
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2560 คณะเจ้าหน้าที่กระทรวงพลั

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2560 คณะเจ้าหน้าที่กระทรวงพลั
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
เคยสังเกตแผ่นหินขนาดใหญ่ที่นำมาสลักเป็นป้ายชื่อประดับหน้าอาคาร แผ่นหินปูพื้น/ ผนัง หรือปูโต๊ะในห้องครัว หรือแม้กระทั่งหินแกะสลักเป็นรูปทรงต่าง ๆ ที่มักพบประดับตามสวนสาธารณะ ทราบหรือไม่ว่านั่นคือ หินแกรนิต หินแกรนิต (granite) คือ หินอัคนีชนิดหนึ่ง เกิดจากแมกมาเย็นตัวลงอย่างช้า ๆ จึงทำให้แร่ที่เป็นส่วนประกอบในแมกมา มีเวลาจับตัวกันเป็นผลึกขนาดใหญ่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หินแกรนิต ประกอบด้วยแร่หลัก 3 ชนิด นั่นคือแร่ควอตซ์ (quartz) แร่เฟลด์สปาร์ (feldspar) และแร่สีเข้มที่มีประกอบเป็นส่วนน้อย เช่น แร่ฮอร์นเบลนด์ (hornblend) แร่ไพรอกซีน (pyroxene) เป็นต้น หินแกรนิตในธรรมชาติมักมีสีอ่อน ส่วนจะมีสีใดนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณและแร่ธาตุที่เข้าไปปะปนอยู่ในหิน เช่น แร่ควอตซ์ทำให้หินแกรนิตเป็นสีขาวหรือเทา แร่เฟลด์สปาร์ทำให้หินมีสีแดงหรือสีชมพู ส่วนแร่สีเข้มทำให้หินแกรนิตมีสีเข้มของสีเขียว สีน้ำตาลหรือสีดำ ของแร่แต่ละชนิดปะปน ทำให้เกิดลวดลายตามธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ การนำแกรนิตไปใช้ประโยชน์ ด้วยคุณสมบัติของแร่ประกอบหินแกรนิตแต่ละชนิด มีความทนทานต่อการผุกร่อนตามธรรมชาติหรือการขูดขีด เนื่องจาก แร่ควอตซ์ (quartz) มีความแข็งระดับ 7 ตามโมห์สเกล แร่เฟลด์สปาร์ (feldspar) มีความแข็งระดับ 6 ตามโมห์สเกล […]
ลองสังเกตคนรอบตัวคุณดูสักนิดมีใครถนัดซ้ายไหม นี่อาจไม่ใช่เรื่องแปลกในสังคมปัจจุบันสักเท่าไร แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในอดีตมีคนกลุ่มหนึ่งเชื่อว่าคนที่ถนัดซ้ายเป็นคนประหลาด และมองว่าคือ ปีศาจ จนทำให้องค์กรหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกาลุกขึ้นมาเพื่อปกป้องสิทธิของคนเหล่านี้ รวมถึงสร้างความตระหนักเรื่องความเสมอ ภาคในตัวของบุคคล ถึงขั้นจัดตั้งวันคนถนัดซ้ายสากล หรือ Happy Left Handers Day ขึ้น ซึ่งตรงกับวันที่ 13 สิงหาคมของทุกปี โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเท่าเทียมให้กับคนถนัดซ้ายที่ถูกรังเกียจว่าแปลกประหลาด อีกทั้งยังรณรงค์ให้เห็นว่าแม้จะถนัดซ้ายคนเหล่านั้นก็มีความเป็นมนุษย์เหมือน ๆ กัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมนุษย์เราถนัดขวามากกว่าซ้าย 80-90 เปอร์เซ็นต์ของประชากรเลยทีเดียว เพราะเหตุใดจึงมีคนถนัดซ้ายเพียงเล็กน้อยแตกต่างไปจากคนอื่น ๆ กันนะ สาเหตุของการถนัดซ้าย งานวิจัยของ eLife เชื่อว่าความถนัดของมือมีต้นเหตุมาจากการทำงานที่ไม่สมดุลกันของยีนภายในกระดูกไขสันหลังของตัวอ่อนขณะอยู่ในมดลูก โดยการเคลื่อนไหวของมือและแขนของมนุษย์เกิดจากการสั่งงานของสมองส่วน Motor Cortex ที่เป็นตัวส่งสัญญาณประสาทไปที่ไขสันหลัง เพื่อทำหน้าที่แปลผลคำสั่งให้ร่างกายเคลื่อนไหวมือและแขน ซึ่งการแสดงออกของยีนนี้จะอยู่ในช่วงอายุครรภ์ 10-12 สัปดาห์ ผลการศึกษาเกี่ยวกับลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การที่พ่อ แม่ หรือญาติพี่น้องถนัดซ้ายนั้น จะเพิ่มโอกาสให้ลูกถนัดซ้ายได้เช่นกัน จากงานวิจัยในประเทศเบลเยี่ยมพบว่า เด็กแฝด ไม่ว่าจะแฝดแท้หรือแฝดเทียม (Fraternal twin) หากมีหนึ่งคนถนัดขวา อีกคนมักจะถนัดซ้าย ซึ่งอัตราส่วนความเป็นไปได้ถึง 21 เปอร์เซ็นต์ […]
FacebookFacebookXTwitterLINELine
“อาการสะอึก” เชื่อแน่ว่าไม่มีใครไม่เคยเป็น การสะอึกเป็นอาการที่เราต่างไม่พึงประสงค์และอยากให้มันหายไว ๆ เราเคยสงสัยไหมว่าอาการสะอึกเกิดขึ้นอย่างได้อย่างไร? การสะอึกเริ่มมาจากการกระตุกเกร็งหรือการบีบตัวของ “กะบังลม” กล้ามเนื้อทรงโดมขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้ปอดที่เราใช้ในการหายใจ เกิดการทำงานที่ไม่สอดประสานกันกับอวัยวะส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ เนื่องจากการปิดของเส้นเสียงในทันที และการเปิดระหว่างเส้นเสียง หรือที่เรียกว่ากล่องเสียง การเคลื่อนของกะบังลมทำให้เกิดการดึงอากาศเข้าไปทันที แต่การปิดของเส้นเสียงกลับหยุดอากาศไม่ให้เข้าไปในหลอดลมและไปถึงปอด จึงทำให้เกิดเสียงสะอึก สาเหตุอาจเกิดหลายสาเหตุ เช่น การรับประทานอาหารเร็วและมากเกินไป การรับประทานอาหารที่เผ็ดเกินไป การดื่มเครื่องดื่มที่มีแก๊สเยอะ เช่น น้ำอัดลม ชอบใช้หลอดดูดน้ำ ชอบเคี้ยวหมากฝรั่งหรืออมลูกอม ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชอบสูบบุหรี่ และการกินของร้อน เย็น สลับกันทันทีหรืออาจมีสาเหตุทางอารมณ์ เช่น เกิดความเครียด ตื่นเต้น หรือกลัวก็ได้ วิธีแก้การอาการสะอึก หายใจเข้าลึก ๆ กลั้นหายใจ 10 วินาที จากนั้นหายใจออก แล้วดื่มน้ำตามทันที เงยหน้าขึ้น กลั้นหายใจ 10 วินาที จากนั้นหายใจออกยาว ๆ แล้วดื่มน้ำตามทันที อมน้ำไว้ คางชิดอก แล้วพยายามกลืนน้ำที่อมไว้ อย่างไรก็ตามอาการสะอึกไม่เป็นอันตรายหรือเป็นอาการที่เกิดระยะสั้นเท่านั้น เมื่อร่างกายกลับมาทำงานได้ปกติ […]
