เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ ครั้งที่ 18

“วิทยาศาสตร์” มักถูกมองว่าเป็นเรื่องซับซ้อน ยากแก่การเข้าถึงและทำความเข้าใจ แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิทยาศาสตร์มีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้การสื่อสารเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ง่ายและสนุกสนาน และสามารถถ่ายทอดสู่สาธารณชนได้ในวงกว้าง เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ ครั้งที่ 18 จึงนำเสนอภาพยนตร์และกิจกรรมการเรียนรู้ ภายใต้แนวคิด “โอกาสที่เท่าเทียมกันในวิทยาศาสตร์” (Equal Opportunities in Science) เรื่องที่ส่งเสริมให้บุคลากรในวงการวิทยาศาสตร์เกิดความเท่าเทียมกัน ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ เพศ ความบกพร่องทางร่างกาย เรื่องของการรู้เท่าทัน สื่อสังคมออนไลน์ เรื่องของการสร้างความตระหนักถึง การเปลี่ยนแปลงของสังคมในอนาคต เป็นต้น โดยคัดเลือกภาพยนตร์ 33 เรื่อง จาก ภาพยนตร์คุณภาพเข้าร่วมเทศกาลมากถึง 174 เรื่อง จาก 41 ประเทศ พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมทดลองทางวิทยาศาสตร์ อีกมากมายในงาน ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) ในฐานะองค์กรผู้ร่วมจัดงานในประเทศไทย ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเรียนรู้ผ่านภาพยนตร์จากเทศกาลครั้งนี้ร่วมกัน ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน – 20 ธันวาคม 2565 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ ห้องกิจกรรม อาคารท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ

superadmin

26 October 2022

ต้อนรับวันฮาโลวีน Trick Rawr Treat!

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา จัดกิจกรรมพิเศษต้อนรับวันฮาโลวีน ร่วมกิจกรรมน่ารัก ๆ ฟรี!!!พบกับกิจกรรมประดิษฐ์ไม้หนีบไดโนเสาร์ Trick Rawr Treat! เรียนรู้เรื่องราวของวันฮาโลวีน และอาหารของเหล่าไดโนเสาร์ พร้อมสิ่งประดิษฐ์ (จำนวนจำกัด) ในวันที่ 30 ตุลาคม 2565 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ นิทรรศการไดโนเสาร์ ชั้น 2 อาคารธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (อาคาร 4)

superadmin

26 October 2022

ปิดให้บริการในวันที่ 23 – 24 ตุลาคม 2565

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ปิดให้บริการในวันที่ 23 – 24 ตุลาคม 2565 เนื่องในวันปิยมหาราช และวันหยุดชดเชยวันปิยมหาราช

superadmin

19 October 2022

DIY Family Rally 2022 ครั้งที่ 7

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา จัดกิจกรรมค่าย DIY Family Rally 2022 ระหว่างวันที่ 3 – 5 ธันวาคม 2565 ค่ายครอบครั้ว 3 วัน 2 คืน ณ Brookside Valley Resort จ.ระยอง ภายใต้แนวความคิด STE[a+]M Education “สืบค้น สร้างสรรค์ ผูกพัน หรรษา” โดยนําความรู้ ทักษะกระบวนการด้านวิทยาศาสตร์ผ่านกิจกรรมที่สนุกสนาน อย่างบูรณาการ และให้ครอบครัวได้ใช้เวลาทํากิจกรรมร่วมกัน และมีการสื่อสารที่ดีระหว่างกัน ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว สามารถแก้ปัญหา ได้ทักษะและความรู้ใหม่ ๆ เพื่อสามารถนําไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน เปิดรับสมัครวันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2565 คุณสมบัติ/เอกสารของผู้สมัคร รับสมัครจำนวน 30 ครอบครัว (1 ครอบครัวประกอบด้วย ผู้ใหญ่ 2 คน เด็ก […]

superadmin

17 October 2022

ปิดให้บริการในวันที่ 13 – 14 ตุลาคม 2565

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ปิดให้บริการในวันที่ 13 – 14 ตุลาคม 2565 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และวันหยุดพิเศษ

superadmin

7 October 2022

ร่วมงานพิธีเปิดนิทรรศการพิเศษ “Bridge of Colors”

นายโยฑิน สมโนนนท์ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ร่วมงานพิธีเปิดนิทรรศการพิเศษ “Bridge of Colors” โดย 11 ศิลปินชาวอินโดนีเซีย เปิดอย่างเป็นทางการโดยเอกอัครราชทูต Rachmat Budiman ร่วมกับนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2022 ณ ห้องเอนกประสงค์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป

superadmin

6 October 2022

หน่วยฐาน (base unit)

หน่วยฐาน (base unit) เป็นปริมาณหลักของระบบเอสไอ (International System of Units หรือ SI units) และยังเป็นหน่วยการวัดพื้นฐานของหน่วยวัดอื่น ๆ ทั้งหมดทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีทั้งหมด 7 ปริมาณ ได้แก่ มวล ความยาว เวลา กระแสไฟฟ้า อุณหภูมิอุณหพลวัต ความเข้มของการส่องสว่าง และปริมาณสาร  โดยมีสัญลักษณ์ปริมาณ หน่วยฐาน และตัวย่อหน่วยฐาน ดังภาพ ในสมัยก่อนหน่วยที่ใช้สำหรับวัดปริมาณต่าง ๆ  มีหลายระบบ เช่น ระบบอิมพีเรียล ระบบเมตริก หรือ ระบบของไทย เป็นต้น ทำให้ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ต่อมาในปีพ.ศ. 2503 จึงมีการจัดทำหน่วยวัดรูปแบบใหม่ของระบบเมตริกขึ้นในที่ประชุม CGPM (General Conference on Weights and Measures) ซึ่งหน่วยวัดรูปแบบใหม่นี้มีชื่อว่า ระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศหรือระบบเอสไอ (International System of Units […]

superadmin

1 October 2022

ขยะพลาสติกและปัญหาการรีไซเคิล

รู้สึกดีที่ได้รีไซเคิลอะไรบางอย่าง? ความรู้สึกที่เกิดจากการแยกขวดพลาสติกออกจากขยะชนิดอื่น ยิ่งคุณแยกขยะรีไซเคิลออกจากขยะทั่วไปมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้คุณรู้สึกเหมือนกับว่าได้ช่วยโลกใบนี้ไว้ !!! ในความเป็นจริงแล้วต่อให้เราทำความสะอาดและแยกพลาสติกสำหรับรีไซเคิลไว้ดีแค่ไหน สุดท้ายพวกมันก็จะไปจบลงที่กองขยะอยู่ดี ในสหรัฐอเมริกามีพลาสติกที่ถูกนำไปรีไซเคิลเพียงแค่ 2 ชนิดหลัก นั่นคือ พลาสติกจากขวดน้ำดื่มพอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต / Polyethylene terephthalate (PET) และอีกชนิดคือพลาสติกที่ได้จากขวด ถัง หรือถาดต่าง ๆ พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง /High Density Polyethylene (HDPE) ซึ่งขยะพลาสติก 1 ใน 4 ของขยะพลาสติกทั้งโลกก็คือ พลาสติก 2 ชนิดนี้นั่นเอง จากการวิจัยในปี 2017 พบว่า การหลอมพลาสติกเพื่อการรีไซเคิลนั้นทำให้ความเหนียวของพลาสติกลดลง ดังนั้น PET ที่ได้จากการรีไซเคิลจะถูกรวมเข้ากับ PET ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อสร้างความแข็งแรงให้มากขึ้นและการรีไซเคิล HDPE นั้นจะได้พลาสติกสีดำซึ่งเหมาะแก่การทำเก้าอี้ในสวนสาธารณะและถังขยะหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องการสีที่สวยงามมากนัก ความยากของการรีไซเคิลพลาสติก คือการทำให้ผู้ใช้ต้องการที่จะใช้มัน นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมขยะพลาสติกถึงมีจำนวนมาก ข่าวล่าสุดระบุว่า สหรัฐอเมริกาสร้างขยะพลาสติก 42 ล้านตัน ซึ่งมากที่สุดในโลก ในขณะที่ไทยขึ้นแท่นประเทศที่สร้างขยะพลาสติกต่อประชากร (กิโลกรัมต่อปี) สูงเป็นอันดับ […]

superadmin

27 September 2022

การทำประมงเกินขนาด ปัญหาหนึ่งที่ถูกมองข้าม

ลองจินตนาการว่าภายใต้ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เลยจะเป็นอย่างไร ก็คงจะเป็นทะเลที่ว่างเปล่าไร้สีสัน และแน่นอนว่าเรากำลังพูดถึงสัตว์ทะเลเช่น ปลา เต่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมอย่างโลมากับวาฬ และสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่อาศัยในท้องทะเล และยังเป็นตัวเพิ่มสีสันความสวยงามให้กับท้องทะเลอีกด้วย ซึ่งสัตว์ทะเลเหล่านี้กำลังมีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว โดยสาเหตุที่สัตว์ทะเลน้อยลงนั้นปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการประมงที่จับสัตว์ทะเลเกินขนาด (Overfishing) โดยอธิบายสั้น ๆ ว่าคือ การจับสัตว์น้ำเกินความสามารถในการผลิตของธรรมชาติ อาจจะเป็นประโยคที่ดูแล้วไม่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ภายใต้ของประโยคนี้ได้สร้างความเสียหายพอ ๆ กับปัญหาขยะในทะเล หรือปัญหามลพิษทางทะเล และอาจจะมีผลกระทบมากกว่านี้ สูญเสียสมดุลทางทะเล การจับสัตว์น้ำพลอยได้ (bycatch) เป็นการจับเฉพาะสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง (species target) โดยใช้เครื่องมือประมงอย่างเช่น เรือลากอวน แต่จะลากสัตว์ทะเลชนิดอื่นไปด้วย (non-species target) เช่น โลมา วาฬ เต่าทะเล แมวน้ำ นกทะเล และฉลาม โดยทุก ๆ ปี การทำประมงจะจับสัตว์ทะเลที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่วนใหญ่สัตว์ที่จับได้จะตายเกือบทั้งหมด มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อาจยังมีชีวิตรอด แต่เมื่อปล่อยลงสู่ทะเลไม่นานก็คงตายอยู่ใต้ก้นทะเล มีผลให้ประชากรของสัตว์น้ำดังกล่าวลดลง เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์และส่งผลไปถึงสมดุลของระบบนิเวศใต้ท้องทะเล ยกตัวอย่างฉลามที่ทุกคนกลัวกันนั้นเป็นผู้บริโภคลำดับสูงสุดในห่วงโซ่อาหารเป็นเหมือนผู้รักษาสมดุลประชากรของผู้บริโภคลำดับที่รองลงมาจากฉลาม เมื่อฉลามถูกจับไป สัตว์ที่เป็นลำดับรองลงมาก็จะมีประชากรเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสัตว์ทะเลเหล่านี้กินผู้ผลิตอย่างแพลงก์ตอนเป็นอาหาร เมื่อประชากรมากแพลงก์ตอนที่ถูกกินก็จะน้อยลง […]

superadmin

24 September 2022

ภาพบรรยากาศ กิจกรรม Sound of Science

เมื่อวันที่ 17 – 18 กันยายน 2565 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี 2565 ภายใต้แนวคิด Sound of Science โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ผ่านกิจกรรมหลายรูปแบบ อาทิ กิจกรรมเสียงจากธรรมชาติ ฟังเสียงนก ฟังเสียงแมลง กิจกรรมสนุกกับเสียง แอบฟังเสียงสัตว์ป่าจาก โซน Fun Forest ภายในนิทรรศการเมืองเด็ก ประดิษฐ์ของเล่น “กลองป๋องแป๋ง” และกิจกรรมเสียงหรรษา ผ่านการแสดง Science Show ณ อาคารธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ ชมภาพบรรยากาศการจัดกิจกรรมเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี 2565

superadmin

20 September 2022

ทำไมแมวถึงชอบคลอเคลีย

ในปัจจุบันแมวหรือเจ้าเหมียว เป็นสัตว์เลี้ยงอีกชนิดหนึ่งที่บรรดาคนรักสัตว์ทั้งหลายอยากจะเป็นเจ้าของ ด้วยนิสัยที่ขี้อ้อนและชอบคลอเคลียของมัน ทำให้หลายคนตกหลุมรักและยอมเป็นทาสแมวโดยไม่รู้ตัว เคยสงสัยบ้างไหมว่าทำไมแมวถึงชอบคลอเคลีย  การที่แมวเอาส่วนหัว ส่วนสีข้างตัวหรือส่วนหางมาถูคลอเคลียกับเรานั่นหมายความว่าแมวต้องการทิ้งกลิ่นของตัวเองเอาไว้ โดยในตัวของแมวมีต่อมกลิ่น (Glands) มากมายหลายจุดในร่างกายถูกสร้างขึ้นเพื่อให้แมวมีกลิ่นเฉพาะตัว โดยมีต่อมกลิ่นสำคัญ ๆ 5 จุด กลิ่นเหล่านี้ กระจายติดตามร่างกายของผู้ที่แมวเข้าไปคลอเคลียเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ นอกจากนั้นยังเป็นหนึ่งในการแสดงความอ่อนโยนและเป็นมิตรของแมวอีกด้วย ดังนี้ 1. ต่อมขมับ ต่อมขมับแมวจะใช้ต่อมกลิ่นนี้ถูวัตถุต่าง ๆ รวมทั้งคนเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของและกลิ่นจากขมับหรือหน้าผากยังช่วยบอกตำแหน่งและทำเครื่องหมายเวลาเดินทางไปที่ต่าง ๆ 2. ต่อมแก้ม ต่อมแก้มแมวบางตัวมี 2 ต่อม บางตัวมี 1 ต่อม ทำหน้าที่เหมือนต่อมขมับ 3. ต่อมใต้ขากรรไกร ต่อมใต้ขากรรไกรมี 1 จุดกึ่งกลางของคางพอดีจะผลิตน้ำมันที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำหน้าที่แบบเดียวกับต่อมขมับและต่อมแก้ม  4. ต่อมอุ้งเท้า ต่อมอุ้งเท้ามี 4 จุดตามเท้าแต่ละข้างเป็นต่อมให้กลิ่นแรงสุด กลิ่นจะทำหน้าที่ทันทีเมื่อแมวเหยียดและกางเล็บออกโดยการ “ฝนเล็บ” เป็นการกระจายกลิ่นอุ้งเท้าเพื่อแสดงอาณาเขตและความเป็นเจ้าของ 5. ต่อมหาง ต่อมหางอยู่ทั่วบริเวณหางจะผลิตกลิ่นเวลาแมวใช้หางในการสื่อสาร ถ้าแมวโกรธหางฟูตั้งตรงแข็งบริเวณหางก็จะกระจายกลิ่นให้ตัวอื่นรับรู้ด้วย อ้างอิง ทำไมแมวจึงชอบคลอเคลียที่ขาของเรา ทำไมแมวถึงชอบคลอเคลีย..เอาตัวมาถู..เข้ามาอ้อน https://bit.ly/3f1ZJNh

superadmin

19 September 2022

ชีวิตยามค่ำคืนของนกแสก

นกแสกเป็นนกที่ออกหากินในตอนกลางคืน (Nocturnal animal) โดยนกแสกจะมีพฤติกรรมการล่าหนูหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดเล็กด้วยวิธีการการซุ่มโจมตี ในค่ำคืนที่มืดมิดไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการหาอาหารของนกแสกเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าเหยื่อจะว่องไว และซ่อนตัวภายใต้พื้นหญ้ารกทึบแค่ไหนก็ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงของนกแสก แล้วทุกคนสงสัยไหมว่านกแสกใช้ชีวิตในค่ำคืนที่ไร้แสงสว่างได้อย่างไร ก็เพราะว่านกแสกนั้นมีการปรับตัวและมีวิธีการออกล่าเหยื่อในยามค่ำคืนดังต่อไปนี้ มองเห็นได้ดีในที่มืด  เนื่องจากภายในดวงตาจะมีจอรับภาพที่เรียกว่า จอประสาทตา (Retina) เมื่อแสงตกกระทบเซลล์ภายในจอประสาทตา ทำหน้าที่รับรูปทรงและสีของวัตถุที่มองส่งไปยังสมอง โดยจะประกอบด้วยเซลล์ที่เรียกว่า เซลล์รูปแท่ง ที่ทำงานได้ดีในที่สลัวหรือที่มีแสงน้อย และรับการเคลื่อนไหวของวัตถุ แต่มองเห็นสีได้เพียงสีขาวกับสีดำ ส่วนอีกเซลล์หนึ่งเรียกว่า เซลล์รูปกรวย จะทำงานได้ดีในที่มีแสงมาก สามารถมองเห็นสีต่าง ๆ ของวัตถุได้ แต่จะทำงานไม่ได้เมื่อไม่มีแสงหรือทำงานได้ไม่ดีในที่แสงสลัว นกแสกมีทั้งสองเซลล์แต่เซลล์รูปแท่งจะมีมากกว่า ซึ่งสามารถมองเห็นเหยื่อในที่แสงสลัว นอกจากนี้เนื้อเยื่อพิเศษที่อยู่หลังเรตินาที่เรียกว่า Tapetum lucidum ซึ่งเหมือนกระจกสะท้อนแสงที่จะสะท้อนแสงกลับเข้าไปในจอประสาทตาอีกครั้งหนึ่ง เป็นส่วนที่ช่วยการมองเห็นในที่มืดได้ดีขึ้น เราจึงเห็นตาของสัตว์เหล่านี้สะท้อนแสงออกมาจากดวงตา สายตามองได้กว้างไกล นกแสกมีตาทั้งสองข้างอยู่ด้านหน้าเหมือนมนุษย์ ทำให้มองเห็นวัตถุพร้อมกันในเวลาเดียวกัน (Binocular vision) ภาพจึงมีความกว้าง ความยาวและความลึก หรือที่เรียกว่าภาพสามมิติ ทำให้รู้ระยะทางของเหยื่อได้ เมื่อเปรียบเทียบกับนกที่มีตาอยู่ด้านข้าง (Monocular vision) จะมีมุมการมองเห็นภาพสามมิติน้อยกว่า ข้อจำกัดของตานกแสกคือไม่สามารถกลอกลูกตาได้ จึงอาศัยอวัยวะอย่างคอที่มีกระดูกคอมากกว่ามนุษย์ถึงสองเท่า ใช้แทนการกลอกของลูกตาจึงสามารถหันหัวได้ 270 องศา มีหูดีช่วยระบุตำแหน่งเหยื่อ ถึงแม้ว่าตาจะมีความสามารถมองเห็นในที่มืดได้ […]

superadmin

16 September 2022
1 33 34 35 68
Message us