คันศรแห่งรัตติกาล (Moonbow)

ในเดือนมิถุนายนของทุกปี เรามักพบเห็นสีรุ้งอยู่ในสื่อต่าง ๆ รุ้ง หรือรุ้งกินน้ำ (Rainbow) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงามน่าอัศจรรย์ และความอัศจรรย์จะเพิ่มมากขึ้นไปอีก เมื่อได้รู้ว่า เราสามารถมองเห็นรุ้งได้ในเวลากลางคืนได้เช่นกัน รุ้งที่เห็นได้ในเวลากลางคืน เราเรียกว่า รุ้งแสงจันทร์หรือรุ้งจันทรา (Moonbow)

รุ้ง หรือรุ้งกินน้ำ (Rainbow) เกิดขึ้นเมื่อในอากาศมีละอองน้ำจำนวนมาก แสงจากดวงอาทิตย์ส่องผ่านละอองน้ำนั้น เกิดการกระจายออกเป็นแสงสีและเกิดการสะท้อนกลับหมด ทำให้เรามองเห็นเป็นแถบสีต่าง ๆ 7 สี คือ สีม่วง สีคราม สีน้ำเงิน สีเขียว สีเหลือง สีแสด และสีแดง ตามลำดับ โดยสีม่วงอยู่ด้านล่างสุด และสีแดงจะอยู่ด้านบนสุด รุ้งกินน้ำมักเกิดหลังจากฝนตกใหม่ ๆ และเกิดในทิศตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์

รุ้งแสงจันทร์, รุ้งจันทรา หรือคันศรแห่งรัตติกาล (Moonbow) เป็นรุ้งที่เกิดในเวลากลางคืน เกิดจากแสงอาทิตย์ที่กระทบดวงจันทร์แล้วส่องมาบนโลก (ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าเป็นแสงจันทร์) โดยแสงจันทร์ต้องมีความสว่างมากเพียงพอ ท้องฟ้ามืดสนิท ดวงจันทร์จะต้องทำมุมน้อยกว่า 42 องศาเหนือพื้นราบ และละอองน้ำจากฝนหรือน้ำตกต้องอยู่ตรงข้ามกับดวงจันทร์ เพื่อให้แสงจันทร์สาดส่องได้ทั่วถึง

ทั้งหมดนี้ เป็นปัจจัยสำคัญมากต่อการเกิดรุ้งแสงจันทร์ เราจึงพบเห็นได้ยาก และในบางครั้ง เราอาจมองเห็นรุ้งแสงจันทร์เป็นแสงสีขาวทรงโค้ง ไม่มีการแยกสีสัน นั่นเพราะแสงจากดวงจันทร์มีน้อยมาก จึงไม่เพียงพอที่จะทำให้เรามองเห็นและแยกสีได้ด้วยดวงตา แต่หากเราใช้กล้องถ่ายรูปที่ตั้งค่าการเปิดรับแสงได้มากพอ ก็จะสามารถถ่ายรูปรุ้งแสงจันทร์ได้อย่างสวยงาม

แม้ว่ารุ้งแสงจันทร์จะหาชมได้ยาก แต่ก็มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นบ่อยในบางสถานที่ เช่น น้ำตกที่สร้างละอองน้ำในอากาศได้ ที่อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี (Yosemite National Park) ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา หรือน้ำตกวิกตอเรียที่อยู่บริเวณรอยต่อของประเทศแซมเบียและซิมบับเวในทวีปแอฟริกา เป็นต้น

อ้างอิง