ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ชาเขียว & มัทฉะ ความต่างที่สร้างความอร่อย
ชาเป็นผลผลิตทางเกษตรกรรมที่ได้จากส่วนของใบ ยอดอ่อน และก้านของต้นชา ที่ผ่านการแปรรูปเพื่อนำมาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องดื่ม กลิ่นหอมที่ได้จากชาเกิดจากสารต่าง ๆ ที่อยู่ในชาที่มีคุณสมบัติเป็นน้ำมันหอมระเหย ซึ่งพืชหลายชนิดที่มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยเช่นนี้ สามารถนำมาตากแห้ง ใช้ชงหรือต้มกับน้ำร้อนก็เรียก ชา ได้เช่นกัน ทำให้ชามีหลากหลายชนิด โดยปัจจุบันชาเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในที่นี้จะกล่าวถึงชา 2 ประเภท ที่ได้จากต้นชา คือ ชาเขียว (Green Tea) และชาเขียวมัทฉะ (Matcha) เครื่องดื่มสีเขียว กลิ่นหอม ที่หลายคนชื่นชอบเพราะไม่ว่าจะไปร้านอาหารหรือคาเฟ่ก็สามารถพบเจอได้ ถือได้ว่าเป็นเครื่องดื่มอันดับต้น ๆ ที่เป็นตัวเลือกสำหรับคนไม่ดื่มกาแฟ โดยทั้งชาเขียวและชาเขียวมัทฉะนั้น มีต้นกำเนิดมาจากต้นชาเช่นเดียวกัน แต่มีความต่างในเรื่องของ “กรรมวิธีการผลิต” 1. ชาเขียว (Green Tea) ชาเขียวได้จากการนำใบชาสดมาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วด้วยการอบผ่านความร้อน เพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไม่ให้เกิดการสลายตัว ใบชาที่ได้จึงแห้ง สด มีสีค่อนข้างเขียว และยังคงสารสำคัญที่มีประโยชน์ ได้แก่ สารกลุ่มโพลิฟีนอล เช่น อีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (epigallocatechin gallate : EGCG) , ไมริซิติน (myricetin), […]
“ทางเลือกสุขภาพ” ฉลากสำหรับคนรักสุขภาพ
การใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้เราใช้ชีวิตที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น คนส่วนใหญ่จึงเลือกซื้อและบริโภคอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป นั่นก็เป็นเพราะว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสะดวกและรวดเร็วในการบริโภค อีกทั้งปัจจุบันสามารถหาซื้อได้ง่ายจากร้านสะดวกซื้อ แต่ทราบหรือไม่ว่าอาหารเหล่านี้มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมที่สูง ทำให้ร่างกายรับพลังงานจากอาหารมากเกินไป เกิดเป็นโรคอ้วน (obesity) และโรคที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือเรียกว่า โรค NCD (non-communicable diseases) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง ภาวะไตวายเรื้อรัง เป็นต้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้ผลักดัน ฉลากอาหารที่ทำให้เราสามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายว่า ผลิตภัณฑ์ที่เรากำลังจะเลือกซื้อมีปริมาณของสารอาหารที่เหมาะสมกับโภชนาการในชีวิตประจำวันหรือไม่ เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันในท้องตลาด โดยกำหนดเป็นสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice) เพื่อเป็นทางเลือกให้คนไทยเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ลดหวาน มัน เค็ม และทำให้ผู้ผลิตให้ความสำคัญในการผลิตอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับสัญลักษณ์นี้ต้องมีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดของอาหารแต่ละประเภท ซึ่งปัจจุบันมีอาหาร 11 ประเภทที่มีการติดสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพนี้ คือ กลุ่มอาหารมื้อหลัก หรืออาหารที่บรรจุในภาชนะพร้อมบริโภคเป็นมื้ออาหารหลัก กลุ่มเครื่องดื่ม กลุ่มเครื่องปรุงรส กลุ่มผลิตภัณฑ์นม กลุ่มอาหารกึ่งสำเร็จรูป […]
ประกายดาวบนผืนทราย
บนโลกของเรามีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่มีดวงดาวอยู่เต็มผืนทราย เหล่าสะเก็ดดาวเม็ดเล็กๆ ที่เคยอยู่ในท้องทะเลถูกซัดไปตามเกลียวคลื่นจนกระจัดกระจายขึ้นมาอยู่บนชายฝั่ง แล้วเหตุใดดวงดาวที่ควรอยู่บนท้องฟ้ากลับลงมาให้เราพบเจอได้ที่หาดทรายกันล่ะ เมื่อไปถึงเกาะทาเกะโทมิ ประเทศญี่ปุ่น เราจะได้พบชายหาดที่มีชื่อว่า หาดทรายรูปดาว โดยชื่อนี้ไม่ได้หมายถึงรูปร่างของชายหาด แต่หมายถึงทรายเม็ดเล็ก ๆ ของที่แห่งนั้นต่างหาก เมื่อลองมองดูดี ๆ เราจะพบว่าเม็ดทรายในบริเวณหาดนี้ไม่ได้มีรูปทรงเป็นวงกลมหรือวงรีเหมือนกันทั้งหมด แต่บางเม็ดกลับมีแฉกหนามมากมายยื่นออกมาทำให้ดูคล้ายรูปทรงของดวงดาว และไม่ใช่แค่รูปร่างที่แตกต่างกับทรายทั่วไป แต่รวมไปถึงองค์ประกอบเองก็ไม่เหมือนกันด้วย เม็ดทรายรูปดาวเหล่านี้แท้จริงแล้วไม่ใช่ก้อนหิน แต่พวกมันเคยเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งมีชีวิตมาก่อน กล่าวคือพวกมันเป็นโครงสร้างแข็งภายนอก (Exoskeleton) หรือก็คือเปลือกที่ใช้ห่อหุ้มร่างกายของโปรโทซัว Baculogypsina sphaerulata ที่จัดอยู่ในกลุ่ม Foraminifera มีขนาดใหญ่ที่สุดประมาณ 1.5×35 มิลลิเมตร ตัวเปลือกสร้างขึ้นจากแคลเซียมคาร์บอเนตหรือหินปูน (Calcium carbonate : CaCO3) ซึ่งต่างจากเม็ดทรายที่มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นซิลิกา (Silica : SiO2) บริเวณพื้นผิวของเปลือกมีรูพรุนมากมายซึ่งจะเป็นช่องผ่านของเท้าเทียม (Pseudopodia) ที่ช่วยให้โปรโทซัวสามารถเคลื่อนที ยึดเกาะบนพื้นทราย ใช้จับกับวัตถุใต้ทะเล และใช้ในการล่าเหยื่อ โดยพวกมันสามารถกินได้ทั้งพืชและสัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่าตัวมันเอง โปรโทซัวชนิดนี้ส่วนมากอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นท้องน้ำ (Benthic zone) และตามแนวปะการังในมหาสมุทรแปซิฟิกของเอเชียตะวันออก เมื่อตัวโปรโทซัวตายไป เปลือกของพวกมันจะยังคงอยู่และถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่ง ทำให้ซากเปลือกหินปูนเหล่านี้ปะปนอยู่กับทรายบนชายหาดนั่นเอง Foraminifera ยังมีอีกหลากหลายสายพันธุ์ และมีรูปร่างที่แตกต่างกันไป […]
โลกของแมว มองเห็นเป็นสีอะไรกันนะ?
แมวเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งในด้านพฤติกรรมและลักษณะทางกายภาพ หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจจากทั้งเจ้าของสัตว์เลี้ยงและนักวิทยาศาสตร์มาอย่างยาวนานก็คือ ความสามารถในการมองเห็นของแมว โดยเฉพาะการรับรู้สี หลายคนอาจเคยตั้งคำถามว่า แมวสามารถมองเห็นสีต่าง ๆ ได้เหมือนกับมนุษย์หรือไม่ หรือโลกของแมวนั้นเป็นเพียงภาพขาวดำเท่านั้น คำถามเหล่านี้นำไปสู่การศึกษาอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับระบบการมองเห็นของแมว ซึ่งพบว่ามีความแตกต่างจากมนุษย์ในหลายประการ และเผยให้เห็นว่าโลกในมุมมองของแมวนั้นไม่ได้ไร้สีสันอย่างที่เคยเข้าใจกัน การมองเห็นของแมวขึ้นอยู่กับการทำงานของเซลล์รับแสงภายในดวงตา ซึ่งประกอบด้วยเซลล์หลัก 2 ประเภท ได้แก่ เซลล์แท่ง (rod cells) และเซลล์กรวย (cone cells) เซลล์แท่งมีบทบาทในการรับรู้ความสว่างและการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะในสภาวะแสงน้อย ในขณะที่เซลล์กรวยทำหน้าที่รับรู้และแยกแยะสี แมวมีเซลล์กรวยอยู่ 3 ประเภท เช่นเดียวกับมนุษย์ ทำให้สามารถแยกแยะสีได้หลายเฉด ได้แก่ สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน อย่างไรก็ตาม ความไวต่อแสงของเซลล์กรวยในแมวนั้นแตกต่างจากของมนุษย์อย่างมาก ส่งผลให้การรับรู้สีของแมวมีข้อจำกัด โดยแมวสามารถแยกแยะเฉดสีฟ้าและสีเขียวได้ดี แต่มีความยากลำบากในการแยกแยะสีแดงและสีชมพู ซึ่งมักปรากฏเป็นสีเทาหรือสีที่มีความจางในสายตาของพวกมัน ส่วนสีม่วงอาจถูกรับรู้เป็นสีน้ำเงิน การมองเห็นสีของแมวจึงคล้ายคลึงกับผู้ที่มีภาวะตาบอดสีบางประเภท โครงสร้างของเรตินาถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การมองเห็นของแมวแตกต่างจากมนุษย์อย่างชัดเจน เรตินาเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่บริเวณด้านหลังของดวงตา มีหน้าที่ในการแปลงแสงที่เข้าสู่ดวงตาให้กลายเป็นสัญญาณไฟฟ้า ก่อนจะส่งต่อไปยังสมองเพื่อประมวลผลเป็นภาพที่มองเห็น ในมนุษย์เรตินาจะประกอบด้วยเซลล์กรวยเป็นปริมาณมาก จึงส่งผลให้มีความสามารถในการรับรู้สีที่หลากหลาย แต่ในแมว กลับมีเซลล์แท่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่า จึงทำให้แมวสามารถมองเห็นได้ดีในที่มืดและมีความสามารถในการตรวจจับการเคลื่อนไหวได้ดีกว่ามนุษย์ แม้ว่าการมองเห็นสีของแมวจะมีขีดจำกัด แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตของสัตว์นักล่า […]
