ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
Dr.Stone กับเรื่องวิทยาศาสตร์พลังงานไฟฟ้าในยุคหิน
ปัจจุบัน สื่อบันเทิงอย่างอนิเมะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่ให้ความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ช่วยให้เข้าใจแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ได้ง่ายขึ้น Dr. Stone เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อเอาชีวิตรอดในโลกที่ปราศจากเทคโนโลยี โดยเฉพาะเรื่องของการผลิตพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาอารยธรรมมนุษย์ สร้างไฟฟ้าด้วยแม่เหล็ก ในเรื่อง Dr. Stone ตัวเอก “อิชิงามิ เซ็นคู” ได้ทดลองสร้างพลังงานไฟฟ้าโดยใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบ homopolar ซึ่งเป็นไอเดียของไมเคิล ฟาราเดย์ หลักการง่าย ๆ ก็คือ ถ้ามีแผ่นโลหะหมุนอยู่ในสนามแม่เหล็ก จะเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น กระแสไฟฟ้าที่ได้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง โดยทั่วไปแรงดันไฟฟ้าที่ได้จะค่อนข้างต่ำ แม้ว่ากำลังไฟที่ได้จะยังไม่มากพอสำหรับอุปกรณ์ใหญ่ ๆ แต่ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เปลี่ยนพลังงานฟ้าผ่าให้เป็นแม่เหล็ก ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีพลังงานมหาศาล ที่สามารถเปลี่ยนวัตถุธรรมดาให้กลายเป็นแม่เหล็กได้ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Lightning-induced Remanent Magnetism (LIRM) หรือ แม่เหล็กตกค้างจากฟ้าผ่า ซึ่งมักเกิดกับหินที่มีแร่แม่เหล็ก เช่น แมกนีไทต์ เนื่องจากฟ้าผ่ามีพลังงานไฟฟ้าที่สูงมาก ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างเข้มรอบ ๆ วัตถุที่ฟ้าผ่าถึง และเกิดการเหนี่ยวนำไฟฟ้า แต่แม่เหล็กที่เกิดขึ้นมักไม่ถาวร และอาจอ่อนกำลังลงเมื่อเวลาผ่านไป การทำหลอดไฟแบบเอดิสัน แสงสว่างเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์สามารถใช้ชีวิตในยามค่ำคืนได้สะดวกขึ้น ซึ่งโทมัส อัลวา เอดิสัน […]
การเกิดเมฆ (Cloud Condensation)
โลก คือ ห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ และบนท้องฟ้าไม่ได้มีเพียงดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ หรือดาวเท่านั้น แต่ยังมีหมู่มวลก้อนเมฆที่มีรูปร่างแตกต่างกันไป จนบางครั้ง…เราอาจยืนจ้องมองมวลเมฆรูปร่างสวยงามแปลกตา พร้อมกับปล่อยจินตนาการไปอย่างไม่รู้ตัว เมื่อรังสีจากดวงอาทิตย์ส่องลงมายังโลก ทำให้บริเวณต่าง ๆ บนผิวโลกได้รับความร้อนไม่เท่ากัน พื้นน้ำบนโลกได้รับความร้อน จะระเหยกลายเป็นไอน้ำ ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า เมื่อลอยขึ้นไปกระทบกับอากาศเย็นในบรรยากาศชั้นบน เกิดการกลั่นตัวเป็นละอองไอน้ำเล็ก ๆ และรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน ลอยสูงขึ้นบนท้องฟ้า เรียกว่า เมฆ ถ้าไอน้ำมีจำนวนน้อย เราจะเห็นเป็นเมฆบาง ๆ เมฆมีรูปร่างแตกต่างได้หลายแบบ ตามชนิดของเมฆ บางครั้งเราเห็นเมฆมีรูปร่างเป็นก้อนคล้ายสำลีลอยอยู่บนท้องฟ้าที่ระดับความสูงต่าง ๆ กัน บางครั้งเราเห็นเมฆมีรูปร่างคล้ายขนนก และบางครั้งอาจเห็นเมฆมีขนาดใหญ่เป็นแผ่นหนาคล้ายกำแพง เมฆ เกิดจากไอน้ำที่ลอยในอากาศ เมื่อลอยตัวสูงขึ้น จะมีการรวมกันเป็นกลุ่มก้อนบนท้องฟ้า ในระดับความสูงที่แตกต่างกัน เมฆมีรูปร่างที่หลากหลาย ช่วยแต่งแต้มให้ท้องฟ้าสวยงามแตกต่างกันไป…ในทุก ๆ วัน FacebookFacebookXTwitterLINELine
ฝุ่น..ภัยร้ายที่มองไม่เห็น
เป็นเพียงฝุ่นละอองที่จับต้องแทบไม่ได้ แต่ทำไมจึงสร้างภัยร้ายได้ขนาดนี้ ฝุ่นละออง ฝุ่นละออง คือ อนุภาคของแข็งขนาดเล็กหรือละอองของเหลวที่แขวนลอยอยู่ในอากาศ เกิดขึ้นได้ทั้งจากธรรมชาติ เช่น ทราย ดิน ไอน้ำ เขม่าควันจากไฟป่า และเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น ควันจากการจราจร ฝุ่นจากงานก่อสร้าง ฝุ่นจากการโม่หิน ฝุ่นจากการเผาถ่านหินเพื่อผลิตไฟฟ้า หรือกิจกรรมในครัวเรือนอื่น ๆ ฝุ่นเหล่านี้เมื่อถูกกระแสลมพัดก็จะปลิวกระจายตัว ฝุ่นบางชนิดเล็กมีขนาดเล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อันตรายที่เกิดจากฝุ่น ระดับความอันตรายของฝุ่นนั้น ขนาดอนุภาคของฝุ่นก็เป็นปัจจัยที่สำคัญเช่นกัน นั่นคือ หากฝุ่นมีอนุภาคขนาดใหญ่อาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญต่อผิวกาย แต่หากฝุ่นนั้นมีอนุภาคขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอนแล้ว จะสามารถผ่านการกรองของขนจมูกเข้าไปสะสมตัว ในระบบทางเดินหายใจ และถ้าฝุ่นอนุภาคขนาดเล็กกว่านั้นและมีสารพิษเป็นองค์ประกอบด้วยแล้ว จะสามารถทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ หรือส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงานของปอดได้ แนวทางการป้องกันภัยร้ายใกล้ตัวอย่างง่าย หมั่นปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดที่อยู่ให้ปราศจากฝุ่น หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝุ่นและควัน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น หากคุณภาพอากาศเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในกลางแจ้ง อ้างอิง PM2.5 คืออะไร? อันตรายและการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก แนวทางการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงจากมลพิษทางอากาศ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทำไมมีน้ำอยู่ในลูกมะพร้าว
มะพร้าว เป็นพรรณไม้มงคลชนิดหนึ่ง ตามตำราพรหมชาติฉบับหลวงกำหนดให้ปลูกไว้ทางทิศตะวันออกของบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล มะพร้าวเป็นพืชยืนต้นในตระกูลปาล์ม เราใช้ประโยชน์จากมะพร้าวได้หลากหลายรูปแบบ เช่น น้ำและเนื้อมะพร้าวใช้รับประทาน กะลามะพร้าวนำมาประดิษฐ์ของใช้ แล้วน้ำมะพร้าวเข้าไปอยู่ในลูกมะพร้าวได้อย่างไร น้ำมะพร้าว คือ สิ่งหล่อเลี้ยงต้นอ่อนของมะพร้าว ผ่านกระบวนการมาตั้งแต่ราก ลำต้น จนถึงลูกมะพร้าว มีการสะสมน้ำไว้เพื่อเลี้ยงดูต้นอ่อน จนกระทั่งมีใบแทงออกมา มะพร้าวมีเอนโดสเปิร์มทั้งของแข็งและของเหลว เอนโดสเปิร์มของแข็งจะเจริญเติบโตเป็นเนื้อมะพร้าว ส่วนเอนโดสเปิร์มของเหลวจะเป็นน้ำมะพร้าว น้ำมะพร้าวไม่สามารถซึมผ่านกะลาออกมาได้ จึงอยู่ในลูกมะพร้าวนั้น เมื่อมะพร้าวติดผล จะมีสารกาแลตโตแมนแนน (Glucomannan) และมีเอนไซม์ย่อยให้กลายเป็น “แมนแนน (Mannan)” ซึ่งแยกตัวเป็นส่วนของเนื้อมะพร้าว และน้ำมะพร้าว หากไม่มีการสร้างเอนไซม์มาย่อย เนื้อมะพร้าวจะมีลักษณะเป็นก้อนกึ่งเหลวกึ่งแข็ง คือ มะพร้าวกะทิ นั่นเอง ขณะที่มะพร้าวยังอ่อน เนื้อจะมีลักษณะบาง อ่อนนุ่ม และมีน้ำมะพร้าว เรามักรับประทานมะพร้าวในระยะนี้ หากมะพร้าวแก่ เอนโดสเปิร์มจะดูดเอาน้ำมะพร้าวไป ทำให้น้ำมะพร้าวแห้งลงบางส่วน เนื้อจะหนาและแข็งขึ้น สังเกตได้จากเปลือกนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และร่วงหล่นจากต้นในที่สุด สรุปแล้ว น้ำมะพร้าว คือ น้ำที่เข้าไปอยู่ในลูกมะพร้าวผ่านทาง ราก ลำต้น และเข้าสู่ผลทางขั้วลูกมะพร้าว ทำหน้าที่เป็นอาหารของต้นอ่อน น้ำมะพร้าวไม่สามารถซึมผ่านเปลือกชั้นใน […]

