ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
“ต้นตีนเป็ด” กลิ่นของฤดูหนาวช่วงท้ายปี
ฤดูหนาว เป็นฤดูกาลที่หลายคนต่างตั้งตารอ ทั้งสภาพอากาศที่เย็นสบาย ลมพัดเอื่อย ๆ แสงแดดที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นและแจ่มใสในเวลาเดียวกัน รวมถึงเทศกาลหรือเหตุการณ์มากมายที่จะเกิดขึ้นในช่วงท้ายปี สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกลิ่นอายที่บ่งบอกการมาเยือนของฤดูหนาวได้เป็นอย่างดี ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีกลิ่นที่ให้ความรู้สึกเฉพาะตัวแตกต่างกันออกไป เช่น ในประเทศแถบทวีปยุโรปอาจจะเป็นกลิ่นไม้สน หิมะ หรือเตาไฟ ส่วนในประเทศไทยเรานั้นก็คงหนีไม่พ้นกลิ่นของดอก “ต้นตีนเป็ด” นี่แหละ ต้นตีนเป็ด หรือ “พญาสัตบรรณ” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Alstonia scholaris (L.) R.Br. จัดอยู่ในวงศ์ Apocynaceae เป็นไม้ยืนต้นสูง 15–20 เมตร พบเห็นได้ทั่วไป นิยมปลูกริมถนนหรือพื้นที่กลางแจ้ง ลักษณะเรือนยอดแผ่เป็นชั้นคล้ายฉัตร ทุกส่วนของต้นมีน้ำยางสีขาว ใบเป็นใบเดี่ยว รูปร่างยาวรี ปลายใบมน โคนแหลม ใบออกเป็นกลุ่มรอบกิ่งส่วนมากมี 7 ใบ (สัตหรือสัตตะ แปลว่า 7) ดอก ออกเป็นช่อเเละเเน่นเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง หนึ่งช่อจะมีดอกย่อยจำนวนมากสีขาวหรือขาวอมเขียว เวลาบานจะบานสะพรั่งพร้อมกันทั้งช่อและส่งกลิ่นหอมรุนแรงจนได้ฉายาว่า ต้นไม้ปีศาจ กลิ่นนี้เมื่อสูดดมเพียงเล็กน้อยจะรู้สึกหอมเย็นเหมือนอยู่ในป่า หากสูดดมมากจะรู้สึกวิงเวียนศีรษะ ยิ่งในช่วงค่ำจะส่งกลิ่นแรงกว่าเวลาอื่น ๆ และเนื่องจากออกดอกเพียงปีละครั้งช่วงปลายฝนต้นหนาว เดือนตุลาคม – […]
Blockchain คืออะไร?
ในบทความก่อนหน้านี้ได้กล่าวถึง Cryptocurrency ซึ่งใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการจัดเก็บ และยืนยันการทำธุรกรรมต่าง ๆ ในวันนี้เราจะมาพูดถึง Blockchain ว่ามันคืออะไรกัน Blockchain เป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นมาและสร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมโลกเป็นอย่างมาก มันถูกสร้างขึ้นในปี 2008 โดยคนที่ใช้นามแฝงว่า Satoshi Nakamoto ซึ่งจนถึงทุกวันนี้เราก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า Satoshi Nakamoto เป็นใครและปัจจุบันกำลังทำอะไรอยู่ เทคโนโลยี Blockchain หากอธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ ลองนึกภาพว่ามันเป็นเสมือนโซ่ที่สร้างขึ้นเพื่อกระจายข้อมูลเก็บไว้ในชิ้นส่วนโซ่ที่ต่อกัน ข้อมูลเหล่านั้นไม่สามารถถูกเปลี่ยนแปลงได้เรียกได้ว่า Blockchain โดยเริ่มแรกถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างสกุลเงินดิจิทัล (Digital Currency) เช่น Bitcoin อย่างไรก็ตามในตอนนี้เทคโนโลยี Blockchain ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับสกุลเงินดิจิทัลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ณ ปัจจุบันวงการอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้นำศักยภาพของเทคโนโลยี Blockchain ไปใช้ประโยชน์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจของตนอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ข้อมูลที่อยู่บน Blockchain ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และฐานข้อมูลของ Blockchain ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในที่ใดที่หนึ่งเพียงแห่งเดียว หมายความว่าข้อมูลที่ถูกบันทึกบน Blockchain จะถูกเปิดเผยเป็นสาธารณะและสามารถถูกเข้ามาตรวจสอบได้ ข้อมูลเหล่านี้ไม่มีส่วนกลางเข้ามาทำหน้าที่ควบคุมและปกป้อง ดังนั้นแฮ็กเกอร์จะไม่สามารถเข้ามาแฮ็กข้อมูลนี้ได้เนื่องจากไม่มีจุดศูนย์กลางให้โจมตี นั่นหมายความว่าหากพวกเขาต้องการแฮ็กเพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลนั้น พวกเขาต้องโจมตีฐานข้อมูลที่ถูกกระจายออกไปทั้งหมดในเวลาพร้อมกัน […]
Sea Moss Gel : ซุปเปอร์ฟู้ดกินยากแต่มากประโยชน์
หลายเดือนที่ผ่านมา “ซีมอสเจล” (Sea Moss Gel) ถูกพูดถึงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มคนรักสุขภาพ ในฐานะซูเปอร์ฟู้ดรูปแบบเจลที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ซีมอสเจลแปรรูปมาจากมอสทะเล (Chondrus crispus) ที่เรียกว่า ซีมอส (Sea Moss) หรือไอริสมอส (Irish Moss) สาหร่ายทะเลสีแดงที่เติบโตได้ดีบริเวณชายฝั่งทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งพบมากในแถบทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป เดิมทีซีมอสถูกนำมาสกัดเป็นสารปรุงแต่งหรือวัตถุเจือปนอาหารที่เรารู้จักกันในชื่อคาร์ราจีแนน (Carrageenan) ซึ่งช่วยเพิ่มความข้นหนืดในอาหาร เช่น นมข้นหวาน ไอศกรีม เยลลี่ และพุดดิ้ง ซีมอสเป็นพืชจำพวกสาหร่ายที่ชาวตะวันตกคุ้นเคยเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับที่คนไทยเรารู้จัก “ไข่ผำ” ปัจจุบันซีมอสได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะจากกระแสผลิตภัณฑ์ซีมอสเจลของ Erewhon แบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติอเมริกันที่ขายวัตถุดิบและอาหารออร์แกนิกที่มีคุณภาพและโภชนาการสูง รวมถึงเครื่องดื่มสมูทตี้ที่เป็นกระแสในช่วงนี้ด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนอยากลิ้มลองรสชาติสักครั้งในชีวิต อีกทั้งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่เหล่านางแบบและเซเลบริตี้สายสุขภาพชื่อดังระดับโลก ได้ออกมาแชร์เคล็ดลับดูแลสุขภาพและผิวพรรณโดยการรับประทานซีมอสเจลต่อเนื่องเป็นเวลา 30 วัน เพื่อสุขภาพที่ดี แม้ว่ากลิ่นและรสชาติอาจไม่ถูกใจใครหลาย ๆ คน ทั้งรูปลักษณ์ที่เหมือนขี้ผึ้ง รสชาติจืดชืด และมีกลิ่นคาวทะเล แต่ซีมอสกลับอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินและแร่ธาตุมากถึง 92 ชนิด (ยังรอการวิจัยเพิ่มเติม) ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประโยชน์ของซีมอสเจล ข้อควรระวังในการรับประทานซีมอสเจล จะเห็นได้ว่าซีมอสมีประโยชน์และคุณค่าทางอาหารมากมาย แต่ถึงอย่างไรการรับประทานซีมอสซึ่งเป็นพืชที่เจริญเติบโตจากท้องทะเลในปริมาณมากอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ […]
มีอะไรอยู่ใน…สับปะรด : แค่ผลไม้รสเปรี้ยวจริงหรือ?
หากใครที่เคยรับประทานสับปะรดแบบผลสด นอกจากรสเปรี้ยวอมหวานที่หลาย ๆ คน ชื่นชอบกันแล้ว สำหรับบางคนอาจจะมีอาการ คัน แสบ หรือเกิดการระคายเคืองบริเวณลิ้น ขณะหรือหลังรับประทานสับปะรด ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเป็นอันตรายต่อร่างกายของเราหรือไม่ ? วันนี้จะพามารู้จักเกี่ยวกับสารที่เกี่ยวข้องในสับปะรดกัน สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน เนื่องจากมีกรดซิตริก และกรดมาลิก เป็นองค์ประกอบ จึงทำให้สับปะรดมีรสเปรี้ยว ซึ่งกรดซิตริกสามารถพบได้ทั่วไปในพืชตระกูลส้มและผลไม้หลาย ๆ ชนิด เช่น ส้ม มะนาว เป็นต้น นอกจากนี้ภายในสับปะรด ยังพบเอนไซม์ตามธรรมชาติที่ชื่อว่า บรอมมีเลน (Bromelain) อยู่ในส่วนต่าง ๆ ของสับปะรด แต่พบปริมาณมากบริเวณแกนกลางผล มีคุณสมบัติในการย่อยสลายโปรตีน เมื่อเรารับประทานสับปะรดเข้าไปลิ้นของเราซึ่งมีโปรตีนธรรมชาติเคลือบอยู่ เอนไซม์ชนิดนี้จะทำการย่อยสลายโปรตีนที่ลิ้นของเราไปด้วย นั่นจึงทำให้บริเวณลิ้นเกิดการระคายเคือง รู้สึกแสบ คันได้ หลังจากนั้นลิ้นจะสร้างโปรตีนใหม่ขึ้นมาทดแทน นอกจากนี้สับปะรดยังมีแร่ธาตุ วิตามินซี วิตามินบี 2 ,3, 5 กรดโฟลิก แคลเซียม และอื่น ๆ อีกหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ซึ่งสับปะรดมีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ปัสสาวะขัด […]

