ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
บ้านหลังใหญ่ของสิ่งมีชีวิต The Big House of living things
“บ้านหลังใหญ่ของสิ่งมีชีวิต The Big House of living things” โลกเป็นดาวเคราะห์ที่มีความมหัศจรรย์มากเพราะมีดาวเคราะห์ไม่กี่ดวงเท่านั้นที่จะมีน้ำและสภาวะแวดล้อมเหมาะสมกับการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต หรีอว่า “โลก” จะเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวในระบบสุริยะจักรวาลที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ พื้นที่ส่วนใหญ่บนโลก ถูกปกคลุมด้วยน้ำ ทั้งยังมีอุณหภูมิ และชั้นบรรยากาศซึ่งประกอบด้วยธาตุต่าง ๆ องค์ประกอบของโลกมีความสัมพันธ์กันตั้งแต่พื้นดินไปจนถึงชั้นบรรยากาศเหล่านี้เป็นปัจจัยเอื้ออำนวยต่อการกำเนิดและการอาศัยอยู่ของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นบนโลกมานานนับพันล้านปีแล้ว สิ่งมีชีวิตชนิดแรกบนโลก คือ ไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria) นับเป็นจุดเริ่มต้นวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต พื้นที่โลกถูกปกคลุมด้วยน้ำประมาณ 3 ใน 4 ส่วน อีกทั้งโลกอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ในระยะที่พอเหมาะจึงมีความอบอุ่น และได้รับพลังงานแสงอาทิตย์ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการสร้างอาหารของสิ่งมีชีวิต นอกจากนั้น ชั้นบรรยากาศยังช่วยให้อากาศภายในโลกมีความสมดุล ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้โลกเป็นดาวเคราะห์ที่มีคุณสมบัติและเอกลักษณ์เฉพาะตัว สิ่งมีชีวิตจึงสามารถก่อกำเนิด และอาศัยอยู่บนโลกนี้ได้ โลกเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีชั้นบรรยากาศ อุณหภูมิ แผ่นดิน พื้นน้ำ และธาตุต่าง ๆ อย่างสมดุล โดยทุกอย่างสัมพันธ์และเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบเป็นสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ และความเหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เราควรช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้ “โลก” เป็นบ้านหลังใหญ่อันแสนสุขสำหรับทุก ๆ ชีวิต FacebookFacebookXTwitterLINELine
หูไม่ใช่หู หางไม่ใช่หาง เรื่องจริงของทากทะเล
‘กระต่ายทะเล’ ‘แกะทะเล’ นี่คือชื่อเรียกสุดน่ารักที่ผู้คนตั้งให้กับทากทะเลตัวจิ๋ว จากลักษณะเด่นของพวกมัน ได้แก่ ส่วนที่ยื่นออกมาจากส่วนหัวดูคล้ายหูยาว ๆ และพวงหางที่ดูนุ่มฟูตรงส่วนท้ายของลำตัว แต่แท้จริงแล้วนั้น หูกลับไม่ใช่หู และหางกลับไม่ใช่หางอย่างที่คิด ทากทะเล หรือ ทากเปลือย (Nudibranch) เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังจัดอยู่ในไฟลัมมอลลัสกา (Phylum Mollusca) เช่นเดียวกับหอยและหมึก กลุ่มเดียวกับหอยฝาเดียว แต่เปลือกถูกลดรูปจนไม่เหลือให้เห็นจากภายนอก ลำตัวมีขนาดเล็กโดยมีตั้งแต่ขนาด 2 มิลลิเมตรไปจนถึง 30 เซนติเมตรได้เลยทีเดียว ส่วนมากอาศัยอยู่ในทะเลและสามารถพบได้ตามบริเวณที่เป็นแหล่งอาหารของพวกมัน เช่น ตามแนวปะการัง โขดหิน และสาหร่าย ทำให้ทากทะเลสามารถเป็นตัวบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศได้ ทากทะเลมีรูปร่างและสีสันที่หลากหลายแตกต่างกันออกไปตามแต่ละชนิด แต่มีลักษณะที่คล้ายกันนั่นคือ ลำตัวแบน และมีส่วนที่คล้ายหูหรือเขา 2 ข้างที่ส่วนหัว ซึ่งความจริงแล้วอวัยวะส่วนนี้ไม่ได้ทำหน้าที่ในการรับเสียงแบบหูของกระต่ายหรือแกะแต่อย่างใด แต่มันคือ ไรโนฟอร์ (Rhinophore) เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการรับสารเคมีในน้ำ หรือใช้ในการรับกลิ่นเหมือนจมูก เพื่อตรวจหากลิ่นของอาหาร รวมทั้งหากลิ่นของฮอร์โมนจากเพศตรงข้ามได้อีกด้วย และส่วนที่คล้ายหางบริเวณปลายลำตัวก็ไม่ได้ใช้ในการเคลื่อนที่หรือการทรงตัว แต่มันคือเหงือก (Gill plume หรือ Branchial plume) ที่ช่วยในการหายใจเหมือนสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ […]
อาหารปลอดภัย จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร (From farm to table)
กว่าอาหารจะเดินทางมาถึงโต๊ะอาหารที่พร้อมเสริฟให้กับผู้บริโภคได้นั้น ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ มากมาย ทำให้ง่ายต่อการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์และสารเคมี โดยถ้าไม่มีการตรวจสอบ ควบคุม และป้องกันที่ดี อาหารก็สามารถก่อให้เกิดโรคกับผู้บริโภคได้ เช่น โรคอาหารเป็นพิษ โรคอุจจาระร่วง เป็นต้น ดังนั้นเพื่อให้ได้อาหารที่มีมาตรฐาน และปลอดภัยจากมือผู้ผลิตส่งถึงมือผู้บริโภค แต่ละขั้นตอนจึงต้องมีการตรวจสอบ และป้องกันการปนเปื้อนของอาหาร โดยใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุและปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนในอาหารได้ ฟาร์มคือจุดเริ่มต้นของอาหาร ผู้ผลิตจึงต้องให้ความสำคัญในเรื่องความสะอาดของวัตถุดิบ และการปนเปื้อนของอาหารให้น้อยที่สุด เช่น ใช้การทำเกษตรอินทรีย์ ที่มีวิธีการทางธรรมชาติในการควบคุมศัตรูพืช รวมทั้งการตรวจสอบคุณภาพน้ำที่ใช้ทำการเกษตรต้องไม่ปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารไม่สะอาด เป็นต้น วัตถุดิบจากฟาร์มเหล่านี้จะถูกส่งต่อมาถึงโรงงานที่ต้องนำวัตถุดิบมาผ่านกระบวนการแปรรูป เพื่อยืดเวลาเก็บรักษาและเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตในรูปแบบต่างๆ เช่น การแปรรูปนม ต้องนำมาฆ่าเชื้อ (พาสเจอไรซ์) เพื่อให้เก็บได้นานขึ้น หรือการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมในรูปแบบต่างๆ เช่น ชีส เป็นต้น โดยกระบวนการแปรรูปนี้ต้องมีการตรวจสอบและควบคุมให้ได้มาตรฐานและมีความสะอาด ตั้งแต่สถานที่ผลิต เครื่องมือและอุณหภูมิที่ใช้ในแปรรูป เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนในระหว่างการแปรรูปอาหารได้ อาหารที่แปรรูปแล้วจะถูกขนส่งออกจากโรงงาน เพื่อส่งให้กับผู้บริโภค โดยขั้นตอนการขนส่งนี้ ถ้าควบคุมความสะอาดไม่ดีก็อาจจะทำให้เกิดการปนเปื้อนได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น รถขนส่งที่ไม่สะอาดและไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม เชื้อจุลินทรีย์สามารถเจริญเติบโตได้ดี ทำให้อาหารเกิดการเน่าเสียก่อนถึงมือผู้บริโภคได้ เมื่อผลิตภัณฑ์อาหารเหล่านี้ส่งถึงมือผู้บริโภคแล้ว การปนเปื้อนก็ยังคงสามารถเกิดขึ้นได้จากความสะอาดในขั้นตอนการปรุงอาหารของผู้บริโภคนั่นเอง โดยทางองค์การอนามัยโลก ได้กำหนดข้อปฏิบัติตามหลัก […]
สัมผัสที่ปลายลิ้น แมลงวันรับรสได้อย่างไร
คนเรามีอวัยวะเรียกว่า ลิ้น ที่มีต่อมรับรสของสารเคมีจากอาหารทำให้เรารับรสชาติ เปรี้ยว หวาน เค็ม ขมและอูมามิได้ โดยความสำคัญของการรับรู้ สามารถบอกได้ว่าอาหารแบบไหนกินได้แบบไหนกินไม่ได้ เพื่อป้องกันอันตรายจากอาหาร ซึ่งรสชาติจะถูกแปลสัญญาณการรับรู้เป็นชนิดของสารอาหาร เราจึงเลือกอาหารให้ตอบสนองต่อความต้องการและไม่ต้องการของร่างกายได้ ความสามารถนี้สัตว์ขาปล้องอย่างแมลงวันก็มีสัมผัสเช่นเดียวกับมนุษย์ ที่มีลิ้นเพื่อรับรส เพียงแต่ว่าแมลงวันมีตำแหน่งและลักษณะของลิ้นแตกต่างกั แมลงวันเป็นแมลงที่มีปีกคู่เดียว (Diptera) เป็นสัตว์ขาปล้อง (Phylum Arthropoda) คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าเป็นสัตว์ที่สกปรก พบได้บริเวณที่มีซากพืช ซากสัตว์ หรือขยะที่เป็นเศษอาหารต่าง ๆ ซึ่งแมลงวันนั้นสามารถรับรสชาติได้เช่นเดียวกับมนุษย์ โดยมีประสาทสัมผัสรับรส (Chemoreceptor) ทำให้แมลงวันรู้รสชาติของอาหาร แต่ว่าแมลงวันมีเส้นขน (Gustatory sensilla) ที่มีหน้าที่ในการรับรส ซึ่งตรงบริเวณปลายขนจะมีลักษณะเป็นรูกลวง เพื่อรับรสอาหารที่เป็นของเหลว ซึ่งภายในเส้นขนก็จะมีเซลล์ประสาทที่เป็นตัวรับสัญญาณ (Receptors) จากตัวกระตุ้นภายนอก ในที่นี้คืออาหาร และส่วนใหญ่จะพบเส้นขนบริเวณต่อไปนี้ ขา (Legs) ขา (Legs) เมื่อแมลงวันเจออาหาร มันจะบินไปเกาะและมักจะเดินไปมารอบ ๆ อาหาร โดยขาที่เกาะอยู่ของมันนั้นมีขนนี้ขึ้นอยู่ ซึ่งเป็นอวัยวะแรกที่ได้สัมผัสอาหารและรับรู้รสชาติ ซึ่งมันจะตรวจสอบก่อนที่จะกิน ว่าอาหารเหล่านั้นสามารถกินได้ไหม หรือรสชาติเป็นที่พอใจที่จะกินไหม ริมฝีปาก (Labellum) […]
