ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ตัวตนที่แท้จริงของเวโลซีแรปเตอร์
เหล่าผู้คลั่งไคล้ไดโนเสาร์เตรียมตัวกันให้พร้อม เพราะกลางปี พ.ศ. 2565 นี้มีภาพยนตร์ไตรภาคชื่อดังที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับไดโนเสาร์อย่าง Jurassic World : Dominion พร้อมเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ซึ่งดำเนินเรื่องราวโดยพระเอกหนุ่มอย่าง โอเวน กราดี้ (รับบทโดย คริส แพร็ตต์) ที่ต้องปฏิบัติภารกิจภายในโลกที่มีบรรดาไดโนเสาร์หลุดออกมาใช้ชีวิตปะปนอยู่ในสังคมปัจจุบัน และนอกจากตัวละครนำที่เป็นมนุษย์แล้ว ยังมีไดโนเสาร์อีกหลากหลายสายพันธุ์ที่ได้ปรากฏตัวในหนังให้เราได้รู้จักกันอีกด้วย หนึ่งในดาวเด่นของไตรภาคนี้คงหนีไม่พ้นเจ้า เวโลซีแรปเตอร์ ที่มีแถบข้างลำตัวสีฟ้าอย่าง ‘บลู’ ซึ่งกลายเป็นไดโนเสาร์ขวัญใจผู้คนจนขึ้นมาเทียบเคียงกับความดังของทีเร็กซ์ เจ้าแห่งไดโนเสาร์ได้เลยทีเดียว แต่เชื่อว่ามีหลายคนอาจยังไม่รู้ว่ารูปร่างลักษณะและพฤติกรรมที่แท้จริงของเจ้าเวโลซีแรปเตอร์นอกจอภาพยนตร์นั้นเป็นแบบไหน และมีความแตกต่างจากในหนังที่เราดูอย่างไร ในโลกภาพยนตร์บลูเป็นเวโลซีแรปเตอร์ (Velociraptor) ไดโนเสาร์กินเนื้อในกลุ่มโดรมีโอซอร์ (Dromaeosaur) หรือแรปเตอร์ (Raptor) ที่เดินด้วย 2 เท้า ความสูงประมาณมนุษย์วัยผู้ใหญ่ และมีผิวหนังคล้ายกับสัตว์เลื้อยคลานเหมือนไดโนเสาร์ทั่วไป แถมมันยังมีความเฉลียวฉลาด และเป็นจ่าฝูงของเหล่าแรปเตอร์ร่วมคอกอีกด้วย ซึ่งแตกต่างจากข้อมูลที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบและตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับเวโลซีแรปเตอร์ในโลกจริงอยู่มากเลยทีเดียว แหล่งค้นพบ ในภาพยนตร์เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ แต่ความจริงแล้วเวโลซีแรปเตอร์ถูกค้นพบว่าพวกมันอาศัยอยู่ในทวีปเอเชียกลางและเอเชียตะวันออก ในช่วงปลายยุคครีเทเชียส ลักษณะภายนอก เหล่าเวโลซีแรปเตอร์ที่เราเห็นจะมีผิวหนังคล้ายกับสัตว์เลื้อยคลานและไม่มีขน แต่นักบรรพชีวินวิทยาเชื่อว่า แท้จริงแล้วตามลำตัวของพวกมันอาจมีเส้นขนที่คล้ายกับขนนก (feather) ปกคลุมอยู่ เนื่องจากมีการค้นพบว่ากระดูกบางส่วนของเวโลซีแรปเตอร์มีตุ่มที่ติดก้านขน (quill knobs) ซึ่งคล้ายกับกระดูกของปีกนก […]
ไขข้อข้องใจการเมาจนเก็บทรงไม่อยู่เกิดจากอะไร
ทำไมเวลาที่คนดื่มแอลกอฮอล์ถึงเมาชนิดที่ว่าเก็บทรงไม่อยู่ ซึ่งเป็นคำที่หลาย ๆ คนคงต้องเคยได้ยินกันมาจากเพลงดังที่กล่าวถึงอาการเมาหลังจากดื่มแอลกอฮอล์แล้วไร้สติ แถมยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้นั่นเอง ในวันนี้เราจะมาไขทุกข้อสงสัยว่าหลังจากการดื่มแอลกอฮอล์นั้นทำไมถึงมีอาการเมา ประเภทของแอลกอฮอล์ที่เราสามารถบริโภคได้ คือ แอลกอฮอล์ที่เกิดจากกระบวนการหมักผลผลิตทางการเกษตรกับยีสต์ได้เป็นเอทิลแอลกอฮอล์หรือที่เรียกกันว่า เอทานอล เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปแล้วแอลกอฮอล์ก็จะถูกดูดซึม และเคลื่อนที่ผ่านกระแสเลือดไปยังอวัยวะต่าง ๆ ทำให้ไปกดการทำงานของสมองที่ส่งผลต่ออาการเมาจนเก็บทรงไม่อยู่ดังนี้ 1. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานบริเวณต่าง ๆ ของสมองส่วนซีรีบรัม (Cerebrum) กดการทำงานสมองกลีบหน้า (Frontal lobe) จะทำให้จำไม่ค่อยได้ ความคิด บุคลิก และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ กดการทำงานสมองกลีบข้าง (Parietal loab) การประมวลผลการรับรู้ตำแหน่งจะแย่ลง และพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง กดการทำงานสมองกลีบขมับ (Temperalloab) จะไปทำให้การรับกลิ่นเสียงและความรู้สึกแย่ลง กดการทำงานสมองกลีบหลัง (Occipital loab) จะทำให้การรับรู้ภาพแย่ลง ตาพร่ามัวมองเห็นไม่ชัด 2. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ทำให้ความรู้และความทรงจำเสียหาย เมื่อตื่นมาจะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้ เวลาเมาจะหวนคิดถึงความหลังที่น่าเศร้าและไม่แปลกที่จะพบว่าคนเมามักจะชอบร้องไห้ 3. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานสมองส่วนซีรีเบลลัม (Cerebellum) มีผลต่อการทรงตัวทำให้ยืนไม่ตรง เดินเซ ถือของไม่ไหวและสุดท้ายหากมีแอลกอฮอล์ในเลือดมากก็จะหลับไปในที่สุด 4. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานก้านสมอง (Brain stem) […]
“เกาะความร้อน” ปรากฏการณ์ร้ายในเขตเมือง
ปัจจุบันเราต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนที่ทวีความรุนเเรงมากขึ้น เมื่อเทียบกับในอดีต ยิ่งในพื้นที่เขตเมืองที่มีสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก อุณหภูมิความร้อนก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย เราจึงนิยามสภาพอากาศร้อนในเขตเมืองที่มากกว่าบริเวณอื่น ๆ ว่า “เกาะ” เช่นเดียวกันกับลักษณะของเกาะซึ่งเป็นพื้นดินยกตัวสูงในมหาสมุทรเเละมีน้ำล้อมรอบ การเปลี่ยนเเปลงนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มของอุณหภูมิเท่านั้น แต่มันยังเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับโลกของเรามาหลายร้อยปีที่เรียกกันว่า ปรากฏการณ์เกาะความร้อน เกาะความร้อนหรือเกาะความร้อนเมือง (Urban heat island : UHI) เป็นปรากฏการณ์ที่พื้นที่สังคมเมืองมีอุณหภูมิและมลพิษทางสิ่งแวดล้อมสูงกว่าบริเวณโดยรอบ อีกทั้งมีแสงสลัว ลมน้อย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงพื้นผิวของแผ่นดินจากการพัฒนาเมือง ทำให้มีอาคารก่อสร้างจำนวนมากกว่าต้นไม้ที่คอยดูดซับมลพิษหรือดักจับฝุ่นในอากาศ พื้นที่เขตเมืองเมื่อขาดต้นไม้พลังงานแสงอาทิตย์ที่แผ่มายังโลกจึงตกกระทบกับพื้นดิน และสิ่งก่อสร้างโดยตรงเกิดการสะสมพลังงานกลายเป็นความร้อนในวัตถุได้ง่าย และถ่ายเทออกสู่อากาศโดยรอบ เมื่อความร้อนที่ถ่ายเทออกมารวมตัวกันในปริมาณมาก จะก่อให้เกิดเป็นโดมความร้อนสูงครอบเมืองเอาไว้ ส่งผลให้อุณหภูมิบริเวณที่อยู่ใต้โดมสูงกว่าอุณหภูมิด้านนอกโดม ซึ่งความแตกต่างของอุณหภูมิจะชัดเจนมากในตอนกลางคืนมากกว่ากลางวัน ปรากฏการณ์เกาะความร้อนที่เกิดขึ้นในเขตเมืองล้วนมีสาเหตุหลัก ๆ มาจากปัจจัยเหล่านี้ การเพิ่มขึ้นของอาคารต่าง ๆ นำมาซึ่งการใช้ทรัพยากรด้านพลังงานที่ปล่อยทั้งพลังงานความร้อนและมลพิษออกมา สิ่งก่อสร้างที่มีมากนี้ยังก่อให้เกิดการปิดกั้นความร้อนจากพื้นดินไม่ให้แผ่ขึ้นสู่ท้องฟ้าในช่วงตอนกลางคืน ดังนั้นท้องฟ้ากลางคืนจึงเย็นกว่าพื้นดิน คุณสมบัติด้านการดูดซับ และการสะท้อนกลับของรังสีความร้อนจากผิววัสดุในสิ่งก่อสร้าง เช่น คอนกรีต และแอสฟัลต์ (ยางมะตอย) โดยเฉพาะแอสฟัลต์ที่มีคุณสมบัติในการดูดซับ และเก็บรังสีจากดวงอาทิตย์ได้ดี จึงก่อให้เกิดปรากฏการณ์เกาะความร้อนได้ง่าย การขาดการระเหยหรือคายน้ำ เนื่องจากในพื้นที่เมืองมีพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ต่าง ๆ น้อยมาก เมื่อเทียบกับสัดส่วนของพื้นที่ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้าง การระเหยหรือคายน้ำของพืชเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยลดอุณหภูมิอากาศภาคพื้นดินได้ดีและช่วยให้พื้นที่เมืองเย็นขึ้น การบังลมของอาคารสูง ทำให้ความร้อนไม่สามารถระบายออกไปจากเมืองได้ […]
เวย์โปรตีน ทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ
ปัจจุบันการออกกำลังกายกำลังได้รับความนิยม ผู้คนหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ทำให้เวย์โปรตีนเข้าไปมีบทบาทในฐานะที่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงในกลุ่มของผู้ที่รักสุขภาพหรือรักการ ออกกำลังกายนอกจากการกินอกไก่ เนื้อปลา หรือเนื้อที่ไม่ติดมันแล้ว เวย์โปรตีน ถือเป็นอีกหนึ่ง ทางเลือกที่ดี เนื่องจากทานง่าย ร่างกายย่อยและนำไปใช้ประโยชน์ได้เร็ว นอกจากนี้ยังช่วยเสริม สร้างกล้ามเนื้อทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกายได้อีกด้วย เวย์โปรตีน (WheyProtein) เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่สกัดได้จากนมวัว นมขาดมันเนย หรือ การทำชีส โดยการนำนมวัวมาผ่านกระบวนการต่าง ๆ เช่น การใช้เอนไซม์ การปรับ pH ให้เป็นกรดมากขึ้น เพื่อให้นมเกิดการตกตะกอนออกมาเป็นก้อนขาว ๆ โดยก้อนขาว ๆ นี้จะนำไปบ่มทำเป็นชีส ส่วนน้ำใส ๆ ที่เหลือหลังจากตักก้อนขาว ๆ ออกเรียกว่า Whey ในอดีตโรงงานทำชีสคิดว่าส่วนนี้ไม่มีประโยชน์จึงทิ้งไป แต่ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ได้นำเอาส่วนน้ำใส ๆ มาศึกษา พบว่ามีโปรตีนที่เป็นประโยชน์อยู่หลายตัว เช่น อัลฟ่าแลคตาบูมิน (α-lactabumin) แลคโตเฟอริน (Lactoferrin) และเบต้าแลคโตโกล-บูลิน (β-lactoglobulin) จึงมีการนำมาแยกไขมันและคาร์โบไฮเดรตออกอีกครั้งให้เหลือน้อยที่สุด ทำให้ได้โปรตีนที่เข้มข้น ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย จากนั้นนำมาผ่าน กระบวนการทำให้แห้งเพื่อให้สามารถเก็บไว้ได้นานในรูปของผง ในท้องตลาดเรามักพบเวย์โปรตีน มากมาย […]

