ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
เมลาโทนิน กินได้นอนหลับดีจริงหรือ
ปัจจุบันด้วยภาวะโรคระบาด ภาวะเศรษฐกิจต่าง ๆ ส่งผลให้คนมีความเครียดจนก่อเกิดอาการนอนไม่หลับ หลับยาก หลับๆ ตื่นๆ พักผ่อนไม่เพียงพอ จนกลายเป็นปัญหาสุขภาพส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต บางคนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมยังไม่สามารถช่วยให้นอนหลับได้จึงเลือกที่จะใช้ตัวช่วยโดยการรับประทานยาหรือฮอร์โมนทดแทนเพื่อช่วยบรรเทาปัญหานอนไม่หลับ ฮอร์โมนนั้นคือเมลาโทนิน เมลาโทนินคืออะไรนะ ? เมลาโทนิน (Melatonin) เป็นฮอร์โมนที่สังเคราะห์มาจากกรดอะมิโนทริปโตเฟน (Tryptophan) ที่ต่อมไพเนียล (pineal gland) ในสมอง โดยมีความมืดเป็นตัวกระตุ้นให้หลั่งเมลาโทนินเข้าสู่กระแสเลือดและจะหยุดหลั่งเมื่อเจอแสงสว่าง โดยร่างกายจะเริ่มหลั่งเมลาโทนินออกมาตั้งแต่ช่วงที่พระอาทิตย์ตกดินทำให้คนเรารู้สึกง่วงและระดับฮอร์โมนเมลาโทนินจะคงอยู่ในกระแสเลือดประมาณ 10 – 60 พิโคกรัมต่อมิลลิตร (pg/mL) ติดต่อกัน 12 ชั่วโมง ก่อนที่ระดับฮอร์โมนเมลาโทนินจะลดลงตอนเช้า จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 9.00 น. ระดับเมลาโทนินในร่างกายจะลดต่ำลงจนวัดระดับไม่ได้ เมลาโทนินเหมาะกับใคร ? เนื่องจากเมลาโทนินมีคุณสมบัติเป็นตัวช่วยในการคงการหลับ (maintain sleep) ซึ่งจะทำให้ง่วงหรือหลับเร็วจึงเหมาะกับกลุ่มคนดังต่อไปนี้ บุคคลที่มีอาการนอนหลับผิดเวลา หรือ delayed sleep phase syndrome ซึ่งเป็นความผิดปกติด้านการนอนหลับ คือไม่สามารถนอนหลับได้ก่อนเวลา 2.00 น. และมักมีปัญหาในการตื่นนอนตอนเช้า บุคคลที่เป็นโรคนอนไม่หลับ (insomnia) […]
เดจาวู ปรากฏการณ์อันน่าพิศวง
คุณเคยมีประสบการณ์รู้สึกราวกับว่าเคยอยู่ในเหตุการณ์ สถานที่ หรือบทสนทนาที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้หรือไม่ ถ้าเคยผู้คนมักเรียกอาการนี้ว่า “เดจาวู” โดยอาการเดจาวูคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร ศึกษาได้จากข้อมูลต่อไปนี้ คำว่า “เดจาวู” (Déjà vu) มาจากภาษาฝรั่งเศส ปรากฏครั้งแรกในหนังสือ L’Avenir des science psychiques โดย เอมีล บัวรัค (Emile Boirac) นักปรจิตวิทยาชาวฝรั่งเศส ซึ่ง “เดจาวู” คือ อาการที่รู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งพบเจอนั้นคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยพบเจอมาแล้ว เป็นประสบการณ์ทางจิต สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเวลาไม่ว่าหลับหรือตื่น ซึ่งปรากฏการณ์นี้มักถูกมองเป็นเรื่องปริศนาเหนือธรรมชาติที่ไม่สามารถหาข้อเท็จจริงมายืนยันได้ แต่นักวิทยาศาสตร์พยายามอธิบายการเกิดปรากฏการณ์เดจาวู โดยอ้างอิงจากทฤษฎี ดังนี้ 1. การเดินทาง โดยเดจาวูมักเกี่ยวข้องกับสถานที่ และผู้คนส่วนมากมักมีความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาค่อนข้างรุนแรงทั้งที่ไปยังสถานที่นี้เป็นครั้งแรก ที่เป็นเช่นนี้ เพราะสถานที่ที่เราไม่รู้จักมักจะกระตุ้น “ความขัดแย้ง” ในความรู้สึกนึกคิด ว่ามีบางอย่างที่เราคุ้นเคยกับความตะหนักว่าสิ่งที่พบเจอนั้นไม่ใช่ความทรงจำ 2. การเรียกคืนหน่วยความจำ จากงานวิจัยที่จัดทำขึ้นโดย Anne Cleary นักวิจัยเดจาวูและศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจาก Colorado State University สนับสนุนทฤษฎีนี้ โดยหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเดจาวูนั้นเกิดขึ้นได้ […]
“กระต่ายบนดวงจันทร์” จากความเชื่อสู่เรื่องจริงของแพริโดเลีย
ดวงจันทร์ที่ปรากฏบนท้องฟ้าเป็นบริวารของโลกที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง เเต่เเสงที่เห็นนั้นเกิดจากแสงสะท้อนของดวงอาทิตย์ ทำให้มองเห็นดวงจันทร์ มีลักษณะต่าง ๆ เช่น ดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยว ดวงจันทร์เสี้ยว เเละดวงจันทร์เต็มดวง นอกจากนี้เมื่อมองจากพื้นโลกหากสังเกตดี ๆ อาจเห็นพื้นผิวดวงจันทร์ที่เหมือนมีเงาสีเทา ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับกระต่ายตัวใหญ่ดังเช่นในนิทานหรือตำนานพื้นบ้านของหลาย ๆ ประเทศ ที่มักกล่าวถึงเรื่องราวการอาศัยอยู่บนดวงจันทร์ของกระต่าย เช่น แอฟริกา ทิเบต จีน ญี่ปุ่น อเมริกากลางเเละอเมริกาใต้ แล้วกระต่ายบนดวงจันทร์มีจริงหรือไม่ กระต่ายบนดวงจันทร์ คือ บริเวณเงาสีเทาที่เกิดจากการพุ่งชนดวงจันทร์ของอุกกาบาต ประมาณ 3.9-3 พันล้านปีที่แล้ว การพุ่งชนของอุกกาบาตส่งผลให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ เเละทำให้พื้นผิวของดวงจันทร์ทะลุจนแมกมาซึ่งอยู่ด้านล่างไหลออกมาเป็นลาวาจำนวนมาก เมื่อลาวาเย็นตัวลงอย่างรวดเร็วจึงเกิดเป็นหินบะซอลต์ที่มีสีเทาถึงดำ ซึ่งบริเวณเเอ่งราบที่ลาวาไหลมาปกคลุมนี้ถูกเรียกว่าทะเล (Sea) หรือมาเร (Mare) เพราะมีพื้นที่กว้างใหญ่เปรียบได้กับทะเลบนพื้นโลกเพียงแค่ไม่มีน้ำเท่านั้นเอง หากมองจากโลกพื้นที่ที่เป็นหินบะซอลต์จะมีสีทึบมองดูคล้ายกับกระต่าย ส่วนพื้นที่ที่อยู่สูงกว่าทะเลจะมีสีจางเรียกว่า ที่สูงดวงจันทร์ หรือ Lunar highland ความสูง-ต่ำของพื้นที่เเละหินบะซอลต์นี่เองที่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมเราถึงมองเห็นเหมือนว่ามีกระต่ายอยู่บนดวงจันทร์ แพริโดเลีย (Pareidolia) กับกระต่ายบนดวงจันทร์ เคยสงสัยกันไหม เเค่หินบะซอลต์ทำไมจึงกลายเป็นกระต่ายได้ล่ะ กระต่ายที่เราเห็นนั้นเเท้จริงเเล้วเกิดจากปรากฏการณ์แพริโดเลีย (Pareidolia) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางจิตใจของมนุษย์เท่านั้น เเพริโดเลียเป็นทักษะการจดจำใบหน้าที่มนุษย์มีติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด ช่วยให้สามารถระบุหน้าตาสิ่งต่าง ๆ […]
ทำความรู้จักกับ “นก” สัตว์ป่าคุ้มครองที่ยังพบเห็นได้ในเมือง
นก เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไป เป็นสัตว์ปีกที่จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังชั้นAves เป็นสัตว์เลือดอุ่นที่ออกลูกเป็นไข่ รยางค์คู่หน้าของมันจะถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นปีก มีขนหนาและมีกระดูกที่กลวงเบา และในประเทศไทยเรานั้นเป็นประเทศที่มีความหลากหลายของนกมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ของประเทศและพบนกมากถึง 1,011 ชนิด แต่ก็มีนกหลายชนิดที่ถูกจัดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ความหมายของสัตว์ป่าคุ้มครอง คือ สัตว์ป่าตามที่กระทรวงกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง และมีชื่ออยู่ในบัญชีแนบท้ายของกฎกระทรวง มีรายชื่อนกที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองมากถึง 952 ชนิด ซึ่งกฎหมายไม่อนุญาตให้ล่าหรือมีไว้ในครอบครอง รวมถึงซากของสัตว์เหล่านี้ด้วยเว้นแต่การกระทำโดยทางราชการ เมื่อเราได้ความรู้เกี่ยวกับนกและสัตว์ป่าคุ้มครองในเบื้องต้นกันไปแล้ว ทีนี้เรามาดูตัวอย่างนกที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่สามารถพบเจอได้ในเมืองกัน 1. นกสีชมพูสวน นกสีชมพูสวนเป็นนกที่มีลำตัวขนาดเล็ก ตัวผู้จะมีสีสันสดใส ตั้งแต่หน้าผากถึงตะโพกเป็นแถบยาวสีแดงสดส่วนตัวเมียจะมีสีน้ำตาล มีเพียงส่วนตะโพกและขนคลุมหางสีแดงสด มีถิ่นอาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและล้านนาตะวันออก โดยสามารถพบนกสีชมพูสวนได้ในป่าโปร่ง ชายป่า สวนผลไม้ และสวนสาธารณะ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ชื่ออังกฤษ : Scarlet-backed Flowerpecker ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dicaeum cruentatum (Linnaeus, 1758) วงศ์ (Family) : Dicaeidae 2. นกกาเหว่า นกกาเหว่าหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่านกดุเหว่า เป็นนกที่มีขนาดใกล้เคียงกับอีกา มีลำตัวเพรียวยาว ตาสีแดงและมีหางยาวแข็ง ตัวผู้มีสีดำ ปากมีสีเขียวเทา […]
