ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
ระบบนำทางของนกนักอพยพ
เมื่อสัญชาตญาณการรับรู้การเปลี่ยนแปลงรอบตัว บ่งบอกถึงฤดูกาลกำลังจะเปลี่ยนผ่าน ในทุก ๆ ปี เหล่านกที่อยู่ในเขตอบอุ่นเริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับลมหนาวที่กำลังจะมาถึง ในแหล่งอาศัยที่มีสภาพอากาศที่เลวร้ายและอาหารกำลังจะหมดลงในไม่ช้า มีความจำเป็นต้องหาที่อยู่และแหล่งอาหารใหม่ เพื่อที่จะให้พอใช้ชีวิตอยู่ตลอดช่วงฤดูหนาว จากสภาพแวดล้อมและความกดดันของสภาพอากาศเหล่านี้ ทำให้นกตัดสินใจที่จะเคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่หรือที่เรียกว่า “การอพยพ” ซึ่งหลังจากหมดช่วงเวลาการอพยพ นกก็จะกลับมายังรังหรือแหล่งอาศัยเดิมที่มันจากมา เส้นทางการอพยพไปยังเป้าหมายนั้นไกลแสนไกลเป็นหลายร้อยกิโลเมตรอาจจะทำให้มันบินออกนอกเส้นทางได้ นกจึงมีเครื่องมือช่วยให้มันสามารถไปถึงเป้าหมายได้สำเร็จ เช่นเดียวกับการเดินทางของคนที่ต้องใช้ระบบนำทางอย่าง GPS ระบบนำทางนกนั้นมีสิ่งที่เรียกว่า Orientation และ Navigation ซึ่งดูเหมือนว่าคำสองคำนี้อาจจะคล้ายกัน แต่ความหมายของทั้งสองคำนี้แตกต่างกัน โดย Orientation เหมือนกับเข็มทิศ ส่วน Navigation เหมือนกับแผนที่ โดยนกจะมีทั้งเข็มทิศและแผนที่ ซึ่งนกจะหาจุดอ้างอิงไม่ให้หลุดออกจากเส้นทางการบินอพยพ โดยสิ่งเร้าที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งที่ครอบคลุมพื้นที่การบินของนกสามารถเห็นได้ง่าย เช่น แสงจากดวงอาทิตย์ สนามแม่เหล็กโลก นอกจากนี้ยังมีอย่างอื่นที่นกใช้เป็นตัวบอกทิศ เช่น ดาวบนฟ้า กลิ่น เสียง เป็นต้น ตัวอย่างของจุดอ้างอิงที่ใช้เป็นเข็มทิศ 1. สนามแม่เหล็ก (Magnetic field) นกสามารถรับรู้สนามแม่เหล็กจากโปรตีนที่ชื่อว่า คริพโตโครม (Cryptochrome) ในตาของนก โดยแสงไปกระตุ้นอิเล็กตรอนตัวหนึ่งในโมเลกุลของคริพโตโครมและส่งสัญญาณไปยังระบบประสาท ทำให้สามารถตรวจจับสนามแม่เหล็กได้ ซึ่งอวัยวะที่รับรู้สนามแม่เหล็กนี้ไม่ได้มีแต่ในตาเท่านั้น นกบางชนิดมีสัมผัสพิเศษนี้อยู่ที่บริเวณขอบจะงอยปากและในรูจมูก […]
ทำไมแมลงวันถึงตบได้ยากกว่าที่คิด?
คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมแมลงวันถึงตบได้ยากกว่าที่คิด แม้เราจะมั่นใจในความพยายามแค่ไหน แต่เจ้าตัวเล็กจอมว่องไวก็มักจะบินหนีรอดไปได้เสมอ แล้วความลับที่น่าทึ่งของมันคืออะไร? นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาและพบว่า แมลงวันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความว่องไวเหนือกว่าแมลงชนิดอื่น ๆ อย่างชัดเจน ถึงแม้ความเร็วในการบินของมันจะไม่เกิน 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่จุดเด่นที่แท้จริงคือ สายตาอันยอดเยี่ยม ซึ่งไวต่อการเคลื่อนไหวมากกว่าของมนุษย์ถึง 4 เท่า ทำให้แมลงวันมองเห็นโลกในลักษณะ “สโลโมชั่น” ดวงตาขนาดใหญ่ของแมลงวันมีโครงสร้างพิเศษที่เต็มไปด้วยเซลล์รับแสงสองชนิด: ยิ่งไปกว่านั้น ดวงตาของมันยังมีความสามารถพิเศษที่ทำให้มองเห็นได้ในมุมกว้างถึง 360 องศาซึ่งหมายความว่ามันสามารถจับความเคลื่อนไหวรอบตัวได้ทุกทิศทาง ทั้งหมดนี้ทำให้แมลงวันตอบสนองต่อการโจมตีได้อย่างรวดเร็ว ภาพการตบที่เรามองว่าเร็วแค่ไหน ในสายตาของมันกลับดูเหมือนฉากเคลื่อนไหวช้า และนี่คือเหตุผลที่แมลงวันมักจะหลบหลีกมือของเราได้เสมอ ครั้งหน้าลองคิดดูอีกทีว่า คุณกำลังเผชิญหน้ากับ “ยอดนักหลบหนี” ที่ธรรมชาติออกแบบมาให้เป็นเลิศในเรื่องความไว! อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
กลิ่นไอดิน เมื่อยามฝนตก เกิดจากอะไร
เมื่อฤดูฝนมาเยือน บรรยากาศของฝนตกหรือหลังฝนตกนั้น เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงนึกถึงบรรยากาศของความสดชื่น และได้กลิ่นที่คุ้นเคย เช่น กลิ่นไอดินที่ออกมาจากผิวดิน ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นกลิ่นไอดิน คือ อะไร กลิ่นไอดินที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาฝนตกนั้นในทางวิทยาศาสตร์ เรียกว่า เพทริเคอร์ (Petrichor) ซึ่งกลิ่นนี้ไม่ได้เกิดจากดินกับน้ำฝน แต่เกิดจากจุลินทรีย์ที่ชื่อว่า สเตรปโตมัยซีส (Streptomyces) ผลิตสารชนิดหนึ่ง เรียกว่า จีโอสมิน (Geosmin) จุลินทรีย์ชนิดนี้จัดอยู่ในกลุ่มแอคติโนมัยซีส (Actinomycetes) เป็นแบคทีเรียที่พบมากในดิน มีลักษณะรูปร่างเป็นเส้นใย โดยเส้นใยมีทั้งส่วนที่เจริญไปในแหล่งอาหารและชูขึ้นไปในอากาศ สืบพันธุ์โดยการใช้สปอร์ ในระบบนิเวศจะทำหน้าที่เป็นผู้ย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ เพื่อเป็นธาตุหมุนเวียนให้กับพืชและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในดิน เมื่อแบคทีเรียชนิดนี้ตายลงจะสร้างสารจีโอสมิน (Geosmin) ขึ้นมา ในขณะที่ฝนตกลงมากระทบกับพื้นดิน จะเกิดการฟุ้งกระจายของสปอร์ของแบคทีเรียและลอยขึ้นไปในอากาศ พร้อมกับโมเลกุลของจีโฮสมิน จึงทำให้เราสัมผัสกลิ่นนี้ได้ นอกจากแบคทีเรียชนิดนี้แล้ว สารจีโอสมินยังพบในพืชบางชนิดที่จะผลิตออกมาในขณะที่ดินไม่มีน้ำหรือแห้งแล้งเพื่อชะลอการงอกของเมล็ดพืช ซึ่งเมื่อฝนตกก็จะผสมไปพร้อม ๆ กับสารจีโอสมินที่แบคทีเรียสร้างนั่นเอง หลังฝนตกทำไมเราจึงเห็นแมลงและสัตว์ต่าง ๆ ออกมาจากดินมากมาย กลิ่นไอดินมีประโยชน์อย่างไรต่อธรรมชาติ กลิ่นไอดินที่เราได้สัมผัสนั้น นอกจากมนุษย์ที่ได้กลิ่นนี้แล้ว ในธรรมชาติยังมีสัตว์อีกหลายชนิดที่มีความไวต่อกลิ่นนี้ นั่นคือ สัตว์จำพวกขาปล้อง เช่น มด […]
MRE คืออะไร?
ในแง่ของปัจจัยสี่สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต อาหารจัดเป็นปัจจัยสำคัญสุดข้อแรก สรรพชีวิตทุกสายพันธุ์บนโลกล้วนเจริญเติบโตขึ้นมาได้ด้วยอาหาร สำหรับนักรบแล้วในขณะที่มีการรบอาหารถือเป็นสิ่งจำเป็นสุด ผลแพ้ชนะในศึกใดก็ตาล้วนขึ้นอยู่กับอาหาร ครั้งหนึ่ง นโปเลียน โบนาปาร์ต จอมกษัตริย์ผู้ลือนามแห่งฝรั่งเศสเคยกล่าวไว้ว่า “กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เพราะถ้าเหล่าทหารหิวโหยจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาสู้รบ” สมัยก่อนทหารที่จะออกรบก็จะต้องเตรียมอาหารแห้งอย่างเนื้อเค็ม และขนมปังติดตัวไปด้วย ในยุคต่อมาได้พัฒนาเป็นอาหารกระป้อง แต่ด้วยน้ำหนักที่มากทำให้มีการคิดค้นอาหารพร้อมทานที่มีน้ำหนักเบาพกง่ายจึงเกิดเป็น MRE ที่ย่อมาจาก Meal Ready to Eat หรือที่คนไทยเรียกกันกว่า “อาหารสนาม” ในปัจจุบัน MRE ไม่ได้ใช้แค่ในวงการทหารเท่านั้น แต่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป สำหรับคนที่ชอบแอดเวนเจอร์เดินเข้าป่าแต่ไม่สะดวกแบกอุปกรณ์วัตถุดิบต่าง ๆ ไปทำอาหารเอง คุณสมบัติของ MRE 1 มื้อ ให้พลังงานสูงถึง 1,250 กิโลแคลลอรี่ โดยมีโปรตีน 13% ไขมัน 36% และคารโบไฮเดรต 51% รวมถึงแร่ธาตุต่างๆ เก็บไว้ได้นานถึง 3 ปี และยังคงรสชาติเดิมไว้ (ในอุณหภูมิไม่เกิน 26 องศาเซลเซียส) ปริมาณฟเบอร์ในอาหารจะต่ำกว่าอาหารปกติ (อยู่กลางป่าคงไม่มีห้องน้ำ) แพคเกจป้องกันความชื้นและกันแสง ใน […]
หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมอาหาร
ในปัจจุบัน หุ่นยนต์เริ่มเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้น หลายภาคอุตสาหกรรมเดินหน้าทดลองและพัฒนาหุ่นยนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังเอามาใช้งานแทนพนักงาน ทั้งเพื่อลดรายจ่าย เพิ่มความรวดเร็วในการผลิตและสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ลูกค้า โดยธุรกิจอาหารถือเป็นภาคส่วนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการทดลองและพัฒนาการใช้งานหุ่นยนต์ ซึ่งหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจะถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารในลักษณะต่าง ๆ เช่น หุ่นยนต์หยิบจับผลไม้และอาหาร แรงงานมนุษย์ถูกใช้เพื่อป้องกันความเสียหายของผักและผลไม้ แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่สามารถจับผักและผลไม้โดยไม่สร้างความเสียหาย ซึ่งจะทำให้โรงงานผู้ผลิตอาหารมีขั้นตอนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจากเดิมที่อาศัยแรงงานมนุษย์ หุ่นยนต์ตัดและหั่น การตัดและหั่นโดยทั่วไปนั้นเป็นขั้นตอนที่ง่ายและไม่ซับซ้อน แต่ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้นทำให้หุ่นยนต์สามารถตัดและหั่นได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้นเพื่อลดการใช้แรงงานมนุษย์ หุ่นยนต์ผลิตเค้ก หุ่นยนต์ผลิตเค้กมีตั้งแต่หุ่นยนต์พื้นฐานในการหยิบจับ ตัด บรรจุหีบห่อ ไปจนถึงหุ่นยนต์ที่ทำงานซับซ้อนเช่นการประกอบเค้กหลาย ๆ ชั้นเข้าด้วยกันและหุ่นยนต์ตกแต่งหน้าเค้ก หุ่นยนต์ทำพิซซ่า การใช้หุ่นยนต์ในการทำพิซซ่าช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพของพิซซ่า ช่วยย่นระยะเวลาในการประกอบอาหารได้มากกว่าครึ่งหนึ่งและยังทำให้ประหยัดต้นทุนในการจัดหาแรงงาน หุ่นยนต์เก็บล้าง การใช้หุ่นยนต์ในการเก็บล้างสถานที่และอุปกรณ์จะช่วยลดอัตราการปนเปื้อนในอาหารที่มักมากับมนุษย์ แต่ต้องมีการดูแลความสะอาดของหุ่นยนต์เพื่อป้องกันไม่ให้หุ่นยนต์เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ทำให้ร้านอาหารต้องปรับตัว หนึ่งในนั้นคือเรื่องของการบริการ และมาตรการเรื่องสุขอนามัย โดยการใช้หุ่นยนต์แทนมนุษย์ในการบริการ เพื่อลดการสัมผัสและการแพร่กระจายเชื้อ ตัวอย่าง หุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่เสิร์ฟอาหาร และดูแลลูกค้าเหมือนเป็นพนักงานคนหนึ่งในร้าน ทำงานเร็ว เป็นมิตรกับทุกคน เสิร์ฟอาหารได้ครั้งละหลายรายการ หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารนี้ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานง่าย มีระบบเซนเซอร์ตรวจจับ สามารถหลบคนและสิ่งของได้ด้วยตัวเอง แหล่งอ้างอิง :https://bit.ly/2U7GEibhttps://bit.ly/360ZZEChttps://bit.ly/3h1oLdWhttps://bit.ly/3qzw1Rt FacebookFacebookXTwitterLINELine
