวล

ความวิตกกังวลเป็นหนึ่งในภาวะสุขภาพจิต ซึ่งมีผลกระทบต่อประชากรประมาณร้อยละ 7.6 ของโลก ความวิตกกังวลเป็นเรื่องธรรมชาติอย่างหนึ่งที่พบได้ในมนุษย์เป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดที่มีประโยชน์ในบางสถานการณ์เพราะช่วยให้เราตื่นตัวและพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามโรควิตกกังวลมีความแตกต่างจากความรู้สึกวิตกกังวลทั่ว ๆ ไป ซึ่งคนที่เป็นโรควิตกกังวลจะรู้สึกวิตกกังวลและกลัวบางอย่างเกินเหตุจนมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันเพื่อลดอาการที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเราจึงขอนำเสนอรายการอาหารที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของสมองและช่วยบรรเทาความวิตกกังวล 1. ชาเขียว ชาเขียวมีแอล-ธีอะนีน (L-Theanine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโน (Amino Acid) ได้รับการศึกษาถึงผลในเชิงบวกที่อาจมีต่อสุขภาพสมองและการลดความวิตกกังวล ในการศึกษาพบว่าผู้เข้าร่วมที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอล-ธีอะนีน มีระดับความเครียดลดลงและระดับคอร์ติซอล (Cortisol) ลดลง ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดที่เชื่อมโยงกับความวิตกกังวล นอกจากนี้ชาเขียวยังประกอบด้วยอีพีกัลโลคาเทชินกัลเลต (Epigallocatechin gallate ; EGCG) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่แนะนำเพื่อส่งเสริมสุขภาพสมองอาจมีบทบาทในการลดอาการบางอย่างโดยการเพิ่มกาบ้า (GammaAminobutyric Acid ; GABA) ในสมองซึ่งเป็นกลุ่มโปรตีนที่ช่วยบำรุงเซลล์ประสาทนั่นเอง 2. ดอกคาโมมายล์ เป็นสมุนไพรที่อาจช่วยลดความวิตกกังวล มีทั้งคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบซึ่งอาจช่วยลดการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับความวิตกกังวล แม้ว่ากลไกอาจไม่ชัดเจนนักแต่เชื่อกันว่าดอกคาโมมายล์ช่วยควบคุมสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) โดปามีน (Dopamine) และกาบ้า (GABA) จากการศึกษาแบบสุ่มตัวอย่างจากคนที่เป็นโรควิตกกังวลทั่วไปจำนวน 179 คน พบว่ามีอาการลดลง หลังจากดื่มสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ (1,500 มิลลิกรัมต่อวัน) เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้กิน […]

superadmin

7 February 2022

รู้หรือไม่ พืชกระท่อมถูกปลดล็อกจากการเป็นยาเสพติดแล้ว

ทุกคนทราบหรือไม่ว่า พืชกระท่อมจากเดิมที่ถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ในตอนนี้ได้มีประกาศออกมาว่าพืชกระท่อมได้รับการปลดออกจากสถานะยาเสพติดแล้วทำให้เราสามารถใช้พืชกระท่อมได้หลากหลายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการวิจัย การปลูก หรือการบริโภค รู้อย่างนี้แล้วเรามาทำความรู้จักกับพืชกระท่อมกันดีกว่า ว่าพืชกระท่อมคืออะไร มาจากไหน มีประโยชน์หรือโทษอะไรบ้างผ่านบทความนี้กันเลย พืชกระท่อมมีถิ่นกำเนิดมาจากที่ใด ? พืชกระท่อม มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mitragyna speciosa (Korth.) Havil. อยู่ในวงศ์ Rubiaceaeซึ่งเป็นพืชวงศ์เข็มและกาแฟ มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบได้มากทางภาคใต้ของประเทศไทยมาเลเซียลงไปจนถึงเกาะนิวกินี โดยในประเทศไทยพบอยู่ 3 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์แตกต่างกันที่ลักษณะของใบ คือพันธุ์ก้านแดง (ก้านและเส้นใบสีแดง) พันธุ์แตงกวา (เส้นใบสีเขียวอ่อนกว่าแผ่นใบ) และพันธุ์ยักษาใหญ่ (ใบขนาดใหญ่กว่าพันธุ์อื่นและส่วนบนของขอบใบเป็นหยัก) ทำไมในอดีตพืชกระท่อมถึงจัดเป็นยาเสพติด ? ในอดีตมีการใช้ใบกระท่อมในการรักษาโรคต่าง ๆ โดยใช้ใบสดหรือใบแห้งนำมาเคี้ยว สูบ หรือชงเป็นน้ำชา ซึ่งกลุ่มผู้ใช้แรงงานและเกษตรกรมักบริโภคใบกระท่อมเพื่อกดอาการเมื่อยล้าขณะทำงาน ทำให้สามารถทำงานได้นานขึ้น และตั้งแต่ปี 2486 ในสมัยรัชกาลที่ 8 รัฐบาลได้ออกกฎหมายควบคุมพืชกระท่อมให้พืชกระท่อมจัดเป็นยาเสพติดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าและภาษีของรัฐ เนื่องจากรัฐเป็นผู้ผูกขาดการผลิตฝิ่น ซึ่งมีราคาแพง ทำให้คนหันมาสูบกระท่อมแทนฝิ่น พืชกระท่อมสามารถกินในรูปแบบใดได้บ้าง การกินพืชกระท่อมมักนิยมนำใบสดหรือใบแห้งมาเคี้ยว สูบ หรือชงเป็นน้ำชา แต่ถ้าหากกินใบกระท่อมโดยไม่ได้รูดเอาก้านใบออกจากตัวใบก่อน อาจทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า […]

superadmin

4 February 2022

SNAIL OF THE DEAD

เปิดชื่อหัวเรื่องมาแบบนี้ บางคนอาจจะนึกถึงภาพยนตร์แนวซอมบี้ขึ้นมาทันที เพราะมีอยู่หลายเรื่องที่ชอบตั้งชื่อแล้วเติมด้วยประโยคว่า of the dead snail of the dead หรือหอยทากแห่งความตายที่จะกล่าวถึงก็เช่นเดียวกัน มันเป็นเรื่องราวของหอยทากที่กลายเป็นซอมบี้!! เราคงไม่ทราบหรอกว่าซอมบี้ (zombie) มันมีจริงหรือไม่ แต่ในโลกใบนี้มันก็มีสภาวะใกล้เคียงการเป็นซอมบี้แบบในภาพยนตร์อยู่ด้วย หอยทากซอบบี้ (snail zombie) เป็นสภาวะที่หอยทากในตระกูลซัคซิเนีย (Succinea) ถูกปรสิตที่ชื่อว่า “ลิวโคคลอริเดียม พาราดอกซัม” (Leucochloridium paradoxum) หรือ “หนอนบรูดแซคแถบเขียว” (the green-banded broodsac) เข้าไปครอบครองร่าง และบงการให้หอยทากผู้โชคร้ายตัวนั้นคืบคลานไปสู่ความตาย หนอนบรูดแซคแถบเขียว เป็นหนอนตัวแบนที่อาศัยอยู่ภายในทางเดินอาหารของนก และจะวางไข่ปะปนกับมูลของนกที่ถ่ายออกมา และเมื่อหอยทากไปกินมูลของนก ไข่ของหนอนบรูดแซคแถบเขียวจะแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายของทอยหากไปด้วย เมื่อไข่ของหนอนปรสิตเดินทางสู่ระบบย่อยอาหารของหอยทาก ไข่จะฟักเป็นตัวอ่อน อาศัยกินอยู่ภายในร่างของหอยทากอับโชคตัวนี้ และตัวอ่อนเหล่านั้นจะเดินทางสู่กระบอกตาของหอยทาก เพิ่มสีสันอันสวยงาม (รึเปล่า?) ให้ก้านตา และเมื่อตัวอ่อนมีขนาดใหญ่ขึ้นจะเห็นเป็นหนอนผู้สิงร่างเต็มกระบอกตาของหอยทาก ปกติแล้วหอยทากจะหากินในที่อับชื้นและมืด แต่เมื่อถูกหนอนสิงร่างอยู่ทำให้ดวงตาของมันสูญเสียความสามารถในการรับแสงไป หอยทากจึงคืบคลานเข้าหาแสงได้ บางครั้งไปอยู่บริเวณยอดของต้นไม้อีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้น ก้านตาที่กลายสภาพเป็นหนอนเต้นกระดุกกระดิกไปมา ทำให้หอยทากถูกสังเกตเห็นได้ง่าย และสุดท้ายก็ถูกนกโฉบไปกิน เป็นอันจบชีวิตหอยทากซอมบี้ที่น่าสงสาร […]

superadmin

2 February 2022

ไขมันทรานส์ ภัยร้ายใกล้ตัว

ไขมัน (Fat) เป็นสารที่เกิดจากสารประกอบหลายชนิดร่วมกัน สามารถละลายได้ในตัวทำละลายอินทรีย์แต่ไม่ละลายน้ำ ไขมันเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายแต่ต้องได้รับในปริมาณที่พอดีเท่านั้น หากได้รับในปริมาณมากจนเกินไปจะส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น น้ำหนักเกิน โรคอ้วน และไขมันอุดตันในหลอดเลือด ไขมันชนิดทรานส์ (Trans Fat) หรือที่เราเรียกกันว่า ไขมันทรานส์ คือ ไขมันจำพวกไตรกลีเซอไรด์ ที่มีส่วนประกอบของโมเลกุลเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fatty Acid) ซึ่งในธรรมชาติจะพบกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดซิส (Cis) เป็นหลัก แต่กรดไขมันไม่อิ่มตัวนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เมื่อนำมาผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partially Hydrogenation) เพื่อทำให้เปลี่ยนสถานะจากของเหลวไปเป็นของแข็งหรือกึ่งเหลว เช่น เนยเทียม เนยขาว มาร์การีน ครีมเทียม กระบวนการไฮโดรจีเนชัน (Hydrogenation) เป็นวิธีการแปรรูปน้ำมันพืชที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี คือ การเติมไฮโดรเจนแบบสมบูรณ์ (Full Hydrogenation) เป็นกระบวน การผลิตขั้นสูงมีขั้นตอนที่ซับซ้อน น้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการนี้จะไม่เกิดไขมันทรานส์ แต่จะเปลี่ยนเป็นไขมันชนิดอิ่มตัวแทน และอีกวิธีคือ การเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partial Hydrogenation) ดังที่ได้กล่าวข้างต้น กระบวนการเติมไฮโดรเจนนี้มักดำเนินไปอย่างไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดไขมันทรานส์ขึ้น […]

superadmin

31 January 2022

ฝุ่น..ภัยร้ายที่มองไม่เห็น

เป็นเพียงฝุ่นละอองที่จับต้องแทบไม่ได้ แต่ทำไมจึงสร้างภัยร้ายได้ขนาดนี้ ฝุ่นละออง ฝุ่นละออง คือ อนุภาคของแข็งขนาดเล็กหรือละอองของเหลวที่แขวนลอยอยู่ในอากาศ เกิดขึ้นได้ทั้งจากธรรมชาติ เช่น ทราย ดิน ไอน้ำ เขม่าควันจากไฟป่า และเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น ควันจากการจราจร ฝุ่นจากงานก่อสร้าง ฝุ่นจากการโม่หิน ฝุ่นจากการเผาถ่านหินเพื่อผลิตไฟฟ้า หรือกิจกรรมในครัวเรือนอื่น ๆ ฝุ่นเหล่านี้เมื่อถูกกระแสลมพัดก็จะปลิวกระจายตัว ฝุ่นบางชนิดเล็กมีขนาดเล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อันตรายที่เกิดจากฝุ่น     ระดับความอันตรายของฝุ่นนั้น ขนาดอนุภาคของฝุ่นก็เป็นปัจจัยที่สำคัญเช่นกัน นั่นคือ หากฝุ่นมีอนุภาคขนาดใหญ่อาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญต่อผิวกาย แต่หากฝุ่นนั้นมีอนุภาคขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอนแล้ว จะสามารถผ่านการกรองของขนจมูกเข้าไปสะสมตัว ในระบบทางเดินหายใจ และถ้าฝุ่นอนุภาคขนาดเล็กกว่านั้นและมีสารพิษเป็นองค์ประกอบด้วยแล้ว จะสามารถทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ หรือส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงานของปอดได้ แนวทางการป้องกันภัยร้ายใกล้ตัวอย่างง่าย หมั่นปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดที่อยู่ให้ปราศจากฝุ่น หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝุ่นและควัน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น หากคุณภาพอากาศเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในกลางแจ้ง อ้างอิง PM2.5 คืออะไร? อันตรายและการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก แนวทางการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงจากมลพิษทางอากาศ

superadmin

28 January 2022
1 11 12 13 19
Message us