ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
หุ่นยนต์หลบสิ่งกีดขวางด้วย Ultrasonic Sensor
เซนเซอร์ที่ใช้งานในชีวิตประจำวันมีหลากหลายสามารถเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อตอบสนองความสะดวกสบายของมนุษย์นั่นเอง วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเซนเซอร์ที่สามารถทำงานโดยหลบสิ่งกีดขวางได้นั่นก็คือ Ultrasonic Sensor หุ่นยนต์หลบสิ่งกีดขวางด้วย Ultrasonic Sensor สามารถทำงานได้โดยผ่านอุปกรณ์เซนเซอร์ที่มีชื่อว่า Ultrasonic Module HC-SR04 (เป็นชื่อเรียกของ เซนเซอร์ Ultrasonic) ทำหน้าที่เป็นเซนเซอร์วัดระยะทาง มีคุณสมบัติที่สำคัญคือ สามารถวัดระยะทางได้ตั้งแต่ 2 เซนติเมตร ไปจนถึง 400 เซนติเมตร โดยใช้ภาษาซีควบคุมการทำงานของบอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์ที่มีชื่อว่า อาดุยโน่ (Arduino) สั่งการให้เซนเซอร์ตรวจจับการทำงานว่าจะวัดระยะของวัตถุที่เท่าไร (ในกรณีนี้กำหนดให้ภาษาซีสั่งการให้เซนเซอร์ตรวจวัดระยะทางที่ 30 เซนติเมตร) จากนั้น กำหนดให้อาดุยโน่สั่งการทำงานประสานกันระหว่างไอซีกับ เซนเซอร์ทำให้มอเตอร์ทำงานเคลื่อนที่ตามความเร็วที่ต้องการ พร้อมทั้งหลบสิ่งกีดขวางได้พร้อม ๆ กัน ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน Ultrasonic Sensor เพื่อหลบหลีกสิ่งกีดขวางที่พบในชีวิตประจำวัน เช่น หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัตโนมัติหรือใช้เป็นเซนเซอร์ที่สามารถวัดระยะทางการจอดรถในมุมที่เรามองไม่เห็นด้านหลังของรถได้ เป็นต้น อ้างอิง Ultrasonic Ranging Module HC – SR04 โปรเจคหุ่นยนต์หลบสิ่งกีดขวาง Arduino Nano FacebookFacebookXTwitterLINELine
Dr.Stone กับเรื่องวิทยาศาสตร์พลังงานไฟฟ้าในยุคหิน
ปัจจุบัน สื่อบันเทิงอย่างอนิเมะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่ให้ความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ช่วยให้เข้าใจแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ได้ง่ายขึ้น Dr. Stone เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อเอาชีวิตรอดในโลกที่ปราศจากเทคโนโลยี โดยเฉพาะเรื่องของการผลิตพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาอารยธรรมมนุษย์ สร้างไฟฟ้าด้วยแม่เหล็ก ในเรื่อง Dr. Stone ตัวเอก “อิชิงามิ เซ็นคู” ได้ทดลองสร้างพลังงานไฟฟ้าโดยใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบ homopolar ซึ่งเป็นไอเดียของไมเคิล ฟาราเดย์ หลักการง่าย ๆ ก็คือ ถ้ามีแผ่นโลหะหมุนอยู่ในสนามแม่เหล็ก จะเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น กระแสไฟฟ้าที่ได้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง โดยทั่วไปแรงดันไฟฟ้าที่ได้จะค่อนข้างต่ำ แม้ว่ากำลังไฟที่ได้จะยังไม่มากพอสำหรับอุปกรณ์ใหญ่ ๆ แต่ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เปลี่ยนพลังงานฟ้าผ่าให้เป็นแม่เหล็ก ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีพลังงานมหาศาล ที่สามารถเปลี่ยนวัตถุธรรมดาให้กลายเป็นแม่เหล็กได้ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Lightning-induced Remanent Magnetism (LIRM) หรือ แม่เหล็กตกค้างจากฟ้าผ่า ซึ่งมักเกิดกับหินที่มีแร่แม่เหล็ก เช่น แมกนีไทต์ เนื่องจากฟ้าผ่ามีพลังงานไฟฟ้าที่สูงมาก ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างเข้มรอบ ๆ วัตถุที่ฟ้าผ่าถึง และเกิดการเหนี่ยวนำไฟฟ้า แต่แม่เหล็กที่เกิดขึ้นมักไม่ถาวร และอาจอ่อนกำลังลงเมื่อเวลาผ่านไป การทำหลอดไฟแบบเอดิสัน แสงสว่างเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์สามารถใช้ชีวิตในยามค่ำคืนได้สะดวกขึ้น ซึ่งโทมัส อัลวา เอดิสัน […]
วิกฤตการณ์ใต้ทะเล..ปะการังฟอกขาว
หากใครเคยไปดำน้ำหรือไปเที่ยวทะเลจะสังเกตเห็นว่าปะการังใต้ท้องทะเลนั้นมีสีสันสดใสสวยงาม แต่ปัจจุบันวิกฤตการณ์ใต้ทะเลที่เป็นผลมาจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ (climate change) อันเนื่องมาจากน้ำมือของมนุษย์ กำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศใต้ท้องทะเลอย่างหนักโดยเฉพาะกับปะการังที่พบการเกิดปรากฏการณ์ฟอกขาวขึ้นเป็นวงกว้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลที่ใช้ประโยชน์จากแนวปะการังให้ขาดที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร แหล่งอนุบาลลูกปลา และที่หลบภัย ทำให้ถูกล่าได้ง่ายขึ้นเป็นผลให้ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลดลงเป็นอย่างมาก ปะการังฟอกขาว (coral bleaching) เป็นปรากฏการณ์ที่เนื้อเยื่อปะการังมีสีซีดหรือจางลงจากการสูญเสียสาหร่ายซูแซนเทลลี (zooxanthellae) เกิดจากสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสาหร่าย เช่นอุณหภูมิน้ำทะเลสูงเกินไป มีน้ำจืดไหลลงมาทำให้ความเค็มลดลง ตะกอนที่ถูกน้ำจืดไหลพัดพามาจากชายฝั่ง หรือแม้แต่มลพิษที่เกิดจากการใช้ประโยชน์ทางทะเลของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยน้ำเสีย การใช้ครีมกันแดด การทิ้งขยะตามแนวชายหาดก็ล้วนมีผลให้สาหร่ายซูแซนเทลลีออกมาจากเนื้อเยื่อของปะการังเพื่อความอยู่รอด โดยปกติเนื้อเยื่อของปะการังไม่ได้มีสีสันสวยงาม เป็นเพียงเนื้อเยื่อใส ๆ เท่านั้น ส่วนที่เห็นเป็นสีสันจากปะการังไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีส้ม สีเขียว หรือสีน้ำตาลนั้นมาจากสาหร่ายซูแซนเทลลีทั้งสิ้น โดยสาหร่ายจะทำหน้าที่ในการสังเคราะห์แสง ให้ธาตุอาหารแก่ปะการังใช้ในการดำรงชีวิตและช่วยในการเจริญเติบโต ปะการังจะเป็นที่อยู่อาศัยและให้สาหร่ายนำของเสียจากปะการัง เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ไนเตรท ฟอสเฟตมาใช้ในการสร้างสารอาหาร วงจรชีวิตของปะการังและสาหร่ายซูแซนเทลลี เป็นภาวะพึ่งพาอาศัยกัน (mutualism) หากแยกกันอยู่จะไม่สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ ปะการังที่เกิดการฟอกขาวสามารถกลับคืนสู่สภาพปกติได้ หากสาหร่ายซูแซนเทลลีเหล่านั้นกลับเข้าสู่ตัวปะการังอีกครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นได้เมื่อปัจจัยแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปกลับคืนสู่ภาวะปกติ ปะการังจะสามารถดำรงชีวิตโดยปราศจากสาหร่ายซูแซนเทลลีได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ หากมีเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเป็นวงกว้างและระยะเวลายาวอย่างต่อเนื่อง จะทำให้การฟื้นตัวของปะการังโดยธรรมชาติมีโอกาสเป็นไปได้ต่ำ หรือไม่มีเลย และถ้าสาหร่ายซูแซนเทลลีไม่กลับเข้าสู่ปะการังในช่วงเวลาดังกล่าวปะการังเหล่านั้นก็จะตายในที่สุด เมื่อเราทราบถึงความสำคัญของปะการังและสาเหตุที่ทำให้เกิดการฟอกขาวของปะการัง โดยส่วนสำคัญในการทำลายแนวปะการังนั้นก็มาจากน้ำมือของมนุษย์เองไม่ว่าจะเป็นการสร้างมลภาวะต่าง […]
ไขข้อข้องใจการเมาจนเก็บทรงไม่อยู่เกิดจากอะไร
ทำไมเวลาที่คนดื่มแอลกอฮอล์ถึงเมาชนิดที่ว่าเก็บทรงไม่อยู่ ซึ่งเป็นคำที่หลาย ๆ คนคงต้องเคยได้ยินกันมาจากเพลงดังที่กล่าวถึงอาการเมาหลังจากดื่มแอลกอฮอล์แล้วไร้สติ แถมยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้นั่นเอง ในวันนี้เราจะมาไขทุกข้อสงสัยว่าหลังจากการดื่มแอลกอฮอล์นั้นทำไมถึงมีอาการเมา ประเภทของแอลกอฮอล์ที่เราสามารถบริโภคได้ คือ แอลกอฮอล์ที่เกิดจากกระบวนการหมักผลผลิตทางการเกษตรกับยีสต์ได้เป็นเอทิลแอลกอฮอล์หรือที่เรียกกันว่า เอทานอล เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปแล้วแอลกอฮอล์ก็จะถูกดูดซึม และเคลื่อนที่ผ่านกระแสเลือดไปยังอวัยวะต่าง ๆ ทำให้ไปกดการทำงานของสมองที่ส่งผลต่ออาการเมาจนเก็บทรงไม่อยู่ดังนี้ 1. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานบริเวณต่าง ๆ ของสมองส่วนซีรีบรัม (Cerebrum) กดการทำงานสมองกลีบหน้า (Frontal lobe) จะทำให้จำไม่ค่อยได้ ความคิด บุคลิก และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ กดการทำงานสมองกลีบข้าง (Parietal loab) การประมวลผลการรับรู้ตำแหน่งจะแย่ลง และพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง กดการทำงานสมองกลีบขมับ (Temperalloab) จะไปทำให้การรับกลิ่นเสียงและความรู้สึกแย่ลง กดการทำงานสมองกลีบหลัง (Occipital loab) จะทำให้การรับรู้ภาพแย่ลง ตาพร่ามัวมองเห็นไม่ชัด 2. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ทำให้ความรู้และความทรงจำเสียหาย เมื่อตื่นมาจะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้ เวลาเมาจะหวนคิดถึงความหลังที่น่าเศร้าและไม่แปลกที่จะพบว่าคนเมามักจะชอบร้องไห้ 3. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานสมองส่วนซีรีเบลลัม (Cerebellum) มีผลต่อการทรงตัวทำให้ยืนไม่ตรง เดินเซ ถือของไม่ไหวและสุดท้ายหากมีแอลกอฮอล์ในเลือดมากก็จะหลับไปในที่สุด 4. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานก้านสมอง (Brain stem) […]
