ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
รถยนต์ไร้คนขับ…อีกก้าวแห่งนวัตกรรม
โลกที่เปลี่ยนแปลงไป ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยสร้างความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันเทคโนโลยีหนึ่งในนั้น คือ เทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับที่เริ่มใช้จริงแล้วในปัจจุบัน เทคโนโลยีด้านการคมนาคมของรถยนต์ไร้คนขับเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับผู้ใช้งานที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มของผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมทั้งช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนให้ลดลง โดยเทคโนโลยีดังกล่าวมีหลักการทำงานประกอบด้วย 1. Navigation System เป็นการระบุตำแหน่งของรถว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหนบนโลก เรากำลังอยู่บนถนนอะไร ควรอยู่เลนไหนและควรไปทางไหน 2. Computer Vision เป็นตัวบอกว่ามีอะไรอยู่รอบ ๆ รถบ้าง ด้วยระบบเซนเซอร์ที่อยู่รอบตัวรถที่สามารถตรวจสอบได้ว่าวัตถุที่อยู่รอบ ๆ รถของเรานั้นมันคืออะไร มีขนาดและรูปร่างอย่างไร 3. Deep Learning การคาดการณ์ของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น หรือรถควรขับขี่อย่างไรเพื่อให้ผู้ขับขี่ปลอดภัยที่สุด รวมทั้งผู้ที่ขับขี่ใกล้เคียงปลอดภัยด้วย 4. Robotics เป็นระบบที่เชื่อมต่อระบบส่วนกลางเข้ากับระบบการทำงานต่าง ๆ ในตัวรถเพื่อการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันกับผู้ใช้งาน รถยนต์ไร้คนขับสามารถช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ แบ่งเบาภาระในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุซึ่งมักมีอุปสรรคในการขับรถเนื่องจากข้อจำกัดทางร่างกายช่วยผู้พิการทางสายตาให้สามารถใช้รถยนต์ได้ง่ายและปลอดภัย แต่ทว่าผลเสียก็อาจทำให้เกิดการเลิกจ้างของคนขับรถความผิดพลาดในกรณีใด ๆ ก็ตามใครจะเป็นผู้รับผิดชอบการนำไปก่อการร้ายเราจะป้องกันอย่างไร ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะเป็นประเด็นท้าทายของรถยนต์ไร้คนขับต่อไปในอนาคต อ้างอิงhttps://bit.ly/2TR9xPIhttps://bit.ly/3xzYsRshttps://bit.ly/2SgGOTNhttps://bit.ly/35HpYk7 FacebookFacebookXTwitterLINELine
ไฟฟ้าสถิตกับหน้าหนาว จับอะไรก็สปาร์กไปหมด
เมื่อเข้าสู่หน้าหนาวมักเกิดไฟฟ้าสถิตได้ง่ายและบ่อยมากขึ้นกว่าเดิม มาร่วมหาคำตอบไปด้วยกันว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ไฟฟ้าสถิต (Static Electricity) เป็นปรากฏการณ์ทางไฟฟ้าที่เกิดการเสียดสีหรือการขัดถูกันของวัตถุ ส่งผลให้ประจุไฟฟ้าลบและประจุไฟฟ้าบวกไม่สมดุลกัน ทำให้เกิดแรงดึงดูดหรือแรงผลักกันของวัตถุ แล้วหน้าหนาวเกี่ยวข้องกับไฟฟ้าสถิตอย่างไร? สาเหตุมาจาก “ความชื้นในอากาศที่ต่ำ” นั่นเอง ก่อให้เกิดการสะสมของประจุไฟฟ้าและถ่ายเทประจุได้ง่ายขึ้นกว่าช่วงอากาศร้อน เมื่อประจุไฟฟ้าเกิดการสะสมประจุที่ผิวหนังเป็นจำนวนมาก และไปสัมผัสกับสิ่งของที่เป็นตัวนำไฟฟ้า เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได เป็นต้น จะทำให้เกิดการถ่ายเทประจุไฟฟ้าไปยังตัวนำไฟฟ้าอย่างรวดเร็วทำให้เกิดอาการช็อตเบา ๆ ขึ้นมา ไฟฟ้าสถิตที่เกิดในชีวิตประจำวันไม่มีอันตรายใดต่อร่างกาย เพียงแต่จะสร้างความรำคาญใจให้แก่ตัวเราเองในเวลาทำกิจกรรมต่าง ๆ แต่เราสามารถป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิตได้ เช่น อย่าให้ผิวแห้ง ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ หรือใช้โลชั่นทาผิวเพื่อให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น ก่อนจะเปิดประตูหรือสัมผัสสิ่งที่เป็นตัวนำไฟฟ้า หาสิ่งของต่าง ๆ ไปสัมผัสก่อนจะเอามือไปจับสิ่งของนั้น ๆ ลดการใส่เสื้อขนสัตว์และผ้าใยสังเคราะห์ เพราะผ้าเหล่านี้มีความสามารถในการนำไฟฟ้าได้ง่าย เข้าหน้าหนาวแบบนี้แล้ว นอกจากจะระวังเรื่องฝุ่น PM 2.5 แล้ว ยังต้องป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิตอีกด้วย อย่าลืมดูแลสุขภาพแลดื่มน้ำกันเยอะ ๆ ด้วยนะ อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
การทำประมงเกินขนาด ปัญหาหนึ่งที่ถูกมองข้าม
ลองจินตนาการว่าภายใต้ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เลยจะเป็นอย่างไร ก็คงจะเป็นทะเลที่ว่างเปล่าไร้สีสัน และแน่นอนว่าเรากำลังพูดถึงสัตว์ทะเลเช่น ปลา เต่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมอย่างโลมากับวาฬ และสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่อาศัยในท้องทะเล และยังเป็นตัวเพิ่มสีสันความสวยงามให้กับท้องทะเลอีกด้วย ซึ่งสัตว์ทะเลเหล่านี้กำลังมีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว โดยสาเหตุที่สัตว์ทะเลน้อยลงนั้นปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการประมงที่จับสัตว์ทะเลเกินขนาด (Overfishing) โดยอธิบายสั้น ๆ ว่าคือ การจับสัตว์น้ำเกินความสามารถในการผลิตของธรรมชาติ อาจจะเป็นประโยคที่ดูแล้วไม่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ภายใต้ของประโยคนี้ได้สร้างความเสียหายพอ ๆ กับปัญหาขยะในทะเล หรือปัญหามลพิษทางทะเล และอาจจะมีผลกระทบมากกว่านี้ สูญเสียสมดุลทางทะเล การจับสัตว์น้ำพลอยได้ (bycatch) เป็นการจับเฉพาะสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง (species target) โดยใช้เครื่องมือประมงอย่างเช่น เรือลากอวน แต่จะลากสัตว์ทะเลชนิดอื่นไปด้วย (non-species target) เช่น โลมา วาฬ เต่าทะเล แมวน้ำ นกทะเล และฉลาม โดยทุก ๆ ปี การทำประมงจะจับสัตว์ทะเลที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่วนใหญ่สัตว์ที่จับได้จะตายเกือบทั้งหมด มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อาจยังมีชีวิตรอด แต่เมื่อปล่อยลงสู่ทะเลไม่นานก็คงตายอยู่ใต้ก้นทะเล มีผลให้ประชากรของสัตว์น้ำดังกล่าวลดลง เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์และส่งผลไปถึงสมดุลของระบบนิเวศใต้ท้องทะเล ยกตัวอย่างฉลามที่ทุกคนกลัวกันนั้นเป็นผู้บริโภคลำดับสูงสุดในห่วงโซ่อาหารเป็นเหมือนผู้รักษาสมดุลประชากรของผู้บริโภคลำดับที่รองลงมาจากฉลาม เมื่อฉลามถูกจับไป สัตว์ที่เป็นลำดับรองลงมาก็จะมีประชากรเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสัตว์ทะเลเหล่านี้กินผู้ผลิตอย่างแพลงก์ตอนเป็นอาหาร เมื่อประชากรมากแพลงก์ตอนที่ถูกกินก็จะน้อยลง […]
ซาวโดวจ์… ขนมปังจากยีสต์ธรรมชาติ
ขนมปัง อาหารที่ทานได้ง่ายเป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คน อย่างที่ทราบกันดีว่า ขนมปังมีหลากหลายชนิด หน้าตาแตกต่างกันออกไปตามกระบวนการผลิต โดยทั่วไปในอุตสาหกรรมการผลิตขนมปังจะใช้จุลินทรีย์ที่เรียกว่า ยีสต์ และที่นิยมใช้ คือ Saccharomyces cerevisiae ในการหมักย่อยน้ำตาลและช่วยให้ขนมปังขึ้นฟู มารู้จักยีสต์กันก่อน ยีสต์ เป็นราชนิดหนึ่งที่มีเซลล์เป็นเซลล์เดี่ยว มีรูปร่างกลม หรือ รูปไข่ ยีสต์ส่วนมากจะขยายพันธุ์โดยใช้การแตกหน่อ (budding) สามารถเจริญได้ทั้งที่มีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน เราสามารถพบยีสต์ในอาหารที่มีน้ำตาลมาก เช่น น้ำผึ้ง แยม หรือแม้แต่ในผลไม้ที่มีรสหวาน เมื่อขนมปังทำจากยีสต์ธรรมชาติ ซาวโดวจ์ (Sourdough) เป็นขนมปังที่เกิดจากการหมักของยีสต์จากธรรมชาติ โดยใช้ เกลือ แป้งสาลี และหัวเชื้อ (sourdough starter) การทำหัวเชื้อที่นิยมมี 2 แบบ คือ การเพาะเลี้ยงจากผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล องุ่น สับปะรด เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ขนมปังมีกลิ่นของผลไม้ชนิดนั้นจาง ๆ หรือจะเป็นวิธีการเพาะเลี้ยงยีสต์จากแป้งและน้ำ หมักทิ้งไว้ 7-10 วัน การทำขนมปังซาวโดวจ์ที่ใช้หัวเชื้อยีสต์จากธรรมชาติทำให้พบยีสต์ในหัวเชื้อมากกว่าหนึ่งสายพันธุ์และยังพบแบคทีเรียแลกติก (Lactic […]

