ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
เมื่อได้ยินเสียง “วี้ หว่อ วี้ หว่อ”
“วี้ หว่อ วี้ หว่อ” เมื่อได้ยินเสียงนี้มาแต่ไกลแม้จะยังไม่เห็นตัวรถ เราสามารถคาดการณ์ได้ว่าอาจจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น หรืออาจจะมีผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วนอยู่บนรถ หรือตำรวจกำลังไล่ล่าจับผู้ร้าย เป็นต้น โดยเสียง “วี้ หว่อ วี้ หว่อ” คือเสียงไซเรนซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของเสียงที่เราได้ยิน ของการได้ยินเสียงนี้ เราจะรู้สึกว่าเสียงมีความทุ้มหรือสูงผิดปกติไปจากเสียงจริง เช่น หากวัตถุที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียงกำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาผู้ฟัง ลักษณะของเสียงจะสูงขึ้นเนื่องจากความถี่สูงขึ้น (ความยาวคลื่นน้อยลง) แต่หากแหล่งกำเนิดเสียงค่อย ๆ ออกห่างจากผู้ฟังเสียงจะทุ้มมากขึ้น เนื่องจากมีความถี่ต่ำลง (ความยาวคลื่นมากขึ้น) จนเงียบไป ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า ปรากฏการณ์ดอปเปลอร์ (Doppler Effect) ซึ่งเกิดจากการเคลื่อนที่สัมพัทธ์ระหว่างแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้ฟัง ทำให้ผู้ฟังได้ยินเสียงที่มีความถี่ไม่เท่ากับความถี่เสียงที่แหล่งกำเนิดเสียงให้ออกมานั่นเอง แหล่งข้อมูล ปรากฏการณ์ดอปเปลอร์ Doppler Effect ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ FacebookFacebookXTwitterLINELine
เมลาโทนิน กินได้นอนหลับดีจริงหรือ
ปัจจุบันด้วยภาวะโรคระบาด ภาวะเศรษฐกิจต่าง ๆ ส่งผลให้คนมีความเครียดจนก่อเกิดอาการนอนไม่หลับ หลับยาก หลับๆ ตื่นๆ พักผ่อนไม่เพียงพอ จนกลายเป็นปัญหาสุขภาพส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต บางคนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมยังไม่สามารถช่วยให้นอนหลับได้จึงเลือกที่จะใช้ตัวช่วยโดยการรับประทานยาหรือฮอร์โมนทดแทนเพื่อช่วยบรรเทาปัญหานอนไม่หลับ ฮอร์โมนนั้นคือเมลาโทนิน เมลาโทนินคืออะไรนะ ? เมลาโทนิน (Melatonin) เป็นฮอร์โมนที่สังเคราะห์มาจากกรดอะมิโนทริปโตเฟน (Tryptophan) ที่ต่อมไพเนียล (pineal gland) ในสมอง โดยมีความมืดเป็นตัวกระตุ้นให้หลั่งเมลาโทนินเข้าสู่กระแสเลือดและจะหยุดหลั่งเมื่อเจอแสงสว่าง โดยร่างกายจะเริ่มหลั่งเมลาโทนินออกมาตั้งแต่ช่วงที่พระอาทิตย์ตกดินทำให้คนเรารู้สึกง่วงและระดับฮอร์โมนเมลาโทนินจะคงอยู่ในกระแสเลือดประมาณ 10 – 60 พิโคกรัมต่อมิลลิตร (pg/mL) ติดต่อกัน 12 ชั่วโมง ก่อนที่ระดับฮอร์โมนเมลาโทนินจะลดลงตอนเช้า จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 9.00 น. ระดับเมลาโทนินในร่างกายจะลดต่ำลงจนวัดระดับไม่ได้ เมลาโทนินเหมาะกับใคร ? เนื่องจากเมลาโทนินมีคุณสมบัติเป็นตัวช่วยในการคงการหลับ (maintain sleep) ซึ่งจะทำให้ง่วงหรือหลับเร็วจึงเหมาะกับกลุ่มคนดังต่อไปนี้ บุคคลที่มีอาการนอนหลับผิดเวลา หรือ delayed sleep phase syndrome ซึ่งเป็นความผิดปกติด้านการนอนหลับ คือไม่สามารถนอนหลับได้ก่อนเวลา 2.00 น. และมักมีปัญหาในการตื่นนอนตอนเช้า บุคคลที่เป็นโรคนอนไม่หลับ (insomnia) […]
แสงสีกับการเจริญเติบโตของพืช
พืชใช้แสงจากดวงอาทิตย์ในการสังเคราะห์แสง ซึ่งเป็นกระบวนการที่พืชแปลงพลังงานแสงเป็นพลังงานเคมี เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตของพืช โมเลกุลที่พืชใช้ในการดูดซับแสง เรียกว่า รงควัตถุ (pigments) หรือสารสี ซึ่งสารสีแต่ละชนิดมีการดูดซับช่วงคลื่นแสงที่แตกต่างกัน โดยสารสีที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ สารสีเขียวหรือคลอโรฟิลล์ (chlorophyll) สามารถดูดซับคลื่นในช่วงแสงสีแดงและสีน้ำเงินได้มากกว่าช่วงคลื่นแสงสีเขียว ทำให้เราสามารถมองเห็นพืชเป็นสีเขียว เนื่องจากการสะท้อนของคลื่นแสงสีเขียวที่อยู่ในช่วงแสงที่ตามองเห็นได้ สารสีอื่น ๆ ที่มีส่วนช่วยในการสังเคราะห์แสง คือ แคโรทีนอยด์ (carotenoid) ซึ่งดูดซับแสงในช่วงคลื่นแสงสีน้ำเงิน – เขียว และสะท้อนช่วงแสงสีเหลืองหรือเหลือง – ส้ม ทำให้เราจะเห็นพืชมีสีเหลืองส้มหลังจากการสลายตัวของคลอโรฟิลล์ แสงสีแต่ละสีที่พืชดูดซับมีผลต่อการเจริญเติบโตต่างกัน โดยมีการศึกษาวิจัยพบว่า แสงสีน้ำเงิน (400–520 นาโนเมตร) มีผลต่อปริมาณของคลอโรฟิลล์และการเจริญเติบโตของใบพืช รวมทั้งการสร้างรากในระยะแรกของพืช (veg stage/ growth) แต่ไม่ควรให้แสงสีฟ้ามากเกินไปในพืชบางชนิด เพราะอาจมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ แสงสีแดง (630–660 นาโนเมตร) จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลำต้นและการขยายตัวของใบ รวมทั้งมีผลกับพืชเมื่ออยู่ในช่วงที่เริ่มออกดอก (flowering) จึงเหมาะกับพืชที่เราต้องการผลมากกว่าพืชใบ แสงสีเขียว (500–600นาโนเมตร) ถึงแม้พืชจะนำมาใช้น้อยที่สุด แต่ก็มีผลกับใบพืชที่อยู่ด้านล่าง เนื่องจากแสงสีเขียวทะลุผ่านได้ดีกว่า ทำให้พืชได้รับแสงอย่างทั่วถึง จะเห็นได้ว่าพืชยังคงต้องการแสงในทุกช่วงคลื่นแสงสำหรับการสังเคราะห์แสง […]
“Earth Hour” 1 ชั่วโมงลดโลกร้อน [26 March 2022 | 8:30 pm – 9.30 pm]
ทุก ๆ ปี ในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนมีนาคม เวลา 20.30 น. หลายกลุ่มคนทั่วทุกมุมโลกจะรวมตัวกันเคลื่อนไหวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เพื่อกระตุ้นความตระหนักรู้ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เรารู้จักในชื่อของ “Earth Hour” Earth Hour ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเชิงบวกผ่านพลังของฝูงชนของคนทั้งโลก เริ่มต้นในปี 2550 โดยองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ กองทุนสัตว์ป่าโลก (World Wide Fund for Nature-WWF) ซึ่งเป็นองค์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ ยับยั้งการทำลายสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนให้มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติและการใช้พลังงานทดแทน ได้ร่วมมือกับพันธมิตรทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ปิดไฟในซิดนีย์เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นหนึ่งในการเคลื่อนไหวระดับรากหญ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต่อมา Earth Hour ได้ถูกจัดขึ้นในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนมีนาคมของทุกปี โดยปัจจุบันได้มีผู้เข้าร่วมในประเทศและดินแดนต่าง ๆ มากกว่า 190 แห่งทั่วโลก Earth Hour ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงเชิงสัญลักษณ์ของการปิดไฟเท่านั้น แต่มันได้กลายเป็นตัวเร่ง การขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย สำหรับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ ที่เกิดจากพลังของประชาชนและการดำเนินการขับเคลื่อนร่วมกันของคนทั้งโลก ซึ่งปัจจุบันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก โดยเฉพาะปัญหาภาวะโลกร้อน วิกฤตสภาพภูมิอากาศได้ถือว่าเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สุดที่มนุษยชาติเคยเผชิญมา มันส่งผลกระทบต่อทุกมุมโลกของเราตั้งแต่ขั้วโลก ภูเขา ป่าไม้ไปจนถึงมหาสมุทร ผู้คนต่างรับรู้ถึงผลกระทบอันร้ายแรงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ […]

