การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ความก้าวหน้าทางด้านการเกษตร

การขยายพันธุ์พืชเป็นการเพิ่มปริมาณต้นพืช มีวัตถุประสงค์เพื่อดำรงสายพันธุ์ของพืชชนิดต่าง ๆ ไว้ไม่ให้สูญพันธุ์และยังเป็นการขยายพันธุ์เพื่อการค้าด้วย ซึ่งมีหลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับชนิดของพืชและความเหมาะสม เช่น การเพาะเมล็ด การปักชำ การติดตา การตอนกิ่ง การเสียบยอด และที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คือ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

หากพูดถึงการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ถ้าเป็นแต่ก่อนหลายคนคงสงสัยว่าคืออะไรกันนะ แต่ปัจจุบันคำนี้ได้แพร่หลายออกไปในแวดวงวิทยาศาสตร์และการเกษตร การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (Plant tissue culture) คือ การนำชิ้นส่วนพืชที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีชีวิต ได้แก่ ดอก ใบ ลำต้น ผล และรากมาเลี้ยงในอาหารเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อ โดยมีการควบคุมอุณหภูมิ แสง และความชื้น เพื่อให้เซลล์พืชที่นำมาเพาะเลี้ยงปราศจากเชื้ออันเป็นสาเหตุให้พืชหยุดการเจริญเติบโต ถือว่าเป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งก็ว่าได้

เนื่องจากสามารถช่วยเพิ่มจำนวนพืชได้ในปริมาณมาก ๆ ในแต่ละครั้งของการเพาะเลี้ยง และการเจริญเติบโตของต้นอ่อนค่อนข้างคงที่และใกล้เคียงกัน จึงเป็นที่นิยมในหมู่เกษตรกรที่ต้องการวันจำหน่ายผลผลิตที่แน่นอน อีกทั้งในเรื่องของการขนย้ายทำได้ง่ายและสะดวก เนื่องจากพืชมีขนาดเล็ก สำหรับพืชที่นิยมนำมาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพืชที่มีปัญหาในเรื่องของโรคพืช หรือมีความอ่อนแอในด้านของเซลล์สืบพันธุ์ เช่น ขิง กล้วยไม้ และพืชเศรษฐกิจ เช่นกุหลาบ ดาวเรือง ข้าว แครอท คาร์เนชั่น เยอร์บีร่า เป็นต้น

ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ มี 5 ขั้นตอน

  1. การเตรียมอาหาร โดยมีชนิดของสารอาหารที่สำคัญและปริมาณที่เหมาะสมที่พืชต้องการใช้ในการเจริญเติบโตผสมกับวุ้น ฮอร์โมนพืช วิตามินและน้ำตาลในสัดส่วนที่เหมาะสมนำไปต้มฆ่าเชื้อและเทลงในขวดอาหารเลี้ยง
  2. การฟอกฆ่าเชื้อชิ้นส่วนเนื้อเยื่อ ด้วยสารเคมีหรือวิธีการอื่น ๆ ที่ทำให้ชิ้นส่วนของพืชปราศจากเชื้อจุลินทรีย์
  3. การนำชิ้นส่วนเนื้อเยื่อที่ฟอกฆ่าเชื้อแล้วลงขวดเลี้ยง โดยวางชิ้นส่วนเนื้อเยื่อลงบนอาหารเลี้ยงที่ปลอดเชื้อด้วยเครื่องมือในห้องปฏิบัติการหรือตู้ย้ายเนื้อเยื่อ
  4. การนำขวดเลี้ยงเนื้อเยื่อไปเลี้ยงในห้องควบคุมแสง และอุณหภูมิ ซึ่งแร่ธาตุ ฮอร์โมนและสารอาหารต่างๆ ที่อยู่ในอาหารเลี้ยงจะช่วยกระตุ้นให้เนื้อเยื่อพืชเกิดเป็นต้นอ่อนจำนวนมาก
  5. การย้ายเนื้อเยื่อออกจากขวด เมื่อกลุ่มต้นอ่อนเจริญเติบโตได้สักระยะเพื่อนำไปเลี้ยงบนอาหารเลี้ยงใหม่จนกว่าต้นอ่อนแข็งแรงดี ต้นอ่อนที่เจริญเติบโตสมบูรณ์แล้วจะถูกนำออกจากขวด แล้วปลูกลงในแปลงเลี้ยง

จากขั้นตอนดังกล่าวอาจดูยุ่งยากและใช้เวลาค่อนข้างนานแต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับคุ้มค่ากับการรอคอย แต่อย่างไรก็ตามการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็ใช่ว่าจะมีแค่ข้อดีหรือประโยชน์เท่านั้น ข้อเสียก็มีไม่น้อยเลยเช่นกัน

ข้อดีของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

  • สามารถเพิ่มปริมาณพันธุ์พืชได้ในเวลาสั้น
  • พืชที่ได้ปราศจากโรค
  • ต้นกล้าที่ได้เจริญเติบโตสม่ำเสมอ
  • เป็นการปรับปรุงพันธุ์พืชให้ได้พันธุ์ที่หลากหลาย และต้านทานโรค
  • เพื่อการเก็บรักษาพันธุ์พืชไม่ให้สูญพันธุ์

ข้อเสียของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

  • มีขั้นตอนและวิธีการที่ยุ่งยาก
  • ต้นทุนสูงกว่าการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีอื่น
  • อาจเกิดการแปรปรวนทางพันธุกรรม หรือการกลายพันธุ์ได้ ส่งผลให้พืชมีลักษณะแตกต่างจากเดิม

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ถือว่าเป็นความเจริญก้าวหน้าทางด้านการเกษตรเกี่ยวกับพืชที่มีการพัฒนาเทคนิคในการขยายพันธุ์ที่ทำให้ได้พืชต้นใหม่จำนวนมากอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้นและมีคุณภาพดีเหมือนเดิม ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แต่ด้วยข้อจำกัดหลายประการไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าใช้จ่าย หรือการที่สามารถทำได้แค่กับพืชบางชนิดเท่านั้น ทำให้การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการอื่น ๆ ยังคงมีความสำคัญและมีประโยชน์ในการรักษาสายพันธุ์พืชให้ดำรงอยู่ต่อไปได้

อ้างอิง

Message us