ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
รถไฟเหาะตีลังกา
เครื่องเล่นในสวนสนุกเป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความท้าทายต้องไม่พลาดกันเลย นั่นก็คือ “รถไฟเหาะตีลังกา” ซึ่งเป็นเครื่องเล่นน่าหวาดเสียว อาจจะเป็นเรื่องยากสักหน่อยที่ในขณะเล่นอยู่นั้นจะไม่กรีดร้องเลย เพราะการเคลื่อนที่ของรถไฟเหาะตีลังกาเกิดจากแรงโน้มถ่วงของโลกกับแรงเฉื่อยในการเคลื่อนที่จากที่สูงลงมาอย่างอิสระตามเส้นทางของรางที่ถูกออกแบบไว้ แต่เบื้องหลังของความสนุกสุดเหวี่ยงที่เกิดขึ้นทำให้เราได้เครื่องเล่นที่สามารถสร้างความสนุกสนานแล้ว การเคลื่อนที่ของเครื่องเล่นชิ้นนี้ยังใช้หลักการของฟิสิกส์หลาย ๆ อย่าง เช่น พลังงานศักย์โน้มถ่วง พลังงานจลน์ แรงเข้าสู่ศูนย์กลาง แรงโน้มถ่วงของโลก เป็นต้น การเคลื่อนที่ของรถไฟเหาะตีลังกาเริ่มต้นจากการถูกดึงด้วยระบบโซ่และมอเตอร์ขึ้นไปยังจุดสูงสุดเพื่อทำการปล่อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลกและเคลื่อนที่ด้วยแรงเฉื่อย การกักเก็บพลังงานทำให้รถไฟที่กำลังเคลื่อนที่ลงอย่างอิสระจากจุดสูงสุดนั้นจะมีพลังงานศักย์โน้มถ่วงมากที่จุดเริ่มต้นของราง ขณะที่รถไฟถูกปล่อยลงมาจะเปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์และจะมีพลังงานจลน์สูงสุด ณ จุดต่ำสุดของราง ยิ่งจุดเริ่มต้นนั้นมีความสูงมากเท่าไหร่ พลังงานศักย์โน้มถ่วงก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้นและเปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์ได้มากขึ้นตามความเร็วเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างองศาของรางทำมุม 60 ํ สามารถทำความเร็วได้ถึง 125 km/h เลยทีเดียว จากความรู้สึกที่ได้เล่นรถไฟเหาะนั้น ในขณะรถไฟเหาะกำลังแล่นลงมาจากที่สูงวิ่งเข้ามายังวงกลม จะเกิดแรงกระทำต่อตัวเรามากที่สุด เราจะรู้สึกว่าน้ำหนักตัวเองเพิ่มขึ้นจนหลังติดเบาะ และเมื่อรถไฟเคลื่อนที่ขึ้นไปถึงจุดบนสุดของวงกลม เราจะรู้สึกได้ถึงสภาวะไร้น้ำหนัก และกลับมาสู่ภาวะปกติอีกครั้งเมื่อลงมาที่จุดต่ำสุด การเปลี่ยนแปลงของแรงที่กระทำต่อตัวเราทำให้เรารู้สึกสนุก ตื่นเต้นตลอดเวลาในขณะนั่งอยู่บนรถไฟเหาะ ยิ่งหากรางมีรูปแบบเป็นหยดน้ำทรงคว่ำด้วยแล้ว ความสนุกจะเกิดขึ้นจากการที่รัศมีของวงกลมด้านบนมีค่าน้อยกว่าด้านล่าง ก่อให้เกิดแรงเข้าสู่ศูนย์กลางของรถไฟด้านบนมีค่ามากกว่าด้านล่าง จึงทำให้ตัวของเราติดกับที่นั่งมากขึ้น และเมื่อรถไฟแล่นกลับลงมาความเร่งจะลดลง ผู้เล่นจะไม่รู้สึกอึดอัดนั่นเอง รวมถึงโค้งต่าง ๆ ในเส้นทางของรางที่จะเกิดแรงเข้าสู่ศูนย์กลางด้วยเช่นกัน ปัจจุบันวิศวกรออกแบบรถไฟได้นำเทคโนโลยีระบบมอเตอร์และแม่เหล็กไฟฟ้าเข้ามาช่วยในการเคลื่อนที่ เพื่อให้รถไฟขับเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่องในรูปแบบหลากหลายมากยิ่งขึ้น ในความสนุกสนานก็มีอันตรายเช่นเดียวกัน ซึ่งการเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกก็อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำที่บอกเอาไว้ อ้างอิง ฟิสิกส์ของรถไฟเหาะ ฟิสิกส์ในชีวิตประจำวัน […]
Wolffia พืชที่เล็กที่สุดในโลก กับอาหารทางเลือกใหม่สำหรับอนาคต
วูล์ฟเฟีย (Wolffia globosa) ที่คนไทยเรียกว่า ผำ หรือ ไข่ผำ คือพืชน้ำชนิดที่ลอยน้ำ และเป็นพืชดอกที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยอยู่ที่ 0.1-0.2 มม. มีลักษณะใบกลม ไม่มีราก บางชนิดอาจมีรากแต่จะไม่มีขนราก จัดอยู่ในวงศ์บอน (Araceae family) วงศ์ย่อยแหน (Lemnoideae subfamily) ตามระบบการจัดวงศ์แบบ Angiosperm Phylogeny Group (APG) หรือ จัดอยู่ในวงศ์แหน (Lemnaceae family) ตามการจัดวงศ์พืชระบบเดิม โดยทั่วไปผำมักอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่สะอาด ตั้งแต่โบราณคนไทยจึงนิยมนำมาประกอบเป็นอาหารท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งรสชาติของผำนั้นมีรสจืด และไม่ได้มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์แต่อย่างใด ทำให้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผู้คนนิยมเอามาเสริมแต่งอาหาร เพราะจะไม่ทำให้อาหารเสียรสชาติเดิม และยังได้รสสัมผัสของผำเพิ่มเติมอีกด้วย ยกตัวอย่างเมนูอาหาร เช่น แกงไข่ผำ ไข่ผำผัดไข่ ไข่เจียวไข่ผำ ยำไข่ผำ และอื่น ๆ อีกหลากหลายเมนู นอกจากนี้ผำยังมีโภชนาการอีกหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน รวมไปถึงกรดอะมิโนอีกหลากหลายชนิด เช่น […]
ทำไมถึงต้องหาว
เมื่อพูดถึงการ “หาว” หรือเห็นคนที่หาวเราจะรู้สึกว่าคนคนนั้นต้องกำลังง่วงแน่นอน แล้วทุกคนเคยสงสัยไหมว่าทำไมเราต้องหาว การหาวเกิดจากอะไรกันแน่เป็นเพราะเราง่วงจริง ๆ หรือไม่ แล้วถ้าหาวบ่อย ๆ จะส่งผลเสียอะไรต่อร่างกายบ้างไหม วันนี้เราจะมาไขทุกข้อสงสัยและทำความเข้าใจกับการหาวให้มากยิ่งขึ้น การหาว (Yawning) ถือเป็นการรักษาสมดุลของร่างกายโดยการนำแก๊สออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายและขับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายขาดแก๊สออกซิเจนหรือแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดมีมากเกินไป จากการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศไม่ถ่ายเท ร่างกายเกิดความเหนื่อยล้า หรือมีการพักผ่อนไม่เพียงพอนั่นเอง นอกจากนี้แล้วการหาวยังเป็นสัญญาณเตือนอาการป่วยที่รุนแรงของโรคต่าง ๆ ได้เมื่อการหาวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น โรคเนื้องอกในสมอง โรคหลอดเลือดในสมอง โรคลมชัก โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เป็นต้น โรคที่กล่าวมาข้างต้นนี้จะมีอาการร่วมกันคือหาวบ่อยที่เกิดจากแก๊สออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ มีความผิดปกติของหลอดเลือดหรือการกดทับของเนื้องอก ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและมีการหาวบ่อย ดังนั้นเราควรที่จะสังเกตตัวเองอยู่เสมอและควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอให้ร่างกายได้รับแก๊สออกซิเจนอย่างเพียงพอ ดื่มน้ำเปล่าเพื่อเพิ่มแก๊สออกซิเจนให้กับเลือด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่อากาศถ่ายเท และห้ามมองข้ามอาการผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ของร่างกายเพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพของเราก็ได้ อ้างอิง https://bit.ly/3BnCLGhhttps://bit.ly/3DvAPxm FacebookFacebookXTwitterLINELine
“ทางเลือกสุขภาพ” ฉลากสำหรับคนรักสุขภาพ
การใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้เราใช้ชีวิตที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น คนส่วนใหญ่จึงเลือกซื้อและบริโภคอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป นั่นก็เป็นเพราะว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสะดวกและรวดเร็วในการบริโภค อีกทั้งปัจจุบันสามารถหาซื้อได้ง่ายจากร้านสะดวกซื้อ แต่ทราบหรือไม่ว่าอาหารเหล่านี้มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมที่สูง ทำให้ร่างกายรับพลังงานจากอาหารมากเกินไป เกิดเป็นโรคอ้วน (obesity) และโรคที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือเรียกว่า โรค NCD (non-communicable diseases) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง ภาวะไตวายเรื้อรัง เป็นต้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้ผลักดัน ฉลากอาหารที่ทำให้เราสามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายว่า ผลิตภัณฑ์ที่เรากำลังจะเลือกซื้อมีปริมาณของสารอาหารที่เหมาะสมกับโภชนาการในชีวิตประจำวันหรือไม่ เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันในท้องตลาด โดยกำหนดเป็นสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice) เพื่อเป็นทางเลือกให้คนไทยเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ลดหวาน มัน เค็ม และทำให้ผู้ผลิตให้ความสำคัญในการผลิตอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับสัญลักษณ์นี้ต้องมีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดของอาหารแต่ละประเภท ซึ่งปัจจุบันมีอาหาร 11 ประเภทที่มีการติดสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพนี้ คือ กลุ่มอาหารมื้อหลัก หรืออาหารที่บรรจุในภาชนะพร้อมบริโภคเป็นมื้ออาหารหลัก กลุ่มเครื่องดื่ม กลุ่มเครื่องปรุงรส กลุ่มผลิตภัณฑ์นม กลุ่มอาหารกึ่งสำเร็จรูป […]

