ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
เรือใบแล่นทวนลมได้ไหม?
ก่อนที่จะหาคำตอบของคำถามนี้ เรามารู้จักเรือใบเบื้องต้นจากเรือใบขนาดเล็กกันก่อน เรือใบขนาดเล็กนั้นนอกจากตัวเรือแล้วยังมีส่วนประกอบที่สำคัญหลักคือ ใบเรือ หางเสือเรือ และคัดแคง ใบเรือ (Sail) ทำหน้าที่รับลมและและสร้างแรงผลักให้เรือแล่นไปข้างหน้า แต่ใบเรือต้องอยู่ในองศาเหมาะสมกับทิศทางลม หางเสือเรือ (Rudder) ใช้ควบคุมทิศทางเรือ เมื่อหางเสือปัดไปทางใด หัวเรือก็จะหันไปในทิศทางเดียวกัน คัดแคง (Center Board หรือ Drager Board) มีลักษณะเป็นแผ่นกระดานยื่นลงไปใต้ท้องเรือ ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เรือเซหรือเอียงเมื่อแล่นขวางทิศทางลม การแล่นของเรือใบ เกิดจากใบเรือได้รับแรงจากลมที่พัดมา แรงลมก็จะไหลไปตามพื้นผิวของใบเรือและแรงนั้นจะถูกส่งไปยังท้ายเรือ เกิดเป็นแรงผลักให้เรือแล่นไปข้างหน้าได้ โดยการที่เรือใบจะเคลื่อนที่ไปยังทิศทางที่ต้องการได้นั้นขึ้นอยู่กับใบเรือและหางเสือ ใบเรือต้องอยู่ในองศาที่เหมาะสมกับทิศทางลม และหางเสือต้องบังคับเรือไปยังทิศทางที่ใบเรือรับลมได้ ซึ่งการปรับองศาของใบเรือต้องสัมพันธ์กับทิศทางของลมที่พัดมา ทั้งนี้สามารถบังคับเรือให้ไปยังทิศทางที่สวนลมได้อีกด้วย ตามปกติแล้วหากเป็นลมสวนในทิศทางตรง ใบเรือจะไม่สามารถรับลมให้เรือแล่นไปข้างหน้าตรง ๆ ได้เลย การจะแล่นเรือใบในสภาวะสวนลมได้ การบังคับเรือต้องให้องศาของใบเรืออยู่ในลักษณะเฉียงกับทิศทางลมที่สวนมา แรงลมสวนที่ปะทะใบเรือจะถูกเปลี่ยนทิศทางโดยใบเรือที่เปลี่ยนองศาไปขณะแล่นอยู่ ส่งผลให้เรือแล่นในลักษณะโค้งสลับไปมา จนไปถึงจุดหมายด้านหน้าได้ อ้างอิง https://www.blockdit.com/posts/5ee43aeb3d014a0ca37861a1 http://www.rmutphysics.com/charud/scibook/physcis-for-everyday/physics-for-everydayuse-content/1-20/indexcontent20.htm FacebookFacebookXTwitterLINELine
ชาชัก ชักแล้วอร่อยขึ้นจริงไหม
Teh Tarik หรือ ‘เตฮ์ ตาเระ’ เป็นภาษามลายู หมายถึง “ชาชัก” ในภาษาไทย เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดจากผู้อพยพเชื้อสายอินเดียในมาเลเซีย ซึ่งชงชาโดยการ “ชัก” หรือเทไปมาระหว่างภาชนะจนเกิดฟอง นับเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับความนิยมและกลายเป็นเครื่องดื่มประจำชาติของมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าประเทศใดเป็นต้นกำเนิดที่แท้จริง ปัจจุบัน ชาชักแพร่หลายในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และภาคใต้ของไทย ทำไมต้องชักชา? ชักแล้วอร่อยขึ้นจริงไหม? การชักชานั้นไม่ใช่แค่ลีลาการชง แต่ยังช่วยเสริมรสชาติและเนื้อสัมผัสให้ดียิ่งขึ้น 1. เพิ่มความเข้มข้นของรสชาติ การชักทำให้ชาและนมผสมกันได้ดีขึ้น ส่งผลให้รสชาติเข้มข้นและกลมกล่อมกว่าการคนแบบปกติ 2. สร้างฟองเนียนนุ่ม ฟองที่เกิดจากการชักช่วยให้ชามีเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน เวลาดื่มจะสัมผัสถึงความหอมมันของนมมากขึ้น 3. ลดอุณหภูมิของชา การเทไปมาระหว่างภาชนะช่วยให้ชาร้อนเย็นลงอย่างรวดเร็ว สามารถดื่มได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน ไม่เพียงแค่รสชาติที่ดีขึ้น แต่ยังมีหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เมื่อนมได้รับความร้อนจากชา โปรตีนในนมจะเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยโปรตีนที่ไม่ชอบน้ำจะจับกับอากาศ ส่วนที่ชอบน้ำจะจับกับของเหลว ก่อให้เกิดฟองเนียนนุ่มบนผิวชาชัก โปรตีนหลักที่มีบทบาทสำคัญคือ เคซีน (80%) และเวย์ ซึ่งเคซีนสามารถคลายตัวได้ง่ายเมื่อได้รับแรงตีหรือความร้อน การชักชาทำให้ส่วนผสมของนม น้ำชา และน้ำตาลเข้ากันดี พร้อมเติมอากาศลงไป ทำให้เครื่องดื่มนี้มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ จากเหตุผลทั้งหมด การชักชาช่วยเพิ่มรสชาติและเนื้อสัมผัสของเครื่องดื่มนี้ให้ดียิ่งขึ้น […]
ภาพติดตา…ก่อกำเนิดภาพยนตร์
ปัจจุบันความเครียดในช่วงโควิด 19 แพร่ระบาด เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่หลายคนต้องเผชิญ เมื่อต้องจัดการกับความเครียดนั้นมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือที่ชอบ การออกไปท่องเที่ยว แต่มีอีกหนึ่งวิธีที่ผู้คนเลือกที่จะทำเพื่อผ่อนคลายความเครียด นั่นคือการดูภาพยนตร์ที่ตนเองชอบ เพราะว่าการดูภาพยนตร์นั้นจะช่วยทำให้ร่างกายของเรามีการผ่อนคลาย รู้สึกเหมือนได้พักผ่อน ได้เรียนรู้กับภาพยนตร์ที่ฉายที่จะทำให้เรามีความสุขมากขึ้นอยู่เสมอ แต่รู้หรือไม่ว่าภาพยนตร์ที่เราดูนั้นมีจุดกำเกิดมาจากอะไร สามารถศึกษาได้จากข้อมูลดังต่อไปนี้ ภาพยนตร์ คือ กระบวนการบันทึกภาพด้วยฟิล์ม แล้วนำมาฉายให้เห็นภาพเคลื่อนไหว ภาพที่ปรากฏบนฟิล์มภาพยนตร์หลังจากผ่านกระบวนการถ่ายทำแล้ว เป็นเพียงภาพนิ่งจำนวนมากที่แสดงอิริยาบถต่างๆ มาเรียงติดกันอย่างต่อเนื่องทำให้ผู้ชมมองเห็นเป็นภาพที่เคลื่อนไหว โดยใช้หลักการที่เรียกว่า “การเห็นภาพติดตา” (Persistence of vision) คิดค้นโดย Dr. John Ayrton Paris และเมื่อนำเอาภาพนิ่งเหล่านั้นมาฉายดูทีละภาพด้วยอัตราความเร็วในการฉายภาพต่อภาพเท่า ๆ กัน สายตามนุษย์จะยังคงรักษาภาพไว้ที่เรติน่าเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ประมาณ 1/15 วินาที ถ้าหากภายในระยะเวลาดังกล่าวมีอีกภาพแทรกเข้ามาแทนที่ สมองของเราจะทำการเชื่อมโยงสองภาพเข้าด้วยกัน และจะทำหน้าที่ดังกล่าวต่อไปเรื่อย ๆ หากภาพต่อไปปรากฏในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยเฉพาะในกรณีที่ภาพแต่ละภาพเป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความสอดคล้องในลักษณะของการเคลื่อนไหว เมื่อนำมาเรียงต่อกันในระยะเวลากระชั้นชิด ภาพนิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นภาพเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องกัน สำหรับเครื่องฉายภาพยนตร์เครื่องแรกของโลกที่เรียกว่า Kinetoscope ได้ถูกออกแบบในปี 1891 โดย William Kennedy Laurie […]
โดปามีน:สารเสพติดหรือสารแห่งความสุข
เคยสงสัยไหมว่าทำไมเราถึงรู้สึกดีเมื่อได้รับความพึงพอใจในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความรัก คำชม การประสบความสำเร็จ หรือเพียงแค่การได้กินอาหารที่อร่อยถูกใจ ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่สมองของเรามีสารเคมีที่ชื่อว่า โดปามีน (Dopamine) หลายคนเรียกมันว่า “สารเคมีแห่งความสุข” ขณะที่บางครั้งก็ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของพฤติกรรมเสพติด โดปามีน (Dopamine,C8H11NO2 ) เป็นทั้งฮอร์โมน(Hormone) และสารสื่อประสาท(Neurotransmitter) สมองของเราจะหลั่งโดปามีนเมื่อได้รับการตอบสนองต่อประสบการณ์ที่ให้ความพึงพอใจหรือบรรลุเป้าหมายตามที่คาดหวัง โดยเมื่อโดปามีนถูกหลั่งออกแล้วจะส่งผลต่ออารมณ์ให้มีความตื่นตัว กระฉับกระเฉง มีสมาธิมากขึ้น และไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ รอบตัว โดปามีนทำเรารู้สึกมีความสุขและอยากทำเช่นนั้นอีก แม้จะถูกเรียกว่า “สารแห่งความสุข” แต่ในความเป็นจริง โดปามีนไม่ได้สร้างความสุขโดยตรง มันคือสารที่กระตุ้นให้เรามุ่งมั่นทำสิ่งต่างๆ เพื่อตอบสนองความพึงพอใจที่เราได้รับ อย่างไรก็ตาม ความสุขที่เกิดจากโดปามีนนั้นมักเป็นความสุขชั่วคราว หากเราไล่ตามความรู้สึกนี้มากเกินไป อาจทำให้เราติดพฤติกรรมบางอย่างโดยไม่รู้ตัว เพราะโดปามีนไม่ได้เป็นเพียงตัวช่วยให้เรามีแรงจูงใจเท่านั้น แต่มันยังเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเสพติดอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการติดเกม การช้อปปิ้ง หรือแม้แต่การเสพติดสารเคมี เช่น แอลกอฮอล์และยาเสพติดเพื่อหลั่งโดปามีนอีกครั้ง พฤติกรรมนี้หากเกิดซ้ำๆ อาจนำไปสู่ “วงจรเสพติด” ที่ยากจะหลุดพ้น เมื่อเราทำกิจกรรมที่กระตุ้นโดปามีนในระดับมากเกินไป จะส่งผลต่อร่างกาย ทำให้เป็นคนคิดเร็ว แต่ก็อาจก้าวร้าวและเป็นโรคสมาธิสั้น ซึ่งหากมีมากเกินขีดจำกัดก็อาจทำให้เกิดอาการป่วยทางจิต หากสมองของเราได้รับโดปามีนในระดับที่เหมาะสม ก็จะทำให้รู้สึกตื่นตัว กระฉับกระเฉง และมีสมาธิ […]

