ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ไส้กรอก : อาหารแปรรูป กินอย่างไรให้ปลอดภัย?
อาหารแปรรูปประเภทเนื้อหมัก เช่น ไส้กรอก แฮม โบโลน่า ที่หลาย คนนิยมบริโภคเป็นอาหารเช้า หรืออาหารว่าง ด้วยลักษณะรูปร่าง กลิ่นรส สี ชวนน่ารับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไส้กรอก ที่เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม อร่อย มีทั้งแบบสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน หรือซื้อนำมาประกอบอาหารเอง ปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายชนิดหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด แต่รู้หรือไม่ว่าในไส้กรอกมีส่วนประกอบอะไรบ้าง ? และมีความปลอดภัยหรือไม่ ? ส่วนประกอบหลักในไส้กรอกมีโปรตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์ ไขมัน น้ำ เป็นส่วนช่วยให้เนื้อสัมผัสเกิดความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบอื่น คือ วัตถุเจือปน ที่ใช้เป็นวัตถุกันเสีย เพื่อรักษาสีสันของเนื้อสัตว์ให้ดูสดใหม่ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในอาหารป้องกันการเน่าเสีย ซึ่งเป็นสารกลุ่มไนไตรต์ ไนเตรต อย่างโซเดียมไนไตรต์ และโซเดียมไนเตรต หรือที่คุ้นเคยกันอย่าง ดินประสิว มีชื่อทางเคมีว่า โปแตสเซียมไนเตรต ถึงแม้ว่าสารเหล่านี้จะมีข้อดี แต่มีข้อที่ต้องระมัดระวังด้วยเช่นกัน เพราะวัตถุเจือปนสามารถทำให้เกิดผลเสียต่อระบบทางเดินอาหารได้ ทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ปวดท้องอย่างรุนแรง หากรับประทานเกินปริมาณที่กำหนดจะก่อให้เกิดอันตราย ส่งผลต่อการทำงานของ ฮีโมโกลบิน ในเม็ดเลือด ที่ทำหน้าที่ในการส่งออกซิเจนไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจน […]
นิทรรศการเมืองไฟฟ้า (Electric City exhibition)
เพื่อนๆ รู้ไหมครับ ไฟฟ้าคืออะไร ไฟฟ้ามาจากไหน ไฟฟ้ามาถึงเราได้อย่างไร พบกับเรื่องราวของไฟฟ้าตั้งแต่จุดเริ่มต้นของโลกจนมาเป็นไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ด้วยรูปแบบที่ทันสมัย สนุกสนาน และน่าตื่นตาตื่นใจ Zone 1 วิวัฒนาการไฟฟ้า (The Evolution of Electricity) พบกับประวัติความเป็นมาของไฟฟ้าโลก (War of Currents) และต้นกำเนิดไฟฟ้าไทย “แสงแรกแห่งสยาม” Zone 2 หลักการเกิดไฟฟ้า (Principles of Electricity) สนุกกับการทดลองเกี่ยวกับไฟฟ้า เช่น แหล่งกำเนิดไฟฟ้า การต่อวงจรไฟฟ้า ชุดทดลองไฟฟ้าสถิต ไฟฟ้าช็อตและเกมแข่งขันผลิตไฟฟ้า (Megawatt Racing) Zone 3 เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า (Electricity Generation Technologies) เรียนรู้กระบวนการผลิตไฟฟ้าและเทคโนโลยีของโรงไฟฟ้าแต่ละประเภท รู้จักการเลือกใช้เชื้อเพลิงที่เหมาะสมและสนุกกับเกมโรงไฟฟ้า Zone 4 ไฟฟ้ามาถึงเราได้อย่างไร (How Does Electricity Come to Our Houses ?) […]
ลัมปี สกิน โรคอุบัติใหม่ที่ไม่ควรมองข้าม
ปัจจุบันผู้คนกำลังประสบกับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลต่อการดำรงชีวิตและทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอย่างรุนแรงทั่วทั้งโลกไม่เพียงแค่ผู้คนที่กำลังตกอยู่ในวิกฤตการณ์ที่น่าลำบากเช่นนี้ ในขณะเดียวกันเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2564 ได้มีรายงานการพบโคเนื้อที่แสดงอาการของเชื้อไวรัสโรคลัมปี สกิน ซึ่งเป็นโรคที่ไม่เคยพบในประเทศไทยมาก่อน “ลัมปี สกิน” เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส Lumpy skin disease virus สกุล Capripoxvirus ที่พบและแพร่กระจายในโค กระบือ แต่ไม่สามารถติดต่อสู่คนได้ โดยอาการของสัตว์ที่ติดเชื้อจะมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต มีตุ่มขนาดใหญ่บนผิวหนัง พบมากที่คอ หัว เต้านม ถุงอันฑะและหว่างขา โดยตุ่มที่เกิดขึ้นสามารถแตกและตกสะเก็ดเกิดเป็นเนื้อตายหรือมีหนอนชอนไชได้ นอกจากนี้ยังพบตุ่มน้ำใสที่เยื่อเมือกทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร ทำให้สัตว์มีอาการน้ำลายไหล ไม่เพียงแค่อาการที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเหล่านี้เท่านั้น แต่สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีลักษณะซึม เบื่ออาหาร รวมถึงอาจมีภาวะเป็นหมันหรือแท้งลูก สำหรับในโคนมน้ำนมจะลดลง 25 – 65 เปอร์เซ็นต์ สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีอัตราการป่วยอยู่ที่ 5 – 45 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอัตราการตายจะสูงในพื้นที่ที่ไม่เคยมีการระบาดมาก่อน โดยโรคลัมปี สกินนี้มีพาหะมาจากแมลงดูดเลือด เช่น เห็บ แมลงวัน และยุง รวมไปถึงน้ำลาย สารคัดหลั่ง สะเก็ดแผล การใช้อุปกรณ์ร่วมกันของสัตว์ เมื่อสัตว์ได้รับเชื้อในช่วงแรกจะต้องทนกับอาการที่เกิดขึ้นเพราะมันไม่สามารถพูดหรือบอกได้เหมือนมนุษย์เมื่อเจ็บป่วย สำหรับการรักษาจะไม่มีการรักษาที่จำเพาะ ต้องรักษาตามอาการเท่านั้น เนื่องจากวัคซีนป้องกันโรคนี้จะมีเฉพาะในประเทศที่เคยมีการระบาดของโรคมาก่อนแล้วเท่านั้น […]
พิราบ สุดยอดนกนำทางพันธุ์อึด
หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “พิราบสื่อสาร” เนื่องจากในสมัยโบราณ เราใช้นกพิราบในการนำส่งสารหรือข้อความไปยังที่ห่างไกล ปัจจุบัน นกพิราบได้กลายมาเป็นเกมการแข่งขันในหลายประเทศทั่วโลก โดยการปล่อยนกพิราบที่ได้รับการฝึกมาแล้ว ให้บินออกไปในระยะไกล เพื่อแข่งขันระยะเวลาในการเดินทาง ว่าแต่…ทำไมนกพิราบจึงจดจำเส้นทางได้นับ 1,000 กิโลเมตร นกพิราบมีตาอยู่ด้านข้าง จึงมองเห็นได้เป็นมุมกว้างถึง 340 องศา มันสามารถได้ยินเสียงแม้ว่าเสียงนั้นมีความถี่เพียง 0.1 Hz อีกทั้งการรับรู้กลิ่นยังช่วยให้มันหาทางกลับบ้านได้ด้วย และจากการค้นคว้าในปี พ.ศ. 2524 เราจึงได้รู้ว่า นกพิราบมีแม่เหล็กในตัว (Magnetite) ซึ่งมันสามารถสัมผัสถึงสนามแม่เหล็กโลกได้ นกพิราบมีเหล็กออกไซด์ในเซลล์ประสาทบริเวณจะงอยปาก ซึ่งสนองตอบต่อสนามแม่เหล็กได้ มันจึงรับรู้พลังแม่เหล็กได้เหมือนเข็มทิศ ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส นกพิราบจะใช้แสงอาทิตย์นำทาง หากท้องฟ้ามืดครึ้มหรือเวลากลางคืน พวกมันจะใช้สนามแม่เหล็กของโลกนำทาง ด้วยประสาทสัมผัสที่ยอดเยี่ยมของนกพิราบ รวมกับความสามารถในการหาทิศทางของพวกมัน ทำให้นกพิราบสามารถจดจำเส้นทางการบินได้ทั้งไปและกลับ อีกทั้งพวกมันยังสามารถบินได้ในระยะไกล สมกับเป็นนกนำทางพันธุ์อึด อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine

