ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
แมลงวัน…ภัยร้ายใกล้ตัวคุณ
แมลงดำรงชีวิตอยู่ในธรรมชาติ มีทั้งที่เป็นประโยชน์และเป็นโทษต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม หากกล่าวถึงโทษของแมลงนอกจากพิษที่เป็นอันตรายต่อตัวเราแล้ว การที่แมลงมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม เช่น การหาอาหารเพื่อดำรงชีวิต แมลงหลาย ๆ ชนิดมีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์ นอกจากยุงที่เราคุ้นเคยกันดีแล้แมลงวันเป็นอีกชนิดหนึ่งที่เราพบเห็นได้ในชีวิตประจำวันและเป็นที่ทราบกันดีว่าสามารถก่อโรคในมนุษย์ได้เช่นกัน ในประเทศไทยพบแมลงวันเกี่ยวข้องกับมนุษย์และสัตว์อยู่ 4 ชนิดด้วยกัน คือ แมลงวันบ้าน (House Flies) แมลงวันหัวเขียว (Blow Flies) แมลงวันหลังลาย (Flesh Flies) และแมลงวันดูดเลือด (Stomoxys spp.) โดยทั่วไปเรามักจะพบและคุ้นเคยกับแมลงวันบ้านมากที่สุด นั่นเพราะมันมีมากถึงร้อยละ 83 ของแมลงวันทั้งหมด มารู้จักแมลงวันบ้านกัน… แมลงวันบ้าน เป็นแมลงขนาดเล็ก มีปากแบบซับดูด (Sponging type) ลำตัวมีสีเทา ขนาดประมาณ 6-9 มิลลิเมตร ตามีสีน้ำตาลปนแดง ลำตัวมีขนสีเทาดำขนาดเล็กจำนวนมาก ปีก 1 คู่ เป็นเยื่อใสมีโครงร่างยึดเป็นร่างแหสีดำ แมลงวันบ้านจะออกหากินในช่วงเวลากลางวันไปยังแหล่งอาหาร เช่น ของสด สิ่งบูดเน่าต่าง ๆ เศษอาหาร เป็นต้น ส่วนในเวลากลางคืนจะรวมกลุ่มกันอยู่บนกิ่งไม้หรือพุ่มไม้ แมลงวันนำโรคมาได้อย่างไร…เราเคยสังเกตเห็นแมลงวันบินมาตอมอาหารและถูขาหน้าบ้างหรือไม่? แมลงวันจะใช้ขาสำหรับดมกลิ่นรสอาหาร แต่เนื่องจากลำตัวของแมลงวันเต็มไปด้วยขน และลิ้นที่ใช้กินอาหารมีกาวเหนียว […]
รู้หรือไม่…ว่ามีอันตรายจากสิ่งเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นอยู่รอบตัว
รู้หรือไม่ว่า อากาศ ที่เราหายใจเข้าไปไม่ใช่อากาศที่บริสุทธิ์เพราะมีฝุ่นละอองขนาดเล็กเช่น pm 2.5 รวมถึงเชื้อโรคต่าง ๆ และยังมีสารปนเปื้อนอีกมากมาย ซึ่งควรต้องป้องกันหรือหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย รู้หรือไม่ว่า ฝุ่น pm2.5 มีอนุภาคขนาดเล็กเพียง 2.5 ไมครอนหรือเทียบเท่ากับ 1 ใน 25 ส่วนของขนาดเส้นผมมนุษย์ มีขนาดเล็กมากจนขนจมูกไม่สามารถกรองฝุ่นได้ ดังนั้นฝุ่นจึงแพร่เข้าสู่ร่างกายได้ง่ายดาย รู้หรือไม่ว่า ไวรัสบางชนิดก่อให้เกิดโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจชนิดที่เราคุ้นเคยกันดี เช่น โรคหวัด จากเชื้อไวรัสประเภทคอรีซา (Coryza virus) โรคไข้หวัดใหญ่จากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza virus) หรือแม้กระทั่งโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพียงเพราะแค่ละอองจามหรือไอที่แพร่ผ่านอากาศก็สามารถทำให้เชื้อโรคติดต่อกันได้ รู้หรือไม่ว่า หน้ากาก n95 แบบมาตรฐานที่เราใช้สำหรับป้องกันฝุ่นเป็นคนละชนิดกับหน้ากาก n95 ในทางการแพทย์ เนื่องจาก n95 แบบมาตรฐานนั้นมีประสิทธิภาพสำหรับกันฝุ่นละอองและฟูมโลหะ (Metal fume) ได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ n95 ในทางการแพทย์นั้น จำเป็นต้องมีประสิทธิภาพในการป้องกันการซึมผ่านหรือพ่นกระเซ็นของของเหลวเพิ่มขึ้นอีกด้วย ** ฟูม คือ อนุภาคของแข็งที่มีขนาดเล็กมาก […]
ชาเขียว & มัทฉะ ความต่างที่สร้างความอร่อย
ชาเป็นผลผลิตทางเกษตรกรรมที่ได้จากส่วนของใบ ยอดอ่อน และก้านของต้นชา ที่ผ่านการแปรรูปเพื่อนำมาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องดื่ม กลิ่นหอมที่ได้จากชาเกิดจากสารต่าง ๆ ที่อยู่ในชาที่มีคุณสมบัติเป็นน้ำมันหอมระเหย ซึ่งพืชหลายชนิดที่มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยเช่นนี้ สามารถนำมาตากแห้ง ใช้ชงหรือต้มกับน้ำร้อนก็เรียก ชา ได้เช่นกัน ทำให้ชามีหลากหลายชนิด โดยปัจจุบันชาเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในที่นี้จะกล่าวถึงชา 2 ประเภท ที่ได้จากต้นชา คือ ชาเขียว (Green Tea) และชาเขียวมัทฉะ (Matcha) เครื่องดื่มสีเขียว กลิ่นหอม ที่หลายคนชื่นชอบเพราะไม่ว่าจะไปร้านอาหารหรือคาเฟ่ก็สามารถพบเจอได้ ถือได้ว่าเป็นเครื่องดื่มอันดับต้น ๆ ที่เป็นตัวเลือกสำหรับคนไม่ดื่มกาแฟ โดยทั้งชาเขียวและชาเขียวมัทฉะนั้น มีต้นกำเนิดมาจากต้นชาเช่นเดียวกัน แต่มีความต่างในเรื่องของ “กรรมวิธีการผลิต” 1. ชาเขียว (Green Tea) ชาเขียวได้จากการนำใบชาสดมาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วด้วยการอบผ่านความร้อน เพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไม่ให้เกิดการสลายตัว ใบชาที่ได้จึงแห้ง สด มีสีค่อนข้างเขียว และยังคงสารสำคัญที่มีประโยชน์ ได้แก่ สารกลุ่มโพลิฟีนอล เช่น อีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (epigallocatechin gallate : EGCG) , ไมริซิติน (myricetin), […]
สึนามิ ภัยเงียบจากธรรมชาติที่สร้างความสูญเสีย
หลายคนอาจเคยได้ยินเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย ในช่วงปี 2547 โดยเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เกาะสุมาตราในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเกิดจากการยุบตัวของแผ่นเปลือกโลกมหาสมุทรอินเดียและเกิดคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ขึ้นตามมา เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียเป็นจำนวนมากทั้งในประเทศอินโดนีเซีย ศรีลังกา อินเดียและไทย วันนี้ไปทำความรู้จักกับคลื่นสึนามิ ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และมีวิธีรับมืออย่างไร สึนามิคืออะไร ทำไมถึงทำให้น้ำในทะเลหรือมหาสมุทรเป็นคลื่นยักษ์ได้ สึนามิ เกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกใต้มหาสมุทรหรือในทะเลลึก หรืออาจจะมีสาเหตุอื่นได้อีก ไม่ว่าจะเป็นดินถล่ม หรือภูเขาไฟใต้ทะเลระเบิดก็ทำให้เกิดคลื่นยักษ์ได้เช่นกัน เมื่อแผ่นเปลือกโลกเกิดการเปลี่ยนรูปร่างอย่างกะทันหัน ทำให้มวลน้ำในทะเลและมหาสมุทรเคลื่อนที่เพื่อให้เข้าสู่สมดุล ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนตัวของน้ำอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วสูง เมื่อคลื่นเข้าใกล้ชายฝั่ง จะเคลื่อนที่ช้าลงจึงเกิดการบีบอัด ทำให้ความสูงของคลื่นเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ซัดเข้าชายฝั่งและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง วิธีเตรียมความพร้อมและรับมือกับคลื่นสึนามิ ถึงแม้ประเทศไทยจะมีโอกาสเกิดคลื่นสึนามิได้น้อยมาก แต่เราก็ไม่ควรประมาทต่อภัยธรรมชาตินี้ ดังนั้นเราจึงควรรู้วิธีเตรียมพร้อมและรับมือเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น แนวทางการปฏิบัตินี้ อาจช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของเรา สิ่งสำคัญคือต้องไม่ตื่นตระหนก และรีบไปพื้นที่ปลอดภัยให้เร็วที่สุด อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine

