ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
แก้วตาเสือ (Tiger’s eye) ได้มาจากแก้วตาของเสือจริงหรือไม่
หินสีสวย เล่นแสงเหลือบวับวาวดูลึกลับมีพลังอำนาจข่มขวัญลายคล้ายนัยน์ตาของเสือ ด้วยลักษณะเด่นที่แตกต่างจากหินและแร่ทั่วไป จึงถูกนำมาใช้ทำเครื่องประดับ ทำเครื่องรางนำโชคตามความเชื่อของแต่ละบุคคล แก้วตาเสือ..ชื่อนี้มีที่มา แก้วตาเสือ มีสมบัติทั่วไปคล้ายแร่ควอตซ์ทุกประการ มีส่วนประกอบทางเคมี คือ SiO2 ความแข็งระดับ 7 ตามโมห์สเกล มีความถ่วงจำเพาะ 2.65 โปร่งใสถึงโปร่งแสง มีความวาวแบบแก้ว บางครั้งอาจพบว่ามีความวาวคล้ายน้ำมันหรือยางสน เป็นต้น มักพบสีเหลืองแกมน้ำตาลจนถึงน้ำตาลแดง บางครั้งพบสีน้ำเงินอีกด้วย แก้วตาเสือ หรือ Tiger’s eye เกิดจากการที่แร่ควอตซ์เข้าไปแทนที่แร่โครซิโดไลต์เดิมซึ่งมีลักษณะเป็นเสี้ยน โดยรูปร่างภายนอกของผลึกแร่ยังคงสภาพเดิมทุกประการ ซึ่งการแทนที่ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า สัณฐานเทียม หรือ Pseudomorph ทำให้เกิดการเล่นแสงเหลือบพราวเป็นแถบคล้ายเส้นไหม ปรากฏการณ์เหลือบแสงเช่นนี้เรียกว่า chatoyancy หรือ chatoyance หรือ cat’s eye effect ซึ่งสามารถพบได้ในแร่ที่มีโครงสร้างแบบเสี้ยน ซึ่งจากการที่แร่มีผลึกเรียงตัวในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระเบียบนี้ เมื่อมีแสงตกกระทบจึงทำให้เกิดการเล่นแสงเหลือบเป็นแนวดังกล่าวเช่น การเหลือบแสงของพลอยตาแมวพบในแร่คริโซเบอริล (Chrysoberyl) และการเหลือบแสงของหินแก้วตาเสือพบในแร่โครซิโดไลต์ (Crocidolite) เป็นต้น จากคุณสมบัติที่กล่าวมาแล้วในข้างต้นของหินแก้วตาเสือ ประกอบกับสีสันและลักษณะภายนอกที่ให้ความรู้สึกเคร่งขรึมดุดันคล้ายกับแววตาของเสือที่จับจ้องเหยื่อ จึงทำให้ได้รับความนิยมนำมาทำเครื่องประดับต่าง ๆ เพื่อเอาใจนักสะสมหาไว้มาประดับสะสมตามความชอบ เช่น […]
วัคซีนคืออะไร (What is a vaccine?)
ในวัยเด็ก ทุกคนต้องเคยยืนต่อแถวรอฉีดวัคซีน (Vaccine) ที่โรงเรียนกันมาบ้าง ปลายแหลม ๆ ของเข็มฉีดยา คงน่ากลัวไม่น้อยสำหรับเด็ก ๆ บางคนร้องไห้ บางคนวิ่งหนี แต่ทุกคนก็ต้องถูกฉีดวัคซีนจนได้ นั่นเป็นเพราะว่า วัคซีนมีความสำคัญในการป้องกันโรคต่าง ๆ วัคซีน (Vaccine) คือ สารชนิดหนึ่งที่ฉีดเข้าสู่ร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรค ในวัคซีนมีเชื้อโรคที่ไม่ทำให้เกิดโรค ได้มาจากส่วนประกอบของเชื้อโรค เชื้อโรคที่ตาย หรืออ่อนฤทธิ์แล้ว เมื่อร่างกายได้รับวัคซีน ก็จะมีคู่ซ้อมในการสร้างภูมิคุ้มกันโรค เนื่องจากเชื้อโรคในวัคซีน ไม่ใช่เชื้อโรคจริง เม็ดเลือดขาวจะเสมือนได้ซ้อมต่อสู้กับเชื้อโรค หากเกิดการติดเชื้อโรคจริง ๆ ขึ้นมา เม็ดเลือดขาวที่เคยผ่านการต่อสู้มาแล้ว ก็จะชนะเชื้อโรคได้ ภูมิคุ้มกันจะจดจำการต่อสู้กับเชื้อโรคนั้น หากร่างกายได้รับเชื้อโรคชนิดเดิมซ้ำอีก มันจะถูกกำจัดอย่างรวดเร็ว เป็นการช่วยลดความร้ายแรง และลดอาการป่วยหนักจากโรค วัคซีนไม่ใช่สารที่มีภูมิคุ้มกันโรค ความจริงแล้ว วัคซีนเป็นสารที่มีเชื้อโรคที่ไม่อันตรายต่อร่างกาย ซึ่งจะเข้าไปช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะต่อเชื้อโรคนั้น ๆ อ้างอิงhttps://bit.ly/2TmZPVfhttps://bit.ly/3h6biBthttp://guruvaccine.comhttps://www.facebook.com/thaimoph/ FacebookFacebookXTwitterLINELine
เรือใบแล่นทวนลมได้ไหม?
ก่อนที่จะหาคำตอบของคำถามนี้ เรามารู้จักเรือใบเบื้องต้นจากเรือใบขนาดเล็กกันก่อน เรือใบขนาดเล็กนั้นนอกจากตัวเรือแล้วยังมีส่วนประกอบที่สำคัญหลักคือ ใบเรือ หางเสือเรือ และคัดแคง ใบเรือ (Sail) ทำหน้าที่รับลมและและสร้างแรงผลักให้เรือแล่นไปข้างหน้า แต่ใบเรือต้องอยู่ในองศาเหมาะสมกับทิศทางลม หางเสือเรือ (Rudder) ใช้ควบคุมทิศทางเรือ เมื่อหางเสือปัดไปทางใด หัวเรือก็จะหันไปในทิศทางเดียวกัน คัดแคง (Center Board หรือ Drager Board) มีลักษณะเป็นแผ่นกระดานยื่นลงไปใต้ท้องเรือ ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เรือเซหรือเอียงเมื่อแล่นขวางทิศทางลม การแล่นของเรือใบ เกิดจากใบเรือได้รับแรงจากลมที่พัดมา แรงลมก็จะไหลไปตามพื้นผิวของใบเรือและแรงนั้นจะถูกส่งไปยังท้ายเรือ เกิดเป็นแรงผลักให้เรือแล่นไปข้างหน้าได้ โดยการที่เรือใบจะเคลื่อนที่ไปยังทิศทางที่ต้องการได้นั้นขึ้นอยู่กับใบเรือและหางเสือ ใบเรือต้องอยู่ในองศาที่เหมาะสมกับทิศทางลม และหางเสือต้องบังคับเรือไปยังทิศทางที่ใบเรือรับลมได้ ซึ่งการปรับองศาของใบเรือต้องสัมพันธ์กับทิศทางของลมที่พัดมา ทั้งนี้สามารถบังคับเรือให้ไปยังทิศทางที่สวนลมได้อีกด้วย ตามปกติแล้วหากเป็นลมสวนในทิศทางตรง ใบเรือจะไม่สามารถรับลมให้เรือแล่นไปข้างหน้าตรง ๆ ได้เลย การจะแล่นเรือใบในสภาวะสวนลมได้ การบังคับเรือต้องให้องศาของใบเรืออยู่ในลักษณะเฉียงกับทิศทางลมที่สวนมา แรงลมสวนที่ปะทะใบเรือจะถูกเปลี่ยนทิศทางโดยใบเรือที่เปลี่ยนองศาไปขณะแล่นอยู่ ส่งผลให้เรือแล่นในลักษณะโค้งสลับไปมา จนไปถึงจุดหมายด้านหน้าได้ อ้างอิง https://www.blockdit.com/posts/5ee43aeb3d014a0ca37861a1 http://www.rmutphysics.com/charud/scibook/physcis-for-everyday/physics-for-everydayuse-content/1-20/indexcontent20.htm FacebookFacebookXTwitterLINELine
นิทรรศการชีวิตพิศวง (The Miracle of Life)
สถานที่จัดแสดง : ชั้น 7 อาคาร 4 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพฯ Concept : ความพิศวงของประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของร่างกาย ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เป็นจุดเริ่มต้นในการรับรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวผ่านอวัยวะรับความรู้สึกคือ ตา ลิ้น จมูก หู และมือ (ผิวหนัง) นิทรรศการจัดแสดงโดยมีกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ทุกคนได้ทดสอบประสาทสัมผัสของร่างกายโดยนำเสนอผ่านเกมและเครื่องเล่นรูปแบบใหม่ที่หลากหลาย รอให้น้อง ๆ มาพิสูจน์ด้วยตัวเอง โซนของการจัดแสดง 5 โซน ได้แก่ 1. มือ (ผิวหนัง) – การได้สัมผัส 2. หู – การได้ยิน 3. ตา – การได้เห็น 4. จมูก – […]

