กว่าจะมาเป็นผ้าอนามัยในปัจจุบัน

เมื่อถึงวันนั้นของเดือน เหล่าสุภาพสตรีต่างทราบกันดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตน และเริ่มมองหาตัวช่วยในการป้องกันไม่ให้เลือดประจำเดือนไหลเลอะเปรอะเปื้อนไปตามเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันนั้น สิ่งที่เป็นที่นิยมมากที่สุดนั่นคือ ผ้าอนามัย ซึ่งในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามความชื่นชอบ เช่น ผ้าอนามัยแบบแผ่น ผ้าอนามัยแบบสอด หรือผ้าอนามัยแบบสวมใส่เหมือนกางเกงชั้นใน เป็นต้น แต่กว่าจะมาเป็นผ้าอนามัยที่ใช้ได้อย่างสะดวกสบายเฉกเช่นทุกวันนี้ ทราบหรือไม่ว่าผู้หญิงในสมัยก่อนเขาจัดการกับปัญหานี้กันอย่างไร ประจำเดือน หรือ รอบเดือน เกิดจากการเจริญของเยื่อบุผนังมดลูกชั้นใน (Endometrium) จนผนังมดลูกมีความหนามากขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสืบพันธุ์ แต่หากไม่มีการปฏิสนธิระหว่างไข่กับอสุจิ เยื่อบุผนังมดลูกชั้นในจะหลุดลอกออกมาและกลายเป็นประจำเดือนในที่สุด โดยการเป็นประจำเดือนจะเริ่มเกิดขึ้นเมื่อเพศหญิงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ตั้งแต่อายุประมาณ 11-50 ปี เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับร่างกายของผู้หญิง ซึ่งมาพร้อมกับความยากลำบากในการดูแลหรือรักษาความสะอาด และในแต่ละยุคสมัยที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่เท่ากัน เครื่องมือที่ใช้ในการป้องกันการไหลของประจำเดือนก็ย่อมแตกต่างกันออกไป ในสมัยก่อนแต่ละประเทศยังไม่สามารถติดต่อสื่อสารหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้มากนัก ทำให้เทคโนโลยีและวัฒนธรรมยังมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ส่งผลให้วิธีการจัดการกับประจำเดือนในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันออกไป ส่วนมากจะเป็นการใช้วัสดุที่หาได้ตามธรรมชาติ เช่น การใช้ผ้าหรือกระดาษที่อ่อนนุ่ม เยื่อไม้ สำลี หรือแม้แต่ขนสัตว์ วางเป็นแผ่น ๆ ซ้อนกันจนหนาพอที่จะซึมซับประจำเดือนได้ นำมาลอดผ่านระหว่างขาแล้วใช้เชือกหรือเข็มขัดผูกคาดไว้กับช่วงเอว ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้มีการคิดค้นผ้าที่สามารถใช้ซับเลือดของทหารในสงคราม จึงมีการนำแนวคิดนี้มาดัดแปลงใช้กับผ้าอนามัยในสมัยนั้น เกิดเป็นผ้าอนามัยแบบห่วง ที่ใช้ผ้าในการดูดซับประจำเดือน แต่ยังคงต้องใช้เข็มขัดคาดไว้กับเอว บางยี่ห้อสามารถซักและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ แต่บางยี่ห้อเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง ทำให้ผู้ใช้ส่วนมากมักเป็นสตรีที่มีฐานะเสียมากกว่า ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา […]

superadmin

16 October 2023

ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ จัดแสดงภาพยนตร์เต็มโดมเดือนตุลาคม เรื่อง “โคโคมง ผจญภัยในอวกาศ” (COCOMONG A Space Adventure)

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ให้บริการส่วนการแสดงท้องฟ้าจำลอง ด้วยการบรรยายให้ความรู้ด้านดาราศาสตร์และอวกาศจากนักวิชาการศึกษา และจัดแสดงภาพยนตร์เต็มโดมจากเครื่องฉายดาวและสื่อมัลติมีเดีย โดยเปิดการแสดงเป็นรอบ ๆ ละประมาณ 1 ชั่วโมง ให้บริการผู้ชม 280 ที่นั่งต่อ 1 รอบ เปิดให้บริการทั้งรอบสถาบันการศึกษา และรอบประชาชนทั่วไป ภาพยนตร์เต็มโดมประจำเดือนตุลาคม 2566 เสนอเรื่อง โคโคมง ผจญภัยในอวกาศ (COCOMONG A Space Adventure) ภาพยนตร์แอนิเมชันเกี่ยวกับภารกิจการผจญภัยในอวกาศของเจ้าลิงน้อย “โคโคมง” และบรรดาผองเพื่อน การผจญภัยในอวกาศครั้งนี้ จะตื่นเต้นและสนุกสนานแค่ไหน เรามาร่วมติดตามการผจญภัยของ “โคโคมง” ไปด้วยกัน

superadmin

10 October 2023

ประกายดาวบนผืนทราย

บนโลกของเรามีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่มีดวงดาวอยู่เต็มผืนทราย เหล่าสะเก็ดดาวเม็ดเล็กๆ ที่เคยอยู่ในท้องทะเลถูกซัดไปตามเกลียวคลื่นจนกระจัดกระจายขึ้นมาอยู่บนชายฝั่ง แล้วเหตุใดดวงดาวที่ควรอยู่บนท้องฟ้ากลับลงมาให้เราพบเจอได้ที่หาดทรายกันล่ะ เมื่อไปถึงเกาะทาเกะโทมิ ประเทศญี่ปุ่น เราจะได้พบชายหาดที่มีชื่อว่า หาดทรายรูปดาว โดยชื่อนี้ไม่ได้หมายถึงรูปร่างของชายหาด แต่หมายถึงทรายเม็ดเล็ก ๆ ของที่แห่งนั้นต่างหาก เมื่อลองมองดูดี ๆ เราจะพบว่าเม็ดทรายในบริเวณหาดนี้ไม่ได้มีรูปทรงเป็นวงกลมหรือวงรีเหมือนกันทั้งหมด แต่บางเม็ดกลับมีแฉกหนามมากมายยื่นออกมาทำให้ดูคล้ายรูปทรงของดวงดาว และไม่ใช่แค่รูปร่างที่แตกต่างกับทรายทั่วไป แต่รวมไปถึงองค์ประกอบเองก็ไม่เหมือนกันด้วย เม็ดทรายรูปดาวเหล่านี้แท้จริงแล้วไม่ใช่ก้อนหิน แต่พวกมันเคยเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งมีชีวิตมาก่อน กล่าวคือพวกมันเป็นโครงสร้างแข็งภายนอก (Exoskeleton) หรือก็คือเปลือกที่ใช้ห่อหุ้มร่างกายของโปรโทซัว Baculogypsina sphaerulata ที่จัดอยู่ในกลุ่ม Foraminifera มีขนาดใหญ่ที่สุดประมาณ 1.5×35 มิลลิเมตร ตัวเปลือกสร้างขึ้นจากแคลเซียมคาร์บอเนตหรือหินปูน (Calcium carbonate : CaCO3)  ซึ่งต่างจากเม็ดทรายที่มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นซิลิกา (Silica : SiO2) บริเวณพื้นผิวของเปลือกมีรูพรุนมากมายซึ่งจะเป็นช่องผ่านของเท้าเทียม (Pseudopodia) ที่ช่วยให้โปรโทซัวสามารถเคลื่อนที ยึดเกาะบนพื้นทราย ใช้จับกับวัตถุใต้ทะเล และใช้ในการล่าเหยื่อ โดยพวกมันสามารถกินได้ทั้งพืชและสัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่าตัวมันเอง โปรโทซัวชนิดนี้ส่วนมากอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นท้องน้ำ (Benthic zone) และตามแนวปะการังในมหาสมุทรแปซิฟิกของเอเชียตะวันออก  เมื่อตัวโปรโทซัวตายไป เปลือกของพวกมันจะยังคงอยู่และถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่ง ทำให้ซากเปลือกหินปูนเหล่านี้ปะปนอยู่กับทรายบนชายหาดนั่นเอง Foraminifera ยังมีอีกหลากหลายสายพันธุ์ และมีรูปร่างที่แตกต่างกันไป […]

superadmin

9 October 2023

น้ำหมึกสีดำของหมึกทะเล ใช้เขียนได้หรือไม่

เคยสงสัยกันหรือไม่? ว่าผู้คนสมัยก่อนเขาใช้อะไรเป็นหมึกในการเขียนหนังสือ ในเมื่อยุคนั้นยังไม่มีการใช้สารเคมีสำหรับการผลิตน้ำหมึกสีดำ แล้วพวกเขาใช้อะไรแทนล่ะ ใช่น้ำหมึกที่มาจากหมึกทะเล หรือเปล่า น้ำหมึกของหมึกทะเล คือสารที่หมึกผลิตขึ้นมาเองตามธรรมชาติ โดยจะมีลักษณะเป็นของเหลวสีดำเกิดจากการมีเม็ดสีหรือสารเมลานิน (melanin) เป็นจำนวนมาก ซึ่งเมลานินเป็นสารจำพวกเดียวกันกับสารที่กำหนดความเข้มของสีผิวและเส้นผมของมนุษย์ ดังนั้นหากมีความเข้มข้นของเม็ดสีมาก น้ำหมึกก็จะมีสีเข้มมากเช่นกัน โดยทั่วไปแล้วหมึกทะเล (squid) และหมึกยักษ์ (octopus) บางชนิดจะมีการเก็บน้ำหมึกไว้ที่ถุงหมึก (ink sac) ซึ่งเป็นอวัยวะที่อยู่ภายในร่างกาย ใช้สำหรับการพรางตัวเพื่อป้องกันและหลบหนีจากศัตรู ทั้งนี้เรายังสามารถใช้น้ำหมึกในการเขียนหนังสือได้เช่นกัน โดยสีของน้ำหมึกที่พบได้ตามงานเขียนและภาพวาดจะมีสีดำและจางลงจนกลายเป็นสีน้ำตาลตามกาลเวลา ซึ่งเราเรียกน้ำหมึกจากหมึกทะเลที่ใช้สำหรับการเขียนว่า หมึกซีเปีย (Sepia ink) มาจากภาษาละตินที่มีความหมายตรงตัวแปลว่าหมึกทะเล น้ำหมึกที่ได้จากหมึกทะเลนั้นเป็นสิ่งที่คนในสมัยก่อนสามารถนำมาใช้ในการเขียนหนังสือได้จริง รวมถึงนำไปใช้ในการวาดภาพและการสร้างผลงานศิลปะต่าง ๆ ได้อีกด้วย ในปัจจุบันเองก็ยังมีผลิตภัณฑ์หมึกสีดำสำหรับการเขียนที่ได้จากหมึกทะเลวางขายอยู่ทั่วไป ซึ่งคุณภาพและความเข้มของหมึกจะขึ้นอยู่กับชนิดของหมึกทะเลและขั้นตอนการแปรรูปนั่นเอง แหล่งที่มา “น้ำหมึก” จาก “หมึก” เอาหมึกของปลาหมึก มาใช้แทนหมึกปากกาได้จริงหรือไม่? Sepia ink Can I write with squid ink? Is Octopus Ink Similar to […]

superadmin

2 October 2023

รูบนชีสมาได้อย่างไร?

ปัจจุบันในโลกใบนี้มีชีสมากกว่า 3,000 ชนิดที่ถูกคิดค้นขึ้น ทั้งแบบที่มีรูปร่างหน้าตา สี และรสชาติแตกต่างกันไป แต่ถ้านึกถึงชีส ภาพจำของผู้คนส่วนใหญ่ก็ต้องเป็นชีสแผ่นหรือชีสก้อนสีเหลืองที่มักจะมีรูพรุนอยู่ด้านใน ซึ่งเห็นได้ทั่วไปตามสื่อโฆษณาหรือการ์ตูนในวัยเด็ก แต่ใช่ว่าชีสทุกชนิดจะมีรูเสมอไป มีแค่ชีสบางประเภทเท่านั้นที่มีรูกลวงอยู่ภายใน ซึ่งเจ้าก้อนชีสมีรูเช่นนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ สวิสชีส (Swiss Cheese) ชีส (Cheese) คือ ผลิตภัณฑ์จากการถนอมอาหารโดยการแปรรูปจากน้ำนมของสัตว์ เช่น นมวัว นมแกะ นมแพะ หรือแม้แต่นมอูฐ เป็นต้น นำมาผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ ใส่แบคทีเรียที่สร้างกรดแลคติกและเติมเอนไซม์เรนนิน (Rennet) หลังจากการหมักน้ำตาลแลคโตสในนมจะถูกเปลี่ยนเป็นกรดแลคติก ทำให้นมมีความเป็นกรดมากขึ้นและจับตัวกันเป็นตะกอน  จากการทำปฏิกิริยาเคมีทำให้นมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่เป็นของแข็ง มีลักษณะเป็นลิ่มสีขาว (Curd) และส่วนที่เป็นของเหลว (Whey) เมื่อนำไปผ่านกระบวนการบีบอัดเพื่อนำส่วนที่เป็นของเหลวออก เราจึงได้ชีสก้อนในที่สุด ปัจจัยที่ทำให้ชีสแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันนั้นขึ้นอยู่กับกระบวนการบ่ม อุณหภูมิ ชนิดของจุลินทรีย์ และประเภทของนมที่ใช้ สำหรับสวิสชีสเองก็มีกรรมวิธีการผลิตที่แตกต่างออกไป จึงทำให้มีลักษณะที่โดดเด่นไม่เหมือนกับชีสชนิดอื่น สวิสชีส (Swiss cheese) หรือ ชีสเอ็มเมินทาล (Emmental cheese) คือชีสที่มีต้นกำเนิดจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ […]

superadmin

18 September 2023

ความลับของต้นไม้ใบด่าง เกิดได้อย่างไร?

ต้นไม้ใบด่างกลายมาเป็นต้นไม้ที่ได้รับความนิยมของหลายๆ คนที่ชื่นชอบพันธุ์ไม้ที่มีสีสันแปลกตาหาได้ยาก ไม่เหมือนต้นไม้ที่มีสีเขียวทั่วๆ ไป ด้วยลักษณะที่แตกต่างนี้ ทำให้ไม้ด่างมีราคาสูง และเป็นที่ต้องการของนักสะสมต้นไม้เป็นจำนวนมาก แต่ทราบหรือไม่ว่าจริงๆ แล้วไม้ด่างนั้นเกิดจากการปรับตัวให้อยู่รอดได้ในธรรมชาติ โดยลักษณะการด่างสามารถช่วยพรางตัวจากผู้ล่าหรือสัตว์กินพืช ทำให้ผู้ล่าเข้าใจว่าพืชนั่นมีพิษ อีกทั้งยังสามารถช่วยดึงดูดแมลงให้ช่วยผสมพันธุ์อีกด้วย บางกรณีที่ต้นไม้นั้นต้องเจริญเติบโตอยู่ในป่าทึบที่มีแสงแดดน้อย การปรับตัวเพื่อลดการสังเคราะห์แสงหรือลดการสร้างคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ซึ่งเป็นสารสี (Pigments) ที่ใช้ในการดูดซับแสง ทำให้เห็นใบด่างมีสีขาวหรือเหลือง ซึ่งก็คือบริเวณที่ไม่มีการสร้างคลอโรฟิลล์ตรงบริเวณนั้นนั่นเอง นอกจากการด่างที่ทำให้ใบเกิดสีขาวแล้ว ยังมีต้นไม้ด่างหลากสีสันจากสารสีอื่น ๆ เช่น แคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ทำให้เห็นใบเป็นสีเหลืองหรือส้ม และแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ทำให้มองเห็นใบมีสีชมพู แดง และม่วง ซึ่งรูปแบบของสีใบที่เกิดขึ้นกับใบด่างแต่ละชนิดขึ้นกับข้อมูลของสารพันธุกรรม โดยมียีนเฉพาะที่ควบคุมลักษณะเหล่านี้ถ่ายทอดจากรุ่นพ่อแม่ไปสู่รุ่นลูกให้เกิดพืชใบด่างได้ ส่วนลักษณะด่างที่เห็นเป็นสีเงิน ไม่ได้เกิดจากสารสีของพืช แต่เกิดจากลักษณะโครงสร้างของใบที่มีช่องอากาศระหว่างเนื้อเยื่อใบ ทำให้เมื่อแสงแดดตกกระทบบนใบจะเกิดการหักเหมองเห็นใบเป็นสีเงินเป็นลักษณะที่มีการถ่ายทอดมาทางพันธุกรรม เรียกลักษณะด่างแบบนี้ว่า Reflective variegation หรือ Blister variegation ตัวอย่างต้นเปปเปอร์โรเมียลายแตงโม (Watermelon peperomia) และต้นพลูแนบอุรา(Scindapsus pictus) อีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดใบด่างที่ทำให้พืชจากเดิมทีมีสีเขียวกลายเป็นพืชใบด่างได้ จากความผิดปกติในระดับพันธุกรรม ที่เป็นการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติในเนื้อเยื่อเจริญของพืช ซึ่งก็คือเนื้อเยื่อบริเวณยอดของพืชที่มีการแบ่งเซลล์เพื่อการเจริญเติบโต เมื่อมีการแบ่งตัวซ้ำ ๆ จึงทำให้ง่ายที่จะเกิดการกลายพันธุ์ […]

superadmin

4 September 2023

ภาพยนตร์เต็มโดมประจำเดือนกันยายน 2566 เรื่อง ขอบฟ้าแห่งใหม่ (New Horizons)

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยส่วนวิชาการ กลุ่มงานท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ เปิดการแสดงทางท้องฟ้าจำลอง ด้วยการบรรยายให้ความรู้ด้านดาราศาสตร์และอวกาศโดยนักวิชาการ ผ่านเครื่องฉายดาวและสื่อมัลติมีเดีย และจัดแสดงภาพยนตร์เต็มโดม รอบละประมาณ 1 ชั่วโมง ให้บริการผู้ชม 280 คนต่อ 1 รอบการแสดง ร่วมสัมผัสความร้อนแรงของดาวศุกร์ ชมดินสีส้มของดาวอังคาร ในภาพยนตร์เต็มโดม เดือนกันยายน 2566 เรื่อง ขอบฟ้าแห่งใหม่ (New Horizons) ภาพยนตร์ความยาว 23 นาที นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับดาวเคราะห์ที่ชื่อว่า “โลก” ว่าเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวที่เราพบสื่งมีชีวิต แต่เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะอพยพไปอยู่บนดาวเคราะห์ดวงอื่น  ร่วมสัมผัสความร้อนแรงของดาวศุกร์ ชมดินสีส้มของดาวอังคาร ต้านแรงโน้มถ่วงมหาศาลของดาวพฤหัส และตื่นตากับความสวยงามของดาวเสาร์ แล้วลองตัดสินใจว่าดาวเคราะห์ดวงไหนที่เราอยากไปอยู่ พากษ์เสียงภาษาไทยโดย คุณฉันทวิทย์ ธนะเสวี (เต๋อ)

superadmin

1 September 2023

ร่วมแสดงความยินดีแด่รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้

วันที่ 31 สิงหาคม 2566 นายโยฑิน สมโนนนท์ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา พร้อมคณะผู้แทนเจ้าหน้าที่ ศว. เข้าร่วมสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 และมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีแด่ว่าที่เรือตรีชูชีพ อรุณเหลือง ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ รักษาราชการอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ณ กระทรวงศึกษาธิการ

superadmin

31 August 2023

บุคลากรศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้โครงการวันวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2566 บุคลากรศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานำโดย นางสาวพรทิพย์ สกลกูล นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ นางสาวจุฬวดี สุทธิประภา นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ และนางสาวนันทิชา ม่วงปาน นักวิชาการศึกษา เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้โครงการวันวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของนักศึกษา สกร.เขตพญาไท โดยมีนักศึกษาพลเรือนและทหารกองประจำการ จำนวน 105 คน เข้าร่วมโครงการ สำหรับการบรรยายในครั้งนี้ผู้บรรยายทั้ง 3 ท่าน ได้แบ่งกลุ่มและให้นักศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับโครงงานวิทยาศาสตร์ ขั้นตอนการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีการให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติ (Workshop) ในส่วนของการทดลองเพื่อต่อยอดโครงงาน การหาปัญหา เค้าโครงของโครงงาน และเทคนิคการนำเสนอผลงาน ทั้งในส่วนของการเขียนรายงาน การจัดทำแผงโครงงาน และการนำเสนอด้วยวาจา​ สุดท้ายนักศึกษา สกร.เขตพญาไท ได้นำเสนอผลงานของตัวเอง และผู้บรรยายได้เปิดโอกาสให้นักศึกษา สกร. ถาม – ตอบ เรื่องโครงงานวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้นักศึกษาได้นำไปปรับใช้ในการต่อยอดผลงานและโครงงานวิทยาศาสตร์ต่อไป

superadmin

30 August 2023

ประกาศผลการประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดับประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2566

ประกาศผลการประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดับประเทศ  ประจำปี พ.ศ. 2566  ช่วงชั้นประถมศึกษาตอนปลาย รางวัลชนะเลิศ โรงเรียนอนุบาลพิจิตร จังหวัดพิจิตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1  โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนเชาวน์วัศ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รางวัลชมเชย โรงเรียนอักษรศึกษา จังหวัดชลบุรี โรงเรียนบ้านโสกเชือก (คุรุราษฎร์อำนวย) จังหวัดร้อยเอ็ด โรงเรียนปัญญาวิทย์ จังหวัดตรัง ช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น รางวัลชนะเลิศ โรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง จังหวัดสมุทรปราการ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (ศึกษาศาสตร์) จังหวัดขอนแก่น รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย จังหวัดภูเก็ต รางวัลชมเชย โรงเรียนนิยมศิลป์อนุสรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ โรงเรียนวารีเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนแกลง “วิทยสถาวร” จังหวัดระยอง ขอแสดงความยินดีกับทุกโรงเรียนที่ได้รางวัล สำหรับเกียรติบัตรในการประกวดฯ จะจัดส่งไปตามที่อยู่ของโรงเรียนที่แจ้งไว้ ขอขอบคุณ สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ คณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่เป็นศูนย์จัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนในภูมิภาค คณะผู้บริหารโรงเรียน […]

superadmin

30 August 2023

ขอแสดงความยินดีกับ สกร.เขตห้วยขวาง

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาขอแสดงความยินดีกับ สกร.เขตห้วยขวาง ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ได้รับรางวัลชมเชย ในการประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2566 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

superadmin

28 August 2023

บุคลากรศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาเป็นวิทยากรโครงการอบรมให้ความรู้ทางวิชาการโครงงานด้านอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม

นางสาวพรทิพย์ สกลกูล นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่วนวิชาการ เป็นวิทยากรโครงการอบรมให้ความรู้ทางวิชาการโครงงานด้านอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ให้แก่นักศึกษา สกร.เขตลาดพร้าว ในวันที่ 26 สิงหาคม 2566 ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนวัดสาครสุ่นประชาสรรค์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร สำหรับโครงการอบรมให้ความรู้ทางวิชาการโครงงานด้านอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 120 คน โดยในวิทยากรได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องหลักเกณฑ์ ขั้นตอน วิธีการทำโครงงาน นอกจากนี้​นักศึกษา สกร. เขตลาดพร้าว ได้ทดลอง​และลงมือปฏิบัติทำโครงงาน พร้อมทั้งนำเสนอผลงาน

superadmin

26 August 2023
1 29 30 31 68
Message us