

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา จัดกิจกรรมเขียนโปสการ์ดวันวาเลนไทน์ เพื่อประชาชนได้ส่งมอบความรักผ่านโปสการ์ด ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยท่านสามารถร่วมกิจกรรมได้ ณ นิทรรศการไดโนเสาร์ ชั้น 2 อาคารธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (อาคาร 4)


ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา จัดกิจกรรมเขียนโปสการ์ดวันวาเลนไทน์ เพื่อประชาชนได้ส่งมอบความรักผ่านโปสการ์ด ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยท่านสามารถร่วมกิจกรรมได้ ณ นิทรรศการไดโนเสาร์ ชั้น 2 อาคารธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (อาคาร 4)
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในยุคปัจจุบัน ทดแทนรถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยใช้แหล่งพลังงานจากการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดมลพิษต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งน้ำมันดิบเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่นับวันจะหมดไปเรื่อย ๆ รถยนต์ไฟฟ้าจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าโดยใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่อาจเป็นแบตเตอรี่หรือแหล่งพลังงานอื่นโดยไม่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิง ไม่ปล่อยคาร์บอนมอนอกไซด์ ไม่เกิดฝุ่นและเสียงรบกวน ถือว่าเป็นมิตรกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อมเพื่อก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (low carbon society) อย่างไรก็ตาม รถยนต์ไฟฟ้าปัจจุบันยังมีทั้งแบบอาศัยเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในมาใช้ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งในส่วนการขับเคลื่อนและผลิตพลังงานไฟฟ้าเก็บสะสมในแบตเตอรี่ หรือเป็นแบบที่ใช้เชื้อเพลิงอื่นอย่างแก๊สไฮโดรเจนมาผลิตพลังงานไฟฟ้าโดยใช้เทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงด้วยดังนั้น จึงแบ่งรถยนต์ไฟฟ้าออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1) รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% จากแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า โดยต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานภายนอก และไม่มีเครื่องยนต์ที่ต้องเผาไหม้เชื้อเพลิงจึงไม่มีการปล่อยไอเสียออกมา 2) รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle: HEV) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมประกอบไปด้วยเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนเป็นหลัก ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมแบตเตอรี่ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต่ำกว่ารถยนต์ทั่วไป ไม่มีช่องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานภายนอก 3) รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน (Plug-in Hybrid Electric Vehicle: PHEV) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนามาจากแบบไฮบริด แต่มีช่องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานภายนอกได้สามารถวิ่งได้ระยะทางที่ไกลกว่าแบบไฮบริด 4) รถยนต์ไฟฟ้าแบบเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric […]
“ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน” หนึ่งในปัญหาโลกแตกที่เรามักถูกถามกันเล่นในทุกยุคทุกสมัย และมีหลากหลายคำตอบที่เคยได้ยิน แต่วันนี้ วิทยาศาสตร์มีคำตอบของปัญหานี้ให้กับเราแล้ว ลองมาดูกันว่า ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันแน่ ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Sheffield และ Warwick ในประเทศอังกฤษ ได้ใช้คอมพิวเตอร์ที่สามารถวิเคราะห์โครงสร้างโมเลกุลของเปลือกไข่ และค้นพบโปรตีน Ovocledidin-17 (OC-17) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่ผลิตเปลือกไข่ เหมือนกับโปรตีนในการสร้างเปลือกหอย หรือกระดูก โปรตีน Ovocledidin-17 นี้ จำเป็นในการเริ่มต้นและเร่งกระบวนการเปลี่ยนสภาพของแคลเซียมคาร์บอเนตจากในตัวไก่ ให้อยู่ในรูปของเปลือกแข็งที่ใช้ห่อหุ้มไข่แดงและไข่ขาว และเป็นโปรตีนที่มีเฉพาะในรังไข่ของไก่เท่านั้น หากไม่มีไก่ กระบวนการนี้ก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ นักวิทยาศาสตร์จึงสรุปได้ว่า ไก่ต้องเกิดก่อนไข่ เพราะต้องมีแม่ไก่ที่มีสาร Ovocledidin-17 ในรังไข่เพื่อสร้างเปลือกให้กับไข่เสียก่อน ไข่จึงจะเกิดขึ้นได้ เชื่อแน่ว่า มีอีกหลายคนที่ยังสงสัยว่า ไก่ตัวแรกของโลกเกิดมาจากไหน นักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายไว้อย่างง่าย ๆ คือ ไดโนเสาร์ที่เป็นบรรพบุรุษของไก่ ใช้เวลาหลายล้านปีเพื่อวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และกลายพันธุ์มาจนถึงจุดหนึ่งที่กลายเป็นไก่ โดยมีดีเอ็นเออย่างที่เราพบในไก่ปัจจุบันนี้ ยีนถูกพัฒนามาเรื่อย ๆ จึงทำให้ไก่ตัวนั้นสามารถสร้างโปรตีน OC-17 ขึ้นในตัวเอง และออกไข่ได้ในที่สุด ท้ายนี้ มีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับไข่ไก่มาฝากทุกท่าน หากต้องการรู้ว่าไก่ตัวไหนจะออกไข่เปลือกสีอะไร ให้สังเกตสีบริเวณติ่งหูของแม่ไก่ แม่ไก่ที่มีติ่งหูสีขาวจะออกไข่เปลือกสีขาว […]
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินว่าสุนัขคือเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์เพราะสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีวิวัฒนาการในการปรับตัวให้ใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุด พร้อมทั้งมีหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูและมีความสามารถที่โดดเด่นทำให้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่มนุษย์นิยมเลี้ยงมาก แต่ในการเลี้ยงสุนัขนั้นต้องการความเอาใจใส่และความเข้าใจเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะมาอธิบายพฤติกรรมสุนัขที่หลายคนไม่เข้าใจตามหลักชีววิทยาให้คนรักสุนัขได้เข้าใจสัตว์เลี้ยงของคุณได้มากยิ่งขึ้น มาพูดกันถึงพฤติกรรมอันน่าสงสัยอย่างแรก คือ ทำไมสุนัขถึงเล่นได้ตลอดทั้งวัน เมื่อพูดถึงเรื่องการเคลื่อนไหวร่างกายของสุนัขนั้น จะต้องบอกเลยว่าสุนัขนั้นมีความแข็งแรงว่องไวเป็นอย่างมาก เพราะสุนัขมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง และระบบหมุนเวียนเลือดที่ช่วยในการวิ่ง ทำให้สามารถวิ่งได้เป็นเวลานาน นี่คือเหตุผลที่สุนัขสามารถเล่นซนได้ทั้งวัน และวิธีที่จะช่วยได้ คือ การพาออกไปวิ่งหรือเดินออกกำลัง เพื่อลดพลังงานที่มีจำนวนมากให้ลดน้อยลง และสิ่งที่คนเลี้ยงสุนัขต้องเจอนั่นก็คือ การเห่า (Barking) การร้องคราง (Whine) และการคำราม (Growl) ซึ่งสุนัขจะใช้การเห่าเป็นการส่งเสียงบอกความเป็นเจ้าของในเขตแดนหรือพื้นที่ของตนเอง ใช้การร้องครางในการเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของหรือจากแม่ของมัน และสุนัขจะคำรามบ่งบอกถึงความก้าวร้าว อย่างเช่นเมื่อถูกคุกคามหรือถูกแย่งอาหารไป อีกพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่าทำไมสุนัขของคุณจะวิ่งไปดมทุกสิ่งทุกอย่าง ดมจนทั่วบริเวณเลยทีเดียวหรือแม้แต่เวลาเจอสุนัขตัวอื่นก็จะเห็นได้ว่าสุนัขจะดมบริเวณก้นของสุนัขอีกตัว เนื่องจากสุนัขมีประสาทสัมผัสที่ว่องไวมากโดยเฉพาะการดมกลิ่น ภายในจมูกของสุนัขมีเซลล์รับกลิ่นที่เรียกว่า Olfactory cells อยู่จำนวนมาก ซึ่งทำให้สามารถรับกลิ่นได้ไวมากกว่ามนุษย์ถึง 40 เท่า เซลล์เหล่านี้จะอยู่ตามผิวภายในโพรงจมูก ซึ่งสุนัขจะใช้กลิ่นในการสื่อสาร รับและจดจำข้อมูล ส่งสัญญาณเตือนภัย หรือแสดงอาณาเขต เปรียบได้ว่าสุนัขรับรู้และมองเห็นโลกภายนอกผ่านจมูกนั่นเอง มนุษย์จึงนำความสามารถใช้การรับกลิ่นของสุนัขในภารกิจต่าง ๆ เช่น ใช้สุนัขติดตามค้นหาบุคคลในสถานการณ์ต่าง ๆ ค้นหายาเสพติด หรือวัตถุผิดกฎหมายต่าง ๆ เป็นต้น พฤติกรรมที่มักจะเห็นได้บ่อยคือ การเอียงหัวหรือยกหู เพราะหูของสุนัขนั้นมีกล้ามเนื้อและเส้นประสาทที่มากกว่าในหูของมนุษย์ถึงสี่เท่า […]
เหล็กในเป็นอวัยวะสำคัญที่ผึ้งใช้ในการป้องกันตนเองและปกป้องรังจากศัตรู โดยเฉพาะในผึ้งนางพญาและผึ้งงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อต่อยศัตรู เหล็กในของผึ้งจะฝังติดอยู่กับผิวหนังของเหยื่อ ส่งผลให้อวัยวะภายในบางส่วนถูกดึงออกมาด้วย และทำให้ผึ้งต้องสละชีวิต เหล็กใน (sting) เป็นอวัยวะป้องกันตัวที่พบในผึ้งนางพญาและผึ้งงาน โดยเหล็กในของนางพญาจะมีไว้ต่อสู้กับนางพญาตัวอื่นเท่านั้น ส่วนผึ้งเพศเมียมีหน้าที่ดูแล ปกป้องรังและหาอาหาร อวัยวะนี้วิวัฒนาการมาจากอวัยวะวางไข่และเชื่อมต่อกับถุงพิษที่อยู่ภายในช่องท้อง เมื่อผึ้งต่อย กล้ามเนื้อในช่องท้องจะบีบตัวเพื่อฉีดพิษเข้าสู่ร่างกายของศัตรู และเมื่อเหล็กในฝังเข้าไปแล้ว ผึ้งจะไม่สามารถดึงกลับได้ ส่งผลให้ชิ้นส่วนอวัยวะภายในฉีกขาดออกมา ทำให้มันตายในที่สุด พิษผึ้ง (Bee Venom) เป็นของเหลวใส มีกลิ่นเฉพาะตัวคล้ายกลิ่นนมแมว มีรสขม และมีฤทธิ์เป็นกรด ส่วนประกอบสำคัญของพิษผึ้ง ได้แก่ สำหรับบางคนที่แพ้พิษผึ้งอย่างรุนแรง อาจเกิดภาวะภูมิแพ้เฉียบพลัน (Anaphylaxis) ซึ่งเป็นอาการที่อันตรายถึงชีวิตและจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยด่วน วิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกผึ้งต่อย หากถูกผึ้งต่อย ควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้: เหล็กในของผึ้งเป็นกลไกป้องกันตัวที่ทรงพลัง แต่ก็แลกมาด้วยชีวิตของมันเอง พิษผึ้งสามารถก่อให้เกิดอาการปวด บวม และอักเสบได้ ในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต ดังนั้น การมีความรู้เกี่ยวกับวิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกผึ้งต่อย จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
