ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ลดเวลาจ้องจอ เพิ่มเวลาเรียนรู้ก็สนุกได้
ยุคนี้เราแทบจะจับโทรศัพท์มือถือกันอยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่าในหนึ่งวันเราใช้เวลาในการจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือมากที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะเด็ก ๆ มักจะชอบเล่นเกมหรือดูการ์ตูนผ่านโทรศัพท์มือถือถึงขั้นวางไม่ลงกันเลยทีเดียว การติดโทรศัพท์มือถือของเด็กนั้นคงทำให้ผู้ปกครองหลายคนปวดหัวเลยอย่างมากเพราะ การจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือนั้นเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อสายตา ถ้าหากปล่อยให้เด็กใช้เวลาไปกับหน้าจอโทรศัพท์มือถือก็จะลดเวลาเรียนรู้ลงไปด้วย เพราะฉะนั้นการที่ผู้ปกครองสามารถหากิจกรรมมาให้เด็ก ๆ ได้เล่นสนุกได้ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมภายในบ้าน การจัดกิจกรรมกลางแจ้ง หรือพาออกไปทำกิจกรรมใหม่ ๆ นอกบ้าน เพื่อเพิ่มเวลาเรียนรู้เสริมสร้างพัฒนาการและเป็นตัวช่วยลดเวลาการจ้องหน้าจอของเด็ก ๆ ได้แบบง่ายเพียงแค่ผู้ปกครองสามารถแนะนำให้เด็ก ๆ ทำกิจกรรมต่อไปนี้ กิจกรรมการอ่าน การอ่านไม่ว่าจะเป็นนิทาน หนังสือภาพ หรือทายคำศัพท์ จะช่วยฝึกทักษะด้านภาษา การออกเสียง ฝึกการมองภาพและการจดจำสิ่งต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของเด็กได้ดีมาก สร้างผลงานศิลปะ การวาดรูป ระบายสี หรือปั้นดินน้ำมันถือเป็นการเสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ๆ ได้รู้จักสี เรียนรู้ทดลองผสมสีต่าง ๆ และยังได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กด้วยการจับดินสอ สี พู่กัน หรือการใช้มือปั้นดินน้ำมัน เล่นเกม เกมว่านี้ไม่ใช่เกมคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด แต่เป็นเกมสำหรับครอบครัว เช่น โดมิโน่ เกมเศรษฐี เกมบันไดงู การทายปริศนา เกมกระดาน ต่อจิ๊กซอว์ ตัวต่อไม้ หรือการนำสิ่งรอบตัวมาประกอบกันเพื่อเป็นสื่อหรือสร้างสถานการณ์ให้แก้ปัญหา จะช่วยฝึกกระบวนการคิด การแก้ไขปัญหารวมไปถึงเสริมสร้างสมาธิให้กับเด็ก […]
ห้องแรงดันลบ (Negative Pressure Rooms) คืออะไร
จากข่าวการติดเชื้อโควิด-19 หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องการนำผู้ติดเชื้อต้องแยกให้อยู่ในห้องแรงดันลบ ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่ามันคือห้องอะไร แล้วมันแตกต่างจากห้องปกติอย่างไร ห้องแรงดันลบ (Negative Pressure Rooms) เป็นห้องกักกันเชื้อที่มีระบบระบายอากาศแยกจากส่วนอื่นๆ มีแรงดันอากาศภายในห้องน้อยกว่าภายนอกห้อง มีการควบคุมการไหลของอากาศไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายทำให้อากาศจากภายในห้องไม่ไหลออกมาสู่ภายนอก ระบบภายในห้องที่ใช้ดูดอากาศสู่ภายนอกก็ยังสามารถบำบัดอากาศด้วย HEPA Filter และฆ่าเชื้อโรคด้วย UVC และ Ozone ก่อนปล่อยออกสู่สาธารณะได้อีกด้วย โดยห้องแรงดันลบนี้ไม่ได้มีไว้แค่ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19 เท่านั้น แต่ยังสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจอื่น ๆ ได้อีกด้วย อาทิ โรคไข้หวัดใหญ่ โรควัณโรค เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้ก็ยังเป็นโรคติดต่อที่มีอยู่ในปัจจุบัน และเป็นรูปแบบใหม่ของห้องฉุกเฉินในยุค new normal ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่มาใช้บริการได้เป็นอย่างดี อ้างอิง การระบายอากาศของห้องคนไข้แบบแยกเดี่ยว What are Negative Pressure Rooms? FacebookFacebookXTwitterLINELine
แร่ทัลก์…ในเครื่องสำอาง
แป้งฝุ่นโรยตัว แป้งผัดหน้านวล ที่ทำให้ผิวพรรณผ่องใสเสริมความมั่นใจ อีกทั้งช่วยลดความชื้นของผิวให้ผ่อนคลายสบายตัว เคยสงสัยไหมว่าแป้งที่เราใช้นั้นทำมาจากอะไร Talcum powder หรือ แป้ง ผลิตได้จาก แร่ทัลก์ ซึ่งหากเอ่ยชื่อนี้ เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่รู้จัก ทั้งที่แร่ชนิดนี้อยู่ไม่ไกลจากการใช้ชีวิตประจำวันของเราเลย ทัลก์ (Talc , สูตรเคมี Mg3(Si4O10)(OH)2) เป็นแร่ที่เกิดจากการผุหรือแปรสภาพของแร่แมกนีเซียมซิลิเกต ผลึกเป็นแผ่นหนารูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนหรือหกเหลี่ยม พบได้ในธรรมชาติ มีคุณสมบัติเด่นคือมีความอ่อนนุ่ม สามารถสร้างรอยขูดขีดที่ผิวแร่ได้ด้วยเล็บ และอาจพบเป็นส่วนประกอบในหินแปร ซึ่งหากเนื้อหินมีลักษณะสมานแน่นเรียก หินสบู่ soapstone เรานำแร่ทัลก์มาใช้ประโยชน์ตามคุณภาพของแร่ กล่าวคือ ทัลก์เกรดอุตสาหกรรม จะนำไปใช้ในงานอุตสาหกรรมที่ต้องการเสริมความแข็งแรง เช่น งานวัสดุทนไฟ งานวัสดุมุงหลังคา พลาสติกและสิ่งทอ อุตสาหกรรมสี เป็นต้น ส่วน ทัลก์เกรดที่มีความบริสุทธิ์สูง จะถูกนำไปใช้เพื่อการผลิต ยา อาหารและเครื่องสำอาง เป็นต้น รู้ไว้ใช่ว่า ในประเทศไทยพบแร่ทัลก์ในจังหวัดอุตรดิตถ์ กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ และจันทบุรี ด้วยนะ แร่ทัลก์…ในเครื่องสำอาง ลองสังเกตส่วนประกอบที่เขียนไว้ข้างกระป๋องแป้งซักนิด ส่วนมากจะเจอคำว่า ทัลก์ (Talc) […]
หมุนตามความรักของทานตะวัน
ดอกทานตะวันมักถูกมองเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความสดใส ความรักที่เชื่อมั่น มั่นคง เช่นเดียวกับพฤติกรรมที่ทานตะวันหันตามแสงอาทิตย์อยู่เสมอ และพฤติกรรมนี้มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ ทานตะวัน (Helianthus annuus) เป็นพืชตระกูลเดียวกับ คำฝอย ดาวเรือง เป็นพืชล้มลุกที่นิยมปลูกกันมากในเขตอบอุ่น ทานตะวันมีลำต้นตั้งตรงแข็งแรง และรากของทานตะวันยังมีประสิทธิภาพในการดูดซึมน้ำมาก ทานตะวันเป็นพืชที่ขึ้นชื่อในเรื่องการหันตามแสง (heliotropism) ซึ่งเป็นกลไกที่น่าสนใจในแง่ชีววิทยาของพืช ในเวลากลางวันดอกทานตะวันจะหันหน้าไปทางดวงอาทิตย์ ขณะที่กลางคืนจะค่อย ๆ หมุนกลับไปทางทิศตะวันออกเพื่อรอรับแสงในเช้าวันถัดไป พฤติกรรมนี้จะเห็นได้ชัดในช่วงที่ทานตะวันยังเป็นต้นกล้า นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าการที่ดอกทานตะวันมีพฤติกรรมหันตามแสงเป็นผลจากการทำงานของฮอร์โมนพืชที่เรียกว่า ออกซิน (auxin) ซึ่งเป็นสารควบคุมการเจริญเติบโตหลักในพืช ออกซินมีบทบาทสำคัญในการยืดตัวของเซลล์พืช และกระจายตัวไปในส่วนที่ได้รับแสงน้อยกว่า ทำให้ด้านที่อยู่ในร่มเงาของลำต้นเติบโตเร็วกว่าและดันให้ลำต้นเอนไปทางแหล่งกำเนิดแสง ส่งผลให้ต้นทานตะวันสามารถหมุนตามดวงอาทิตย์ได้ตลอดวัน อย่างไรก็ตามเมื่อดอกทานตะวันโตเต็มที่และเริ่มออกดอกใหญ่ขึ้นการเคลื่อนไหวนี้ก็จะค่อย ๆ ลดลง หยุดหมุน และหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเป็นหลัก เป็นเพราะช่วงเวลานี้ดอกทานตะวันมุ่งเน้นรับแสงอาทิตย์ในตอนเช้า เพื่อช่วยกระตุ้นกระบวนการสังเคราะห์แสงทำให้สร้างพลังงานได้ดียิ่งขึ้น ดอกทานตะวันไม่ได้หันตามแสงอาทิตย์ตลอดไป แต่เลือกที่จะหันไปยังทิศทางที่ดีที่สุดสำหรับตัวมันเอง เช่นเดียวกับความรักที่ไม่ได้หมายถึงการตามหาใครสักคนไปตลอดชีวิต แต่เป็นการเติบโตไปด้วยกันและเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ความสัมพันธ์แข็งแรงและยั่งยืน ทั้งดอกทานตะวันและหัวใจของเรา ต่างต้องการแสงที่ทำให้เติบโตได้อย่างแท้จริง อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
