ดาวยูเรนัส (Uranus)

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอยู่ 5 ดวง ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และ ดาวเสาร์ ตามลำดับ ส่วนดาวยูเรนัสกับดาวเนปจูนนั้น จะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จำเป็นต้องอาศัยกล้องโทรทรรศน์ในการช่วยสังเกต ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับดาวยูเรนัสกัน

ดาวยูเรนัส (Uranus) เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 7 ของระบบสุริยะ ในช่วงที่ดาวยูเรนัสเข้าใกล้โลกที่สุดจะเป็นช่วงที่เราสามารถมองเห็นดาวยูเรนัสด้วยตาเปล่าได้ ซึ่งในช่วงนี้ดาวยูเรนัสจะมีโชติมาตรปรากฏ 5.7 (โชติมาตรปรากฏที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าคือ 6) เป็นช่วงที่พอจะสังเกตเห็นได้จาง ๆ แต่เราจะจำแนกไม่ได้ หรือเกือบไม่ได้ เนื่องจากบนท้องฟ้าในเวลากลางคืนมีดาวที่มีความสว่างใกล้เคียงกับดาวยูเรนัสอยู่เป็นจำนวนมาก จุดแสงของดาวยูเรนัสจึงกลมกลืนไปกับดาวฉากหลัง ทำให้ไม่อาจจำแนกได้ว่าจุดไหนเป็นดาวยูเรนัส

ดาวยูเรนัสมีอีกชื่อเรียกหนึ่งในภาษาไทยว่า ดาวมฤตยู ซึ่งแปลว่า ดาวแห่งความตาย ส่วนคำว่า ‘ยูเรนัส’ นั้น มาจากชื่อของเทพเจ้ากรีก ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งท้องฟ้า คำ ๆ นี้ได้ถูกเสนอให้นำมาตั้งเป็นชื่อดาวเพื่อที่จะได้สอดคล้องกับชื่อดาวดวงอื่นที่เป็นชื่อของเทพเจ้าเช่นกัน และชื่อนี้ก็ได้ถูกยอมรับกันอย่างกว้างขวาง
ดาวยูเรนัส มีองค์ประกอบคล้ายดาวพฤหัสบดี ซึ่งภายในดาวจะประกอบไปด้วยไฮโดรเจน และฮีเลียม เป็นส่วนใหญ่ แต่ลึกลงไปชั้นในมีส่วนประกอบของ แอมโมเนีย และมีเทน ผสมอยู่ด้วย

เนื่องจากดาวยูเรนัส เป็นดาวเคราะที่อยู่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์มาก ทำให้พลังงานความร้อนที่แผ่ออกมาจากดวงอาทิตย์ส่งมาไม่ถึงหรือแผ่ออกมาในปริมาณที่น้อยมาก ๆ ดาวยูเรนัสจึงมีอุณหภูมิติดลบถึง -200 องศาเซลเซียส อีกทั้งภายในดาวยังมีแก๊สมีเทนในชั้นบรรยากาศสูงมาก และเพราะแก๊สมีเทนนี้เองที่ทำให้สีของดาวยูเรนัสนั้นมีสีฟ้าเขียว

ดาวยูเรนัสมีดวงจันทร์บริวารที่ถูกค้นพบแล้ว 27 ดวง โดยมีดวงจันทร์ขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างเป็นทรงกลมหลัก ๆ อยู่ 5 ดวง ได้แก่ มิรันดา แอเรียล อัมเบรียล ไททาเนีย และ โอเบรอน ดาวยูเรนัสมีวงแหวนเช่นเดียวกับดาวเคราะห์ชั้นนอกดวงอื่น ๆ เช่น ดาวเสาร์ แต่วงแหวนของดาวยูเรนัสจะบางกว่าและสังเกตได้ยากกว่ามาก

เกร็ดความรู้ : ค่าโชติมาตรปรากฏ เป็นเพียงตัวเลขที่บ่งบอกถึงความสว่างของดาวที่ผู้สังเกตสามารถมองเห็นจากโลกได้ด้วยตาเปล่า ดาวที่มีค่าโชติมาตรน้อยจะมีความสว่างมากกว่าดาวที่มีค่าโชติมาตรมาก

อ้างอิง