
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา โดยส่วนเทคโนโลยี

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา โดยส่วนเทคโนโลยี
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
มารู้จักชีสกันเถอะ ชีสทำมาจากอะไร? ชีส (Cheese) หรือเนยแข็ง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม โดยใช้น้ำนมที่ผ่านกระบวนการพลาสเจอร์ไรส์หรือน้ำนมดิบ แล้วใส่เชื้อแบคทีเรียแลคติกพร้อมกับเติมเอนไซม์เรนนิน เพื่อให้โปรตีนตกตะกอนจับกันเป็นลิ่มสีขาว (Curd) หลังจากนั้นนำมาอัดรวมกันเป็นก้อนและนำไปบ่มเพื่อให้ได้รสชาติที่ต้องการ นอกจากนี้ชีสยังมีวิธีการผลิตที่ซับซ้อนแตกต่างกันออกไป โดยชีสบางชนิดมีการใส่วัตถุดิบแปลกๆ ลงไปด้วย นั่นคือ เชื้อรา (mold) อย่างเช่นในบลูชีส แล้วทำไมราที่อยู่บนบลูชีสถึงกินได้ ? วันนี้ลองมารู้จักบลูชีสกันเถอะ บลูชีส (Blue cheese) คืออะไร? บลูชีสเกิดจากการใส่สปอร์ของราเพนิซิลเลียม (Penicillium) โดยใช้เพนิซิลเลียม ร็อคฟอร์ติ (Penicillium roqueforti) หรือเพนิซิลเลียม กลูคัม (Penicillium glaucum) ซึ่งเป็นเชื้อราที่เป็นประโยชน์ลงไปในระหว่างกระบวนการผลิต เชื้อราจะเจริญเติบโตจนได้ชีสที่เราเห็นเป็นจุดสีฟ้าปนเขียวอยู่เต็มทั้งก้อน จึงทำให้กลายเป็นชื่อเรียกของชีสชนิดนี้นั่นเอง ทางด้าน รสชาติ กลิ่น สี ลักษณะเนื้อสัมผัส (texture) ที่แตกต่างกันนั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการเก็บรักษา ชนิดของน้ำนมและกรรมวิธีการผลิตของแต่ละท้องถิ่น ชีสชนิดนี้มีการผลิตในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก จึงมีชื่อเรียกแตกต่างกัน เช่น ในประเทศฝรั่งเศส เรียกว่า ร็อคฟอร์ต (Roquefort) ประเทศอังกฤษเรียกว่า สติลตัน (Stilton) และในอิตาลี เรียกว่า กอร์กอนโซล่า (Gorgonzola) […]
“เพชรตัดเพชร” หมายความว่าอย่างไร ทำไมจึงต้องใช้เพชรมาตัดเพชร ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายของคำว่า เพชรตัดเพชร หมายถึง คนที่มีสติปัญญาความสามารถทัดเทียมกันมาต่อสู้ประชันกันเพราะเหตุใด จึงนำแร่ธรรมชาติเช่นเพชรมาเปรียบเทียบกับคน… เพชร (Diamond) เป็นแร่ธรรมชาติที่มีองค์ประกอบทางเคมีเป็นธาตุคาร์บอน คล้ายกันกับแร่แกรไฟต์ (Graphite) แต่แตกต่างกันที่โครงสร้างและสมบัติทางกายภาพรวมถึงสมบัติทางไฟฟ้า โดยปกติแล้วมักพบเพชรสีอ่อนหรือไร้สี แต่การที่พบเพชรหลากสีในบางครั้งเนื่องจากมีธาตุมลทินเข้าไปปะปน เพชรมีความโปร่งใสถึงโปร่งแสง บางครั้งอาจมีสีดำหรือทึบแสงได้เช่นกัน สมบัติเด่นของเพชร คือ ความแข็งระดับ 10 ซึ่งเป็นความแข็งสูงสุดตามโมห์สเกล ความแข็งระดับนี้สามารถขูดขีดแร่ตามธรรมชาติอื่น ๆ เป็นรอยได้ทั้งหมด เพชรมีความถ่วงจำเพาะ 3.51 มีรอยแตกแบบก้นหอยและมีแนวแตกเรียบ 4 แนวแบบสมบูรณ์ เพชรในสภาพผลึกตามธรรมชาติจะมีความวาวคล้ายน้ำมันฉาบ แต่หากได้รับการเจียระไนแล้วจะมีความวาวเจิดจ้าประกายเพชร สมบัติทางกายภาพเหล่านี้นับว่าเหมาะสมหากจะใช้ทำเครื่องประดับ และเพชรมีสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีอีกด้วย ในประเทศไทยเพชรเป็นเพียงผลพลอยได้จากการทำเหมืองแร่ดีบุกที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา นอกจากมูลค่าและความงามของเพชร ที่ทำให้ได้รับความนิยมนำมาเครื่องประดับแล้ว ยังมีเพชรที่ถึงแม้ว่าเกรดไม่ถึงการนำมาเครื่องประดับ แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงมีสมบัติของเพชรทุกประการและยังนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอื่นได้มากมาย เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การป้องกันการสึกกร่อน แต่ประโยชน์จากเพชรที่เรารู้จักเป็นอย่างดี เช่น การใช้ทำผงขัดในการเจียระไนเพชรพลอย ใช้ทำที่ตัดกระจก หรือใช้ทำหัวขุดเจาะ เป็นต้น ด้วยความงามและคุณสมบัติความแข็งของเพชรที่มีเหนือแร่ธรรมชาติชนิดอื่น จึงมักนำคนมีสติปัญญาหลักแหลมเปรียบเทียบกับเพชรซึ่งมีมูลค่าสูงและมีสมบัติด้านความแข็งสูง สามารถขูดขีดแร่ธรรมชาติชนิดอื่นได้ทั้งหมด […]
“คำถามต่อสรวงสวรรค์” ภารกิจสำรวจดาวอังคารครั้งแรกของจีนโดยยานอวกาศเทียนเวิ่น-1 (Tianwen-1) องค์การอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) ตั้งชื่อภารกิจสำรวจดาวอังคารครั้งแรกของจีนนี้ใช้ชื่อว่า “เทียนเวิ่น-1” (Tianwen-1) มีความหมายว่า “คำถามต่อสรวงสวรรค์” ตั้งตามบทกวีซึ่งประพันธ์โดย “ชวี เยหวียน” (Qu Yuan) องค์การอวกาศแห่งชาติจีนระบุว่าชื่อนี้แสดงถึงความมุมานะของจีนในการแสวงหาความจริงและวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการสำรวจธรรมชาติและจักรวาลตามเนื้อหาในบทกวี ยานอวกาศเทียนเวิ่น-1 ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 โดยจรวดลองมาร์ช-5 (Long March-5) ณ ฐานปล่อยจรวดเหวินชาง เกาะไห่หนานและเข้าสู่วงโคจรรอบดาวอังคารได้สำเร็จเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 เวลา 19:52 น. ตามเวลาประเทศไทย ตามหลังยานโฮปของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปติด ๆ เป็นเริ่มต้นก้าวแรกสู่การสำรวจดาวอังคารของประเทศจีน ยานอวกาศเทียนเวิ่น-1 จะแยกส่วนยานเพื่อลงจอดบริเวณที่ราบต่ำยูโทเปีย (Utopia Planitia) บนดาวอังคาร ส่วนที่แยกออกไป ประกอบด้วยยานลงจอด (Lander) และรถสำรวจ (Rover) ที่จะทำหน้าที่ศึกษาพื้นผิวดาวอังคารที่ตำแหน่งต่าง ๆ มีอายุภารกิจประมาณ 90 วัน […]
ทอง (Gold) วัตถุมีค่าที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องประดับ ใช้แปรเปลี่ยนเป็นหลักทรัพย์ในยามจำเป็นหรือแม้กระทั่งใช้เป็นทุนสำรองของประเทศ แต่ทราบหรือไม่ว่านอกจากทองชนิดนี้แล้ว ยังมีทองในชื่อเรียกอื่นที่มีคุณสมบัติต่างกันไปอีกด้วย ทอง (Gold) เป็นแร่ธาตุโลหะตามธรรมชาติ มีสีผิวและสีผงของแร่เป็นสีเหลืองทอง ประกายโลหะ มีสมบัติเด่นคือ ความอ่อนตัวสูง สามารถดึง ยืด ให้เป็นเส้นได้ หลอมซ้ำเพื่อขึ้นรูปใหม่ได้ และเป็นแร่หายากจึงมีมูลค่าสูง ใช้ประโยชน์ได้ทั้งในงานเครื่องประดับ หลักทรัพย์ทุนสำรองของประเทศ วัสดุซ่อมฟันหรือแม้กระทั่งในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ก็มีทองคำเป็นส่วนหนึ่งในงานนั้นเช่นกัน นอกจากทองคำบริสุทธิ์แล้ว ยังมีทองผสมโลหะชนิดอื่นอีกหลายประเภท ที่มีชื่อเรียกแตกต่างกัน เช่น ทองคำสีกุหลาบ (Rose gold) ทองคำสีดำ (Black gold) เป็นต้น และยังมีชื่อเรียกทองบางประเภทที่ไม่ได้มีส่วนผสมของทองคำแม้แต่น้อย เช่น ทองคำขาว ทองสัมฤทธิ์ และ ทองเหลือง ซึ่งมีสมบัติดังนี้ ทองคำขาว (Platinum) (Pt) มีผิวสีเทาเงิน สีผงสีเทาเงินหรืออาจจะเป็นสีเทาขาวได้เช่นกัน มีประกายแบบวาววับ ความแข็งของแร่ประมาณ 4 – 4.5 ตามโมห์สเกล แร่ในธรรมชาติมีความถ่วงจำเพาะ 14 – 19 สามารถทุบเป็นแผ่นบางและดึงยืดเป็นเส้นลวดได้ […]
