ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
กาแฟ หรือแกฟะ?
กาแฟหรือแกฟะ? วิทยาศาสตร์ของอาการใจสั่นเมื่อกินกาแฟ ไม่รู้ว่าใจฉันที่กำลังสั่นเป็นเพราะกาแฟ หรือเป็นเพราะแพ้ให้คนน่ารักอย่างแกฟะ กาแฟหรือแกฟะ – Intoverse ถึงจะไม่รู้ว่าอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเป็นเพราะคนตรงหน้า หรือเป็นเพราะคาเฟอีนจากกาแฟแก้วใหญ่ที่ดื่มอย่างรวดเร็วด้วยความประหม่าคนตรงหน้าอีกที แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นอาการที่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวเอาซะเลย ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับกาแฟและกระบวนการก่อนจะมาเป็นกาแฟสักเล็กน้อย กาแฟเป็นพืชชนิดหนึ่ง เมล็ดกาแฟได้จากผลกาแฟสุกสีแดงที่ทำได้จากการบีบเบา ๆ จากนั้นนำไปคั่วให้มีกลิ่นหอมตามกรรมวิธีหลากหลายแบบ ในกาแฟมีสารคาเฟอีนอยู่โดยธรรมชาติเพื่อป้องกันตัวเองจากแมลง เราสามารถพบคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบในช็อกโกแลต ชา น้ำอัดลมและเครื่องดื่มชูกำลังต่างๆและยังสามารถพบคาเฟอีนได้ในพืชอีกมากกว่า 60 ชนิด เรากินคาเฟอีนไปเพื่ออะไร? ถึงแม้ว่าคาเฟอีนจะเป็นสารที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตก็ตาม แต่ในบางกิจกรรมในชีวิตประจำวันของวัยเรียนวัยทำงานหรือช่วงเวลาพิเศษ เช่น การไปเดท การขับรถระยะไกล การรับคาเฟอีนก็เป็นส่วนช่วยในด้านการกระตุ้นของระบบร่างกายต่าง ๆ ไม่ว่าจะความกระปรี้กระเปร่า การออกจากความรู้สึกเหนื่อยล้า หลุดจากความง่วง การเพิ่มการเผาผลาญ และส่วนใหญ่มักจะรับคาเฟอีนเพื่อให้สมองตื่น แล้วสมองเราตื่นได้อย่างไร? กลไกการดีดเด้งของสมองจากกาแฟหรือคาเฟอีนเริ่มขึ้นจากสารอะดีโนซีน (adenosine) ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการเฉื่อยชาง่วงนอนจากการลดกิจกรรมของเซลล์ประสาท สารนี้จะทำงานต่อเมื่อไปจับกับตัวรับสาร (Adenosine receptor) แต่ด้วยโครงสร้างสารของคาเฟอีนมีความคล้ายกับโครงสร้างของอะดีโนซีน ดังนั้น คาเฟอีนจึงสามารถหลอกเจ้าตัวรับแล้วเข้าไปแทนอะดีโนซีนได้ การสวมรอยนี้ของคาเฟอีนส่งผลให้เพิ่มการทำงานของเซลล์ประสาทในสมอง และในเวลาเดียวกันก็มีการกระตุ้นการสร้างอะดรีนาลีนร่วมด้วย อะไรทำให้ใจสั่น แล้วใจสั่นจากสิ่งอื่นได้มั้ย? ใจสั่น (Palpitation) คือหัวใจเต้นเร็วหรือผิดจังหวะไม่สม่ำเสมอ อาการวิตกกังวล กระวนกระวาย ไม่มีสมาธิ เนื่องจากคาเฟอีนมีผลในการเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจจากการหลั่งของอะดรีนาลีนร่วมด้วยกับการได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่มากเกินไปที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว […]
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของหลอดพลาสติก
หลอดพลาสติกขนาดเล็ก ที่ถูกใช้จนเคยชินและกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งที่ถูกแถมมากับเครื่องดื่มที่เราสั่ง ที่มีอายุการใช้งานไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็ทิ้งไป หลอดจำนวนมากที่ถูกทิ้งนั้นจะกลายเป็นขยะและจะเป็น อันตรายต่อสิ่งแวดล้อมเหตุใดหลอดพลาสติกจึงไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อม 1. หลอดพลาสติกรีไซเคิลได้ยาก หลอดมักทำจากพลาสติกประเภท 5 หรือโพลีโพรพีลีน (Polypropylene : PP) แม้จะเป็นพลาสติกประเภท 5 ที่สามารถรีไซเคิลได้แต่ปัญหาคือเครื่องรีไซเคิลส่วนใหญ่ไม่รองรับพลาสติกที่มีขนาดเล็กอย่างหลอด และการรีไซเคิลหลอดนั้นมีต้นทุนที่สูง นอกจากรอการถูกกำจัดและทำให้เกิดมลพิษตามมา 2. พลาสติกไม่มีการย่อยสลายอย่างสมบูรณ์ การสลายได้ (decompose) เป็นคุณสมบัติหนึ่งของพลาสติกอยู่แล้ว แต่การย่อยสลายของพลาสติกนั้นไม่สามารถย่อยสลายได้ด้วยจุลินทรีย์เหมือนซากพืชซากสัตว์ ปัญหาคือพลาสติกใช้เวลาย่อยสลายนานหลายร้อยปี ย่อย สลายกลายเป็นไมโครพลาสติกที่ปนเปื้อนในน้ำ ดิน และวนกลับเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ อีกทั้งระหว่างที่พลาสติกยังไม่ย่อยสลาย ยังสร้างปัญหาขยะมากมาย และเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย 3. หลอดมักถูกทิ้งไม่ถูกที่และเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร เมื่อใดก็ตามที่มีการทำความสะอาดชายฝั่ง หลอดพลาสติกจะอยู่ในรายชื่อของขยะที่ถูกพบ และเมื่อดูขยะทะเลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบว่าหลอดหรือที่คนเครื่องดื่มอยู่ในอันดับที่ 10 ซึ่งมีจำนวน 80,730 ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 5.21 ของขยะทะเลที่พบ (พฤษภาคม 2564) นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล ผลวิจัยพบว่านกทะเลกว่าร้อยละ 70 และเต่าทะเลกว่าร้อย ละ 30 มีขยะพลาสติกอยู่ในท้องของพวกมัน […]
ขยะพลาสติกและปัญหาการรีไซเคิล
รู้สึกดีที่ได้รีไซเคิลอะไรบางอย่าง? ความรู้สึกที่เกิดจากการแยกขวดพลาสติกออกจากขยะชนิดอื่น ยิ่งคุณแยกขยะรีไซเคิลออกจากขยะทั่วไปมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้คุณรู้สึกเหมือนกับว่าได้ช่วยโลกใบนี้ไว้ !!! ในความเป็นจริงแล้วต่อให้เราทำความสะอาดและแยกพลาสติกสำหรับรีไซเคิลไว้ดีแค่ไหน สุดท้ายพวกมันก็จะไปจบลงที่กองขยะอยู่ดี ในสหรัฐอเมริกามีพลาสติกที่ถูกนำไปรีไซเคิลเพียงแค่ 2 ชนิดหลัก นั่นคือ พลาสติกจากขวดน้ำดื่มพอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต / Polyethylene terephthalate (PET) และอีกชนิดคือพลาสติกที่ได้จากขวด ถัง หรือถาดต่าง ๆ พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง /High Density Polyethylene (HDPE) ซึ่งขยะพลาสติก 1 ใน 4 ของขยะพลาสติกทั้งโลกก็คือ พลาสติก 2 ชนิดนี้นั่นเอง จากการวิจัยในปี 2017 พบว่า การหลอมพลาสติกเพื่อการรีไซเคิลนั้นทำให้ความเหนียวของพลาสติกลดลง ดังนั้น PET ที่ได้จากการรีไซเคิลจะถูกรวมเข้ากับ PET ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อสร้างความแข็งแรงให้มากขึ้นและการรีไซเคิล HDPE นั้นจะได้พลาสติกสีดำซึ่งเหมาะแก่การทำเก้าอี้ในสวนสาธารณะและถังขยะหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องการสีที่สวยงามมากนัก ความยากของการรีไซเคิลพลาสติก คือการทำให้ผู้ใช้ต้องการที่จะใช้มัน นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมขยะพลาสติกถึงมีจำนวนมาก ข่าวล่าสุดระบุว่า สหรัฐอเมริกาสร้างขยะพลาสติก 42 ล้านตัน ซึ่งมากที่สุดในโลก ในขณะที่ไทยขึ้นแท่นประเทศที่สร้างขยะพลาสติกต่อประชากร (กิโลกรัมต่อปี) สูงเป็นอันดับ […]
เมลามีน…พลาสติกที่ไม่ควรใช้ในไมโครเวฟ
บางครั้งการใช้ชีวิตรีบเร่งของสังคมเมืองในปัจจุบัน ทำให้ไม่มีเวลาทำอาหาร ดังนั้นหลายคนอาจจะใช้วิธีการซื้ออาหารจากนอกบ้านกลับเข้าไปที่บ้าน อุ่นร้อนก่อนรับประทาน แล้วภาชนะที่ใช้อุ่นอาหารมีถูกสุขลักษณะแล้วหรือยัง แน่นอนว่า หลายคนทราบว่าภาชนะที่ใช้สำหรับการอุ่นอาหารในไมโครเวฟ ควรจะเป็นภาชนะเซรามิกหรือแก้วแบบหนา แต่บางครั้งการที่เราเลือกซื้ออาหารที่ถูกบรรจุในกล่องพลาสติกอยู่แล้วอาจจะทำให้ไม่อยากเปลี่ยนภาชนะ แต่การอุ่นอาหารในกล่องพลาสติกนั้น นอกจากภาชนะพลาสติก PP (Polypropylene) และภาชนะพลาสติกประเภท CPET (Crystallized Polyethylene Terepthalate) ที่ถือว่าปลอดภัยเมื่อใช้ในไมโครเวฟแล้ว พลาสติกประเภทเมลามีน สามารถใช้อุ่นอาหารในไมโครเวฟได้ไหมนะ เมลามีน คือสารประกอบอินทรีย์ ที่ถูกนำมาใช้ประประโยชน์หลากหลาย โดยเฉพาะที่ทุกครัวเรือนคุ้นเคยกันดีนั่นคือภาชนะเมลามีนที่ทำจากเมลามีนฟอร์มาลดีไฮด์ (Melamine Formaldehyde) สาเหตุที่ภาชนะเมลามีนได้รับความนิยม เป็นเพราะวัสดุเป็นพลาสติกทนความร้อนได้ดี มีความแข็งแรงใช้งานได้ยาวนาน ไม่แตกง่าย น้ำหนักเบา ทำความสะอาดง่ายและมีรูปลักษณ์สวยงามอีกด้วย แต่ถึงภาชนะเมลามีนจะทนความร้อนได้ดี แต่ก็เป็นเพียงความร้อนที่ส่งผ่านจากอาหารตามปกติเท่านั้น การที่เราไม่ควรใช้ภาชนะเมลามีนในการอุ่นอาหาร เป็นเพราะความร้อนจากคลื่นไมโครเวฟอาจทำให้สารฟอร์มาลดีไฮด์ (formaldehyde) ที่เป็นส่วนประกอบของภาชนะสลายปนเปื้อนกับอาหาร ส่งผลให้เกิดอันตรายมากมายต่อสุขภาพได้ ถึงแม้การอุ่นอาหารจะใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่นาที แต่มีความสำคัญต่อสุขภาพเพราะเป็นการลดความเสี่ยงจากแบคทีเรียในอาหาร ดังนั้นพื่อประโยชน์สูงสุดจึงควรเลือกใช้ภาชนะอุ่นอาหารที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสการปนเปื้อนของสารเคมี รวมถึงควรปฏิบัติตามข้อแนะนำการใช้เครื่องมืออุ่นอาหารและการเลือกใช้ภาชนะอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine

