ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
“Earth Hour” 1 ชั่วโมงลดโลกร้อน [26 March 2022 | 8:30 pm – 9.30 pm]
ทุก ๆ ปี ในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนมีนาคม เวลา 20.30 น. หลายกลุ่มคนทั่วทุกมุมโลกจะรวมตัวกันเคลื่อนไหวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เพื่อกระตุ้นความตระหนักรู้ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เรารู้จักในชื่อของ “Earth Hour” Earth Hour ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเชิงบวกผ่านพลังของฝูงชนของคนทั้งโลก เริ่มต้นในปี 2550 โดยองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ กองทุนสัตว์ป่าโลก (World Wide Fund for Nature-WWF) ซึ่งเป็นองค์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ ยับยั้งการทำลายสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนให้มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติและการใช้พลังงานทดแทน ได้ร่วมมือกับพันธมิตรทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ปิดไฟในซิดนีย์เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นหนึ่งในการเคลื่อนไหวระดับรากหญ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต่อมา Earth Hour ได้ถูกจัดขึ้นในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนมีนาคมของทุกปี โดยปัจจุบันได้มีผู้เข้าร่วมในประเทศและดินแดนต่าง ๆ มากกว่า 190 แห่งทั่วโลก Earth Hour ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงเชิงสัญลักษณ์ของการปิดไฟเท่านั้น แต่มันได้กลายเป็นตัวเร่ง การขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย สำหรับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ ที่เกิดจากพลังของประชาชนและการดำเนินการขับเคลื่อนร่วมกันของคนทั้งโลก ซึ่งปัจจุบันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก โดยเฉพาะปัญหาภาวะโลกร้อน วิกฤตสภาพภูมิอากาศได้ถือว่าเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สุดที่มนุษยชาติเคยเผชิญมา มันส่งผลกระทบต่อทุกมุมโลกของเราตั้งแต่ขั้วโลก ภูเขา ป่าไม้ไปจนถึงมหาสมุทร ผู้คนต่างรับรู้ถึงผลกระทบอันร้ายแรงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ […]
หุ่นยนต์เดินตามแสง (Light Walking Robot)
ในยุคสมัยนี้เทคโนโลยีหุ่นยนต์เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การที่หุ่นยนต์จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น เซนเซอร์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ซึ่ง LDR sensor ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ถูกนำมาใช้งาน LDR ย่อมาจาก Light Dependent Resistor คือตัวต้านทานปรับค่าตามแสงเมื่อทำงานร่วมกับวงจรไฟฟ้า จะเป็นเซนเซอร์ที่เปลี่ยนความเข้มแสงที่ได้รับให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้า เมื่อแสงมาตกกระทบกับตัวเซนเซอร์ ค่าความต้านทานของตัวเซนเซอร์จะลดลง กระแสไฟฟ้าในวงจรเพิ่มขึ้นทำให้อุปกรณ์ทำงานได้ ในทางกลับกันเมื่อแสงตกกระทบที่ตัวเซนเซอร์ลดลง ค่าความต้านทางของตัวเซนเซอร์จะเพิ่มขึ้น กระแสไฟฟ้าลดลง ทำให้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องหยุดทำงาน สำหรับวิธีการใช้งานหุ่นยนต์เดินตามแสง (Light Walking Robot) ใช้แสงจากไฟฉายหรือจากโทรศัพท์มือถือส่องไปที่เซนเซอร์ตรวจรับแสง (LDR Sensor) หุ่นยนต์จะทำงานเดินตามแสงได้ตามที่ต้องการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
“ทางเลือกสุขภาพ” ฉลากสำหรับคนรักสุขภาพ
การใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้เราใช้ชีวิตที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น คนส่วนใหญ่จึงเลือกซื้อและบริโภคอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป นั่นก็เป็นเพราะว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสะดวกและรวดเร็วในการบริโภค อีกทั้งปัจจุบันสามารถหาซื้อได้ง่ายจากร้านสะดวกซื้อ แต่ทราบหรือไม่ว่าอาหารเหล่านี้มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมที่สูง ทำให้ร่างกายรับพลังงานจากอาหารมากเกินไป เกิดเป็นโรคอ้วน (obesity) และโรคที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือเรียกว่า โรค NCD (non-communicable diseases) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง ภาวะไตวายเรื้อรัง เป็นต้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้ผลักดัน ฉลากอาหารที่ทำให้เราสามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายว่า ผลิตภัณฑ์ที่เรากำลังจะเลือกซื้อมีปริมาณของสารอาหารที่เหมาะสมกับโภชนาการในชีวิตประจำวันหรือไม่ เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันในท้องตลาด โดยกำหนดเป็นสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice) เพื่อเป็นทางเลือกให้คนไทยเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ลดหวาน มัน เค็ม และทำให้ผู้ผลิตให้ความสำคัญในการผลิตอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับสัญลักษณ์นี้ต้องมีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดของอาหารแต่ละประเภท ซึ่งปัจจุบันมีอาหาร 11 ประเภทที่มีการติดสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพนี้ คือ กลุ่มอาหารมื้อหลัก หรืออาหารที่บรรจุในภาชนะพร้อมบริโภคเป็นมื้ออาหารหลัก กลุ่มเครื่องดื่ม กลุ่มเครื่องปรุงรส กลุ่มผลิตภัณฑ์นม กลุ่มอาหารกึ่งสำเร็จรูป […]
ลัมปี สกิน โรคอุบัติใหม่ที่ไม่ควรมองข้าม
ปัจจุบันผู้คนกำลังประสบกับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลต่อการดำรงชีวิตและทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอย่างรุนแรงทั่วทั้งโลกไม่เพียงแค่ผู้คนที่กำลังตกอยู่ในวิกฤตการณ์ที่น่าลำบากเช่นนี้ ในขณะเดียวกันเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2564 ได้มีรายงานการพบโคเนื้อที่แสดงอาการของเชื้อไวรัสโรคลัมปี สกิน ซึ่งเป็นโรคที่ไม่เคยพบในประเทศไทยมาก่อน “ลัมปี สกิน” เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส Lumpy skin disease virus สกุล Capripoxvirus ที่พบและแพร่กระจายในโค กระบือ แต่ไม่สามารถติดต่อสู่คนได้ โดยอาการของสัตว์ที่ติดเชื้อจะมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต มีตุ่มขนาดใหญ่บนผิวหนัง พบมากที่คอ หัว เต้านม ถุงอันฑะและหว่างขา โดยตุ่มที่เกิดขึ้นสามารถแตกและตกสะเก็ดเกิดเป็นเนื้อตายหรือมีหนอนชอนไชได้ นอกจากนี้ยังพบตุ่มน้ำใสที่เยื่อเมือกทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร ทำให้สัตว์มีอาการน้ำลายไหล ไม่เพียงแค่อาการที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเหล่านี้เท่านั้น แต่สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีลักษณะซึม เบื่ออาหาร รวมถึงอาจมีภาวะเป็นหมันหรือแท้งลูก สำหรับในโคนมน้ำนมจะลดลง 25 – 65 เปอร์เซ็นต์ สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีอัตราการป่วยอยู่ที่ 5 – 45 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอัตราการตายจะสูงในพื้นที่ที่ไม่เคยมีการระบาดมาก่อน โดยโรคลัมปี สกินนี้มีพาหะมาจากแมลงดูดเลือด เช่น เห็บ แมลงวัน และยุง รวมไปถึงน้ำลาย สารคัดหลั่ง สะเก็ดแผล การใช้อุปกรณ์ร่วมกันของสัตว์ เมื่อสัตว์ได้รับเชื้อในช่วงแรกจะต้องทนกับอาการที่เกิดขึ้นเพราะมันไม่สามารถพูดหรือบอกได้เหมือนมนุษย์เมื่อเจ็บป่วย สำหรับการรักษาจะไม่มีการรักษาที่จำเพาะ ต้องรักษาตามอาการเท่านั้น เนื่องจากวัคซีนป้องกันโรคนี้จะมีเฉพาะในประเทศที่เคยมีการระบาดของโรคมาก่อนแล้วเท่านั้น […]

