ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
ภาพติดตา (Persistence of Vision)
เมื่อเราหมุนวงล้อแล้วมองภาพผ่านช่องว่างที่มีระยะห่างเท่า ๆ กัน เราจะสามารถเห็นภาพหยุด หรือเคลื่อนที่ไปข้างหน้าและถอยหลังอย่างช้า ๆ ซึ่งภาพที่เราเห็นนั้นจะเรียกว่า “ภาพติดตา” ทฤษฎีการเห็นภาพติดตา ถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ.1824 โดยนักทฤษฎีและแพทย์ชาวอังกฤษ ชื่อ Dr.John Ayrton Paris ที่ได้อธิบายถึงการมองเห็นภาพต่อเนื่องของมนุษย์ไว้ว่า ธรรมชาติการมองเห็นของมนุษย์เมื่อมองเห็นภาพใดภาพหนึ่ง หลังจากภาพนั้นหายไปสายตามนุษย์จะยังค้างภาพนั้นไว้ที่เรติน่าในชั่วขณะหนึ่งประมาณ 1/15 วินาที และหากในระยะเวลาดังกล่าวมีภาพใหม่ปรากฏขึ้นมาแทนที่สมองของมนุษย์จะเชื่อมโยงภาพเข้าด้วยกันและหากมีภาพต่อไปปรากฏขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันก็จะเชื่อมโยงภาพไปเรื่อย ๆ ดังนั้นเราจึงเห็นภาพนั้นเคลื่อนไหว ซึ่งหลักการนี้สามารถนําไปใช้ในการสร้างผลงานด้านแอนิเมชัน (Animation) ได้อีกด้วย หากท่านใดสนใจ สามารถมาทดลองวงล้อภาพติดตาได้ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจําลองกรุงเทพ ที่มา : https://www.exploratorium.edu/snacks/whirling-watcher https://bit.ly/39OCrne http://www.kanlayanee.ac.th/animation/web/animation.htm FacebookFacebookXTwitterLINELine
“HEPA” เทคโนโลยีมีแร่
ในภาวะปัจจุบัน เราประสบกับปัญหามลพิษทางอากาศ เช่น มลพิษจากท่อไอเสีย มลพิษจากโรงงานอุตสากรรม ไฟป่าหรืออื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงการสะสมตัวของฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งทั้งหมดนี้มีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ แต่กระทบมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงคิดค้นเทคโนโลยีขึ้นมาเพื่อป้องกันอันตรายจากมลพิษ เทคโนโลยีนี้มีชื่อเรียกว่า HEPA มาดูกันว่า HEPA คืออะไร HEPA ย่อมาจาก High Efficiency Particulate Air เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในแผ่นกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นได้สูงกว่าปกติ สามารถดักจับฝุ่นที่มีอนุภาคเล็กถึง 0.3 ไมครอนได้ นิยมใช้ในเครื่องฟอกอากาศ HEPA ทำมาจากไฟเบอร์กลาส (Fiberglass) หรือเส้นใยแก้ว ซึ่งนอกจากจะมีสมบัติด้านความแข็งแรงทนทาน ยังมีสมบัติการเป็นฉนวนความร้อน อีกทั้งสามารถทอเป็นผืนและเย็บเป็นชิ้นได้ จากโครงสร้างของแผ่นกรองที่ทำจากเส้นใยแก้วซึ่งมีช่องว่างภายใน ทำให้ดักฝุ่นได้ดีและมีความสามารถในการป้องกันความร้อนได้อีกด้วย ไฟเบอร์กลาส (Fiberglass) หรือ เส้นใยแก้ว เป็นวัสดุที่ผลิตขึ้นจากทรายแก้ว ผสมด้วยหินปูน หินฟันม้า เติมกรดบอริกและสารเติมแต่งอื่นๆ เรามาดูสมบัติของแร่เหล่านี้กัน ทรายแก้วหรือแร่ควอตซ์ มีหลายสีหลายแบบ สูตรเคมี SiO2 ความแข็ง 7 โปร่งใสถึงโปร่งแสง วาวแบบแก้ว น้ำมัน ยางสน รอยแตกแบบก้นหอย แนวแตกเรียบไม่ชัดเจน มีสมบัติทางไฟฟ้าสูง […]
เหตุผลที่ไม่รู้สึกหิวในตอนเช้า
เราคงเคยได้ยินว่าอาหารมื้อเช้าเป็นมื้ออาหารที่สำคัญ เพราะการกินอาหารเช้าจะช่วยเติมท้องที่ว่างของเรา เมื่อตื่นนอนในตอนเช้าระดับน้ำตาลในเลือดจะต่ำ เมื่อเราลุกขึ้นเคลื่อนไหวก็อาจจะรู้สึกหิว แต่ก็อาจมีบางครั้งที่เราไม่หิว ซึ่งการไม่หิวนั้นอาจเป็นสัญญาณของการเกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพก็เป็นได้ แล้วสาเหตุที่ทำให้เราไม่รู้สึกหิวในตอนเช้ามีอะไรกันบ้างนะ 1. ทานอาหารเย็นมื้อใหญ่หรือทานของว่างตอนดึก ถ้าหากกินอาหารที่มีไขมันหรือโปรตีนสูง จะทำให้เรารู้สึกอิ่มนานขึ้น โดยเฉพาะโปรตีนที่สามารเปลี่ยนแปลงระดับของฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและความอยากอาหาร และอาหารที่มีไขมันสูงอาจเปลี่ยนแปลงระดับของฮอร์โมนบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับความอยากอาหารและความรู้สึกอิ่ม ส่งผลให้ความหิวลดลง 2. ระดับฮอร์โมนเกิดการเปลี่ยนแปลงในชั่วข้ามคืน การวิจัยแสดงให้เห็นว่าระดับของอะดรีนาลีน (Adrenaline) มักจะสูงขึ้นในตอนเช้า เชื่อกันว่าฮอร์โมนนี้ยับยั้งความอยากอาหารและเพิ่มการสลายคาร์โบไฮเดรตที่เก็บไว้ในตับและกล้ามเนื้อเพื่อเติมพลังงานให้กับร่างกาย งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าระดับของเกรลิน (Ghrelin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนความหิวลดลงในตอนเช้าเมื่อเทียบกับเมื่อคืนก่อน นอกจากนี้ยังสามารถอธิบายได้ว่าทำไมคุณรู้สึกหิวน้อยลงเมื่อตื่นขึ้น งานวิจัยบางชิ้นแนะนำว่าระดับเลปติน (Leptin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นความรู้สึกอิ่มก็อาจสูงขึ้นในตอนเช้าเช่นกัน ระดับของฮอร์โมน เช่น อะดรีนาลีน เกรลิน และเลปติน จะผันผวนในชั่วข้ามคืนและในตอนเช้าซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกหิวน้อยลงเมื่อตื่นนอน 3. คุณรู้สึกวิตกกังวลหรือความหดหู่ ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าอาจทำให้เบื่ออาหาร ซึ่งอาจทำให้คุณรู้สึกหิวน้อยลงในตอนเช้า 4. เกิดอาการเจ็บป่วย การเจ็บป่วยบางอย่างสามารถลดความอยากอาหารของคุณได้เนื่องจากอาการต่าง ๆ เช่น คลื่นไส้อาเจียน และสูญเสียรสชาติจากการรับรสและกลิ่น 5. สาเหตุอื่น ๆ ต่อไปนี้เป็นสาเหตุที่เป็นไปได้ในบางประการที่ทำให้ความหิวลดลงในตอนเช้า กำลังใช้ยาบางชนิด รวมทั้งยาขับปัสสาวะและยาปฏิชีวนะ สามารถลดความหิวและความอยากอาหารได้ อายุมากขึ้นความอยากอาหารลดลงเป็นเรื่องปกติในผู้สูงอายุและอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงความต้องการพลังงาน ฮอร์โมน และรสชาติหรือกลิ่น มีปัญหาต่อมไทรอยด์ […]
ชาชัก ชักแล้วอร่อยขึ้นจริงไหม
Teh Tarik หรือ ‘เตฮ์ ตาเระ’ เป็นภาษามลายู หมายถึง “ชาชัก” ในภาษาไทย เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดจากผู้อพยพเชื้อสายอินเดียในมาเลเซีย ซึ่งชงชาโดยการ “ชัก” หรือเทไปมาระหว่างภาชนะจนเกิดฟอง นับเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับความนิยมและกลายเป็นเครื่องดื่มประจำชาติของมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าประเทศใดเป็นต้นกำเนิดที่แท้จริง ปัจจุบัน ชาชักแพร่หลายในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และภาคใต้ของไทย ทำไมต้องชักชา? ชักแล้วอร่อยขึ้นจริงไหม? การชักชานั้นไม่ใช่แค่ลีลาการชง แต่ยังช่วยเสริมรสชาติและเนื้อสัมผัสให้ดียิ่งขึ้น 1. เพิ่มความเข้มข้นของรสชาติ การชักทำให้ชาและนมผสมกันได้ดีขึ้น ส่งผลให้รสชาติเข้มข้นและกลมกล่อมกว่าการคนแบบปกติ 2. สร้างฟองเนียนนุ่ม ฟองที่เกิดจากการชักช่วยให้ชามีเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน เวลาดื่มจะสัมผัสถึงความหอมมันของนมมากขึ้น 3. ลดอุณหภูมิของชา การเทไปมาระหว่างภาชนะช่วยให้ชาร้อนเย็นลงอย่างรวดเร็ว สามารถดื่มได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน ไม่เพียงแค่รสชาติที่ดีขึ้น แต่ยังมีหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เมื่อนมได้รับความร้อนจากชา โปรตีนในนมจะเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยโปรตีนที่ไม่ชอบน้ำจะจับกับอากาศ ส่วนที่ชอบน้ำจะจับกับของเหลว ก่อให้เกิดฟองเนียนนุ่มบนผิวชาชัก โปรตีนหลักที่มีบทบาทสำคัญคือ เคซีน (80%) และเวย์ ซึ่งเคซีนสามารถคลายตัวได้ง่ายเมื่อได้รับแรงตีหรือความร้อน การชักชาทำให้ส่วนผสมของนม น้ำชา และน้ำตาลเข้ากันดี พร้อมเติมอากาศลงไป ทำให้เครื่องดื่มนี้มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ จากเหตุผลทั้งหมด การชักชาช่วยเพิ่มรสชาติและเนื้อสัมผัสของเครื่องดื่มนี้ให้ดียิ่งขึ้น […]
บ้านหลังใหญ่ของสิ่งมีชีวิต The Big House of living things
“บ้านหลังใหญ่ของสิ่งมีชีวิต The Big House of living things” โลกเป็นดาวเคราะห์ที่มีความมหัศจรรย์มากเพราะมีดาวเคราะห์ไม่กี่ดวงเท่านั้นที่จะมีน้ำและสภาวะแวดล้อมเหมาะสมกับการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต หรีอว่า “โลก” จะเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวในระบบสุริยะจักรวาลที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ พื้นที่ส่วนใหญ่บนโลก ถูกปกคลุมด้วยน้ำ ทั้งยังมีอุณหภูมิ และชั้นบรรยากาศซึ่งประกอบด้วยธาตุต่าง ๆ องค์ประกอบของโลกมีความสัมพันธ์กันตั้งแต่พื้นดินไปจนถึงชั้นบรรยากาศเหล่านี้เป็นปัจจัยเอื้ออำนวยต่อการกำเนิดและการอาศัยอยู่ของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นบนโลกมานานนับพันล้านปีแล้ว สิ่งมีชีวิตชนิดแรกบนโลก คือ ไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria) นับเป็นจุดเริ่มต้นวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต พื้นที่โลกถูกปกคลุมด้วยน้ำประมาณ 3 ใน 4 ส่วน อีกทั้งโลกอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ในระยะที่พอเหมาะจึงมีความอบอุ่น และได้รับพลังงานแสงอาทิตย์ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการสร้างอาหารของสิ่งมีชีวิต นอกจากนั้น ชั้นบรรยากาศยังช่วยให้อากาศภายในโลกมีความสมดุล ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้โลกเป็นดาวเคราะห์ที่มีคุณสมบัติและเอกลักษณ์เฉพาะตัว สิ่งมีชีวิตจึงสามารถก่อกำเนิด และอาศัยอยู่บนโลกนี้ได้ โลกเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีชั้นบรรยากาศ อุณหภูมิ แผ่นดิน พื้นน้ำ และธาตุต่าง ๆ อย่างสมดุล โดยทุกอย่างสัมพันธ์และเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบเป็นสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ และความเหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เราควรช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้ “โลก” เป็นบ้านหลังใหญ่อันแสนสุขสำหรับทุก ๆ ชีวิต FacebookFacebookXTwitterLINELine

