ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
อาหารอินทรีย์ เรื่องที่สายออร์แกนิกต้องรู้
อาหารอินทรีย์ หรือที่เราเรียกกันว่า อาหารออร์แกนิก (organic food) ปัจจุบันเป็นกลุ่มอาหารที่เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพเป็นอย่างมาก เนื่องจากอาหารมีการปรุงด้วยส่วนประกอบทุกอย่างที่มาจากธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีในการผลิต และไม่มีการตัดต่อทางพันธุกรรม (genetic modification, GMO) จึงทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าอาหารนั้นมีความปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ ซึ่งแตกต่างกับอาหารปลอดภัย ที่ยังสามารถใช้สารเคมี แต่ต้องอยู่ในมาตรฐานของการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) และมีการเว้นช่วงก่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อให้สารเคมีในอาหารอยู่ในระดับที่ปลอดภัยในการบริโภค กว่าจะได้มาเป็นอาหารอินทรีย์ที่เราบริโภคกัน มีขั้นตอนการผลิตที่ต้องใส่ใจมากกว่าปกติ เพื่อให้ได้อาหารที่มีคุณภาพมาตรฐาน อุดมด้วยคุณค่าสารอาหารที่ดีและปลอดสารพิษ โดยเริ่มต้นจากต้นทาง คือ การทำเกษตรอินทรีย์ที่ใช้วิธีการทางธรรมชาติ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ส่วนเนื้อสัตว์ก็มีการเลี้ยงดูด้วยการให้อาหารอินทรีย์ ไม่เจือปนสารเคมี หรือการใช้ยา และฮอร์โมน ทำให้สามารถรักษาสมดุลของธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิต จึงถือว่าเป็นการเกษตรที่คำนึงถึงระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก แล้วถ้าจะเปลี่ยนจากการทำเกษตรแบบปกติมาเป็นการทำเกษตรอินทรีย์ได้อย่างไร? กรณีที่เคยทำเกษตรที่ใช้สารเคมีมาก่อนจะต้องปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกก่อน โดยต้องกำหนดแผนในการปรับเปลี่ยนตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 12 – 36 เดือน ขึ้นกับรูปแบบที่เลือกในการปรับ มีวิธีการป้องกันการปนเปื้อนของสารเคมีที่มาจากดิน น้ำ และอากาศ หรือการทำแนวกันชนระหว่างแปลงปลูก และพื้นที่ทำเกษตรต้องอยู่ห่างจากโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนการเลือกพันธุ์พืชต้องมีความต้านทานต่อศัตรูพืช ไม่มีการตัดต่อสารพันธุกรรม หรือผ่านการอาบรังสี รวมทั้งต้องปลูกพืชหลากหลายพันธุ์และปลูกพืชหมุนเวียน เพื่อสร้างความยั่งยืนของระบบนิเวศไปด้วย […]
ชุดตรวจ ATK (Antigen test kits) ทำงานได้อย่างไร?
จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมากทั่วโลก เพื่อที่จะควบคุมการระบาดได้อย่างรวดเร็ว การตรวจคัดกรองโรคและการแยกผู้ติดเชื้อออกจากคนที่ไม่ติดเชื้อจึงควรรีบจัดการทันทีแต่การตรวจด้วยวิธี RT-PCR เป็นวิธีที่ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทาง และใช้เวลาในการตรวจ ทำให้ไม่สามารถตรวจตัวอย่างที่มีปริมาณมากได้ทัน กว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวก็อาจจะทำให้เกิดการระบาดในวงกว้างมากแล้ว ดังนั้นการจัดการควบคุมโรคจึงทำได้ยากขึ้น ปัจจุบันจึงได้มีการพัฒนาชุดตรวจที่ช่วยลดขั้นตอน และประชาชนทั่วไปใช้งานได้สะดวกสามารถนำมาใช้ตรวจเองได้ที่บ้าน นั่นคือชุดตรวจแบบรวดเร็ว (Antigen rapid test) หรือที่เรารู้จักกันคือ ชุดตรวจ ATK (Antigen test kits) โดยมีอุปกรณ์เพียงไม่กี่อย่าง เช่น ไม้เก็บตัวอย่าง, แถบตรวจตัวอย่าง, สารละลายที่บรรจุในหลอดทดสอบ เป็นต้น ซึ่งสารละลายนี้คือสารละลายบัฟเฟอร์ที่มีส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นน้ำเกลือ (Saline solution) และมีสารอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่รักษาสภาพของสารละลายและสารที่ช่วยในการทำลายเชื้อไวรัส ดังนั้นจึงอาจต้องระมัดระวังในการใช้ ถ้ามีการสัมผัสกับผิวหรือดวงตาต้องรีบล้างด้วยน้ำทันที ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็จะมีลักษณะรูปแบบของอุปกรณ์และการใช้งานที่แตกต่างกัน จึงต้องอ่านฉลากให้เข้าใจทุกครั้งก่อนการใช้งาน หลักการที่นำมาใช้ในการทำชุดตรวจ ATK เพื่อใช้ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นเทคนิควิธีการทดสอบทางอิมมูโนวิทยา (Immunological methods) ที่อาศัยปฏิกิริยาระหว่างแอนติเจนและแอนติบอดี (Antigen-antibody interaction) โดยสารทั้งสองชนิดจะจับกันได้ต้องมีโครงสร้างที่เหมาะสมกัน ลักษณะเหมือนแม่กุญแจและลูกกุญแจ (Lock and key) โดยชุดตรวจนี้แอนติเจนที่เราจะตรวจคือ SAR-CoV-2 […]
กล้วย ผลไม้รสอร่อยคู่ครัวไทย
กล้วย ผลไม้ที่คนไทยนิยมรับประทาน มีการปลูกกันมาอย่างช้านาน ด้วยรสชาติที่อร่อย หาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร จึงทำให้กล้วยเป็นผลไม้ที่คนไทยนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู กล้วยที่นิยมในประเทศไทยมีหลายสายพันธุ์ เช่น กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ กล้วยหักมุก เป็นต้น กล้วยเป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นอยู่ใต้ดิน เรียกว่า หัวหรือเหง้า ต้นที่เห็นอยู่เหนือดิน แท้จริงแล้วไม่ใช่ลำต้น แต่เป็นลำต้นเทียมที่เกิดจากกาบใบอัดกันแน่น ส่วนบนมีใบและช่อดอก ในช่อดอกจะมีดอกย่อยเป็นกลุ่ม ๆ ระหว่างกลุ่มจะมีกาบปลีสีม่วงแดงกั้นไว้ กลุ่มดอกเพศเมียอยู่บริเวณโคน ดอกเพศผู้อยู่ส่วนปลาย เราเรียกส่วนนี้ว่าหัวปลี ผลกล้วยเกิดจากดอกเพศเมีย ซึ่งจะอยู่ที่โคน โดยดอกเพศเมีย 1 กลุ่ม เจริญเป็นผล 1 หวี ส่วนช่อดอกเจริญเป็น 1 เครือ ดังนั้นกล้วย 1 เครืออาจจะมี 2-3 หวี หรือมากกว่านั้น กล้วยขยายพันธุ์ด้วยการแตกหน่อหรือใช้เมล็ด ปัจจุบันกล้วยที่บริโภคกัน หากแยกชนิดตามจีโนมโดยวิธีของซิมมอนดส์ และเชบเฟิร์ด จะมีต้นกำเนิดมาจากกล้วย กล้วยเป็นผลไม้ที่ให้พลังงาน อุดมไปด้วยน้ำตาลจากธรรมชาติ 3 ชนิด […]
ปลากระเบนแมนตา…ยักษ์ใหญ่แห่งแนวปะการัง
สิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์อาศัยอยู่ในห้วงมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ คนมักจะนึกถึงกลุ่มสัตว์ขนาดมหึมา เช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมอย่างกลุ่มของวาฬ หรือไม่ก็ปลาฉลาม แต่ในทะเลไม่ได้มีแค่กลุ่มวาฬกับปลาฉลามเท่านั้นที่ตัวใหญ่ ยังมีสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งเป็นปลากระดูกอ่อนเช่นเดียวกันกับปลาฉลาม มีร่างกายที่แบน และว่ายน้ำเหมือนกำลังบินบนอากาศ สัตว์น้ำชนิดนี้ถูกเรียกว่าปลากระเบนแมนตานั่นเอง ซึ่งก็เป็นปลาขนาดใหญ่ที่น่าสนใจอีกชนิดหนึ่ง มาทำความรู้จักกับปลาชนิดนี้ไปด้วยกัน ยักษ์ใหญ่ของเรามีชื่อเต็มว่า ปลากระเบนแมนตาแนวปะการัง (Reef manta ray) และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mobula alfredi จัดอยู่ในกลุ่มของปลากระเบนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาปลากระเบนทั้งหมด ความกว้างโดยเฉลี่ยของมันอยู่ที่ 300-350 เซนติเมตร แต่ตัวที่เคยสำรวจแล้วพบว่ากว้างมากที่สุดกว้างถึง 400 เซนติเมตร รูปร่างเหมือนสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน หางแหลมยาว มักกินแพลงก์ตอนเป็นอาหารในบริเวณแนวปะการังและทะเลลึก โดยกินแบบกรองเหมือนวาฬ คือ การเคลื่อนน้ำผ่านอวัยวะที่กรองแพลงก์ตอนในน้ำเหมือนเครื่องกรองน้ำ อย่างไรก็ตามปลาชนิดนี้ตัวไม่ได้ใหญ่อย่างเดียว แต่สมองก็มีขนาดใหญ่ตามตัวเช่นกัน ทำให้ปลากระเบนแมนตานี้สามารถเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมได้ เมื่อเห็นตัวเองในกระจกจะเข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในกระจกคือตัวเอง (Self-directed) เหมือนกับลิงชิมแปนซีหรือนก และสมองที่มีขนาดใหญ่ก็ยังช่วยจดจำได้มากกว่าปลาชนิดอื่น ๆ จึงสามารถรู้สถานที่ในการหาอาหาร เป็นเหตุผลว่าทำไมปลากระเบนแมนตาแนวปะการังจึงสามารถว่ายไปและกลับจากแนวปะการังเดิมได้ โดยตอนกลางวันจะอยู่ตามแนวปะการัง ส่วนตอนกลางคืนหาแพลงก์ตอนในทะเลลึก จากพฤติกรรมการหาอาหารที่ได้ศึกษาล่าสุด พบว่าหลังจากปลากระเบนแมนตาแนวปะการังได้หาอาหารในทะเลลึกแล้วจะว่ายขึ้นมาในแนวปะการังเพื่อทำความสะอาดตัว เช่น การกำจัดปรสิต และถ่ายของเสีย อันประกอบไปด้วยสารต่างๆ ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและการเจริญเติบโตให้กับปะการัง มันจึงช่วยให้เกิดวัฏจักรของสารอาหารระหว่างระบบนิเวศแนวปะการังกับระบบนิเวศในทะเลลึก เพียงแต่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่มีการศึกษาที่มากพอ นอกจากนั้นปลากระเบนแมนตาแนวปะการังยังถูกจัดเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) ตามสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติหรือ […]

