ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับแตงโม
ถ้าหากพูดถึงผลไม้รสหวานฉ่ำ เมื่อรับประทานแล้วจะช่วยคลายร้อนและเพิ่มความสดชื่น หลายคนคงต้องนึกถึงแตงโมเป็นแน่ แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะรับประทานแบบสดกัน แต่แตงโมก็ยังสามารถทำเป็นน้ำผลไม้หรือเมนูอาหารอื่นได้ นอกจากนี้แตงโมยังมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการอีกด้วย แตงโม (Watermelon) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Citrullus lanatus (Thunb.) Mats. & Nakai ถูกจัดให้อยู่ในวงศ์ CUCURBITACEAE จัดเป็นพืชในตระกูลเดียวกันกับแคนตาลูป ฟักทอง แตงกวา ประโยชน์ทางโภชนาการของการรับประทานแตงโม แตงโมเป็นแหล่งวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการ แถมยังประกอบด้วยน้ำ ประมาณ 91 เปอร์เซ็นต์ เมื่อรับประทานแล้วยังทำให้เราไม่ขาดน้ำอีกด้วย โดยแตงโมนั้นมีประโยชน์ทางโภชนาการดังนี้ ไลโคปีน (Lycopene) เป็นแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ชนิดหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอ และยังสร้างสีแดง สีส้มและสีเหลืองในผักและผลไม้ การรับประทานอาหารที่มีไลโคปีนเป็นประจำยังยังช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย วิตามินเอ (Vitamin A) มีความสำคัญต่อกระบวนการต่างๆ ในร่างกาย ช่วยในเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน การมองเห็น และการทำงานของอวัยวะสำคัญ ๆ วิตามินซี (Vitamin C) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระนี้จำเป็นสำหรับสุขภาพผิวและการทำงานของภูมิคุ้มกัน ซิทรูลีน (Citrulline) เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่พบในแตงโมซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจ […]
ปรากฏการณ์ภาพลวงตาหรือมิราจ (Mirage)
มีใครเคยเห็นแอ่งน้ำบนถนนตอนกลางวันบ้างไหม? แอ่งน้ำนี้มักปรากฏในเวลากลางวัน และเมื่อเราเข้าใกล้จนถึงระยะหนึ่งกลับพบว่าแอ่งน้ำที่เรามองเห็นนั้นหายไป ซึ่งแอ่งน้ำที่เห็นนั้นเกิดจากปรากฏการณ์ภาพลวงตาหรือมิราจ (Mirage) มิราจ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่อากาศร้อน ตามท้องถนนหรือในเขตทะเลทราย เมื่ออากาศที่อยู่ติดพื้นถนนมีอุณหภูมิสูงมาก และอากาศที่อยู่เหนือถนนขึ้นไปมีอุณหภูมิต่ำกว่า ทำให้ความหนาแน่นของอากาศแตกต่างกัน แสงจึงเดินทางผ่านด้วยความเร็วที่เปลี่ยนไป เพราะตัวกลางทั้ง 2 ชนิดมีความหนาแน่นแตกต่างกัน เกิดการหักเหของแสงขึ้น และเมื่อมุมตกกระทบของแสงดังกล่าวกว้างกว่ามุมวิกฤต ก็จะเกิดการสะท้อนกลับหมด แล้วเมื่อเรามองไปที่ถนน จึงเห็นคล้ายกับน้ำนองหรือกระจกอยู่บนพื้นแต่แท้จริงแล้วพื้นที่ตรงนั้น ไม่ได้มีแอ่งน้ำอยู่นั่นเอง อ้างอิง เพราะอะไรถึงเห็นแอ่งน้ำบนถนน ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการหักเหของแสง FacebookFacebookXTwitterLINELine
แมงกะพรุนผู้ไม่มีสมอง
“เคยคิดไหมว่าทำไมสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า แมงกะพรุน ที่ไม่มีสมอง ไม่มีหัวใจ ทำไมยังคงมีชีวิตอยู่มาถึงทุกวันนี้” แมงกะพรุนจัดอยู่ในกลุ่ม Cnidarian ซึ่งเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง แม้จะถูกเรียกว่า jellyfish หรือ ปลาวุ้น ในภาษาอังกฤษ แต่ความจริงแล้วแมงกะพรุนไม่ใช่ปลา แมงกะพรุนเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลกนี้มานานกว่า 500 ล้านปี ซึ่งนานกว่าสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ และอยู่มาก่อนที่จะมีไดโนเสาร์ถึง 230 ล้านปี แม้จะอยู่มาก่อนการเกิดของไดโนเสาร์ แมงกะพรุนก็ยังคงอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จทางวิวัฒนาการที่น่าประทับใจ แมงกะพรุนไม่มีสมองที่จะช่วยคิดหรือควบคุมการเคลื่อนไหวเหมือนกันกับสัตว์ตัวอื่น ๆ แต่พวกมันมีระบบประสาทที่กระจายตัวอยู่ทั่วร่างกายเรียกว่า “nerve net” ซึ่งทำหน้าที่เหมือนระบบประสาทของสัตว์หลายชนิด ระบบนี้ช่วยให้แมงกะพรุนสามารถตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว และใช้วิธีในการเคลื่อนไหว หากิน โดยไม่จำเป็นต้องมีสมองมาคอยสั่งการและพวกมันสามารถปรับตัวเข้ากับธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม และด้วยความที่แมงกะพรุนมีโครงสร้างร่างกายที่เรียบง่าย ตัวของมันประกอบไปด้วยน้ำมากถึง 95% จึงทำให้เหล่าแมงกะพรุนล่องลอยพริ้วไหวสง่างาม ดูเป็นหนึ่งเดียวกันกับกระแสน้ำ นับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งที่สุดในธรรมชาติ แมงกะพรุนเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ มากกว่าการควบคุมหรือเอาชนะมัน การปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติอย่างเรียบง่ายอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการอยู่รอดในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับแมงกะพรุนที่ล่องลอยไปตามกระแสน้ำ แม้ไม่มีสมองหรือหัวใจ พวกมันยังคงอยู่รอดตลอดหลายล้านปี แสดงถึงความสำเร็จทางชีววิทยา และ สะท้อนให้เห็นว่าความซับซ้อนไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่ทำให้สิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการ อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
ความแตกต่างของ Analog และ Digital
ในโลกของเทคโนโลยี คำว่า “Analog” และ “Digital” เป็นคำสำคัญที่มักถูกกล่าวถึง เนื่องจากเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาระบบสื่อสารและเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับสัญญาณโทรคมนาคม แต่สองคำนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร? บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจลักษณะและความแตกต่างระหว่างสัญญาณ Analog และ Digital สัญญาณอนาล็อก (Analog Signal) สัญญาณอนาล็อก คือ สัญญาณข้อมูลแบบต่อเนื่อง (Continuous Data) ซึ่งลักษณะของสัญญาณจะแสดงเป็นเส้นโค้งที่ต่อเนื่อง โดยทั่วไป สัญญาณอนาล็อกมักพบในรูปของเสียงหรือภาพ เช่น สัญญาณเสียงในสายโทรศัพท์ การส่งข้อมูลผ่านสัญญาณอนาล็อกมักมีปัญหาถูกรบกวนได้ง่าย ส่งผลให้เกิดการแปลความหมายผิดพลาด เช่น เสียงที่ขาดหายหรือผิดเพี้ยน สัญญาณดิจิตอล (Digital Signal) สัญญาณดิจิตอล เป็นสัญญาณข้อมูลแบบไม่ต่อเนื่อง (Discrete Data) มีค่าที่ชัดเจนและถูกกำหนดให้เป็นค่าเฉพาะ เช่น 0 และ 1 ซึ่งเป็นพื้นฐานของระบบคอมพิวเตอร์ สัญญาณประเภทนี้มีข้อดีในการลดความผิดพลาด เนื่องจากใช้งานเพียงสองสถานะเท่านั้น สัญญาณดิจิตอลจึงมีความแม่นยำและความน่าเชื่อถือสูงกว่า ตัวอย่างที่พบได้ทั่วไปคือ ระบบอินเทอร์เน็ต หรือการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ การส่งสัญญาณ Analog และ Digital ตัวอย่างเครื่องใช้ที่เป็น […]

