ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
หุ่นยนต์เดินตามเส้นด้วย IR Sensor
จากการที่เราศึกษาหุ่นยนต์ทำงานเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ พวกเราคงเคยได้เจอหุ่นยนต์ที่สามารถเดินไปตามเส้นทางสีดำตามที่กำหนดได้ เป็นเส้นทางที่อยู่ในสนามแบบสี่เหลี่ยมบ้าง วงกลมบ้าง ซึ่งทำไมหุ่นยนต์ถึงได้เคลื่อนที่ตามเส้น ? วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน การที่หุ่นยนต์สามารถเดินตามเส้นได้ เพราะมีเซนเซอร์ที่คอยตรวจจับวัตถุกีดขวางอยู่ เซนเซอร์นี้มีชื่อว่า IR Sensor ซึ่งอุปกรณ์เซนเซอร์ตัวนี้คนที่ใช้งานทั่วไปจะรู้จักกันในนาม IR Infrared Obstacle Avoidance Sensor Module หลักการทำงานของ IR Sensor คือ ภายในตัวเซนเซอร์จะมีหลอดรับและปล่อยสัญญาณอินฟราเรดคู่หนึ่ง เมื่อมีการส่งสัญญาณออกไปจะมีสัญญาณสะท้อนหลับมาที่หลอดรับสัญญาณ ทำให้หุ่นยนต์เคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ ในทางกลับกันถ้าสัญญาณที่ส่งออกไปกระทบกับเส้นสีดำ สัญญาณจะไม่มีการสะท้อนกลับมา ทำให้หุ่นยนต์หยุดไม่เคลื่อนที่ เราสามารถพบเห็นการใช้เซนเซอร์ตรวจจับวัตถุกีดขวางได้ เช่น เซนเซอร์อินฟราเรดสำหรับตรวจจับสินค้าอัจฉริยะ หุ่นยนต์ต้อนรับผู้รับบริการห้อง Robot Club ของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา หรือหากเป็นด้านโรงงานอุตสาหกรรม ก็จะมีการใช้เซนเซอร์อินฟราเรดตรวจจับสารเคมีและสามารถตรวจจับความร้อนที่รั่วได้ ที่มา โปรเจคหุ่นยนต์เดินตามเส้น 2 เซ็นเซอร์ Arduino FacebookFacebookXTwitterLINELine
Ant-man กับ Pym Particle
Ant-man กับ Pym Particle วิทยาศาสตร์ในหนังแฟนตาซี ถ้าหากพูดถึงฉากที่เป็นภาพจำของใครหลายคนจากเรื่อง Ant-Man หนังซุปเปอร์ฮีโร่จากค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Marvel คงหนีไม่พ้นฉากที่สก็อตต์ แลง ตัวเอกของเรื่องยกกองทัพมดพร้อมกับขี่พวกมันเพื่อไปบุกฐานทัพของ Avenger หรือจะเป็นฉากที่ตัวสก็อตต์ แลง ย่อขยายตัวไปมาตลอดเวลาขณะที่สู้อยู่กับฟอลคอน โดยไม่ว่าเขาจะมีขนาดตัวเล็กเท่าใด แรงที่ใช้ในการต่อสู้ก็จะมีขนาดเท่ากันกับตอนที่เขามีขนาดตัวปกติ หากมองในโลกของความเป็นจริงแล้ว การย่อขยายขนาดตัวของเขาแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะการที่เราทำการบีบอัดหรือเปลี่ยนความหนาแน่นของร่างกายอย่างฉับพลัน จะส่งผลให้เกิดความผิดปกติในการเคลื่อนไหวร่างกาย รวมถึงอวัยวะภายในก็ได้รับผลกระทบด้วย อีกทั้งการย่อขนาดให้เล็กลงจะทำให้มวลลดลงไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นอัตราส่วนระหว่างมวลต่อปริมาตร นั่นคือ ”ความหนาแน่น” ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ในตัวภาพยนต์เน้นย้ำว่าพละกำลังและความแข็งแกร่งยังเท่าเดิม หากสก็อตต์ แลง มีขนาดเท่าแมลง โดยในความเป็นจริงแรงกับมวลควรลดลงไปในทิศทางเดียวกัน แต่วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับ Pym Particle ทฤษฎีที่อธิบายการย่อขยายของร่างกายสก็อตต์ แลง ในเรื่อง Ant-Man ซึ่งเป็นเพียงวิทยาศาสตร์แฟนตาซีที่มีเพียงในหนังเท่านั้น Pym Particles หรือ อนุภาคพิม ที่ปรากฏอยู่ในหนังเรื่อง Ant-Man เป็นอนุภาคที่ถูกค้นพบโดย Dr. Henry Pym ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจของทฤษฎีนี้คือ Pym Particles เป็นอนุภาคย่อยพิเศษที่สามารถอธิบายการย่อหรือขยายของสิ่งมีชีวิตและวัตถุไว้ว่า […]
นิทรรศการโลกของแมลง (Insect world)
จัดแสดงอยู่ที่ชั้น 5 อาคาร 4 อาคารธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นการเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับแมลง สิ่งมีชีวิตที่มีจำนวนและมีชนิดมากที่สุดในโลก ตั้งแต่วิวัฒนาการ ร่างกายของแมลง การดำรงชีวิต ตลอดจนความเกี่ยวข้องกับมนุษย์และธรรมชาติ นิทรรศการแบ่งออกเป็น 5 โซน ดังนี้1. วิวัฒนาการของแมลง เรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดแมลง และการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดจากยุคดึกดำบรรพ์ 2. ร่างกายของแมลง เรียนรู้เกี่ยวกับร่างกาย อวัยวะ หน้าที่ต่าง ๆ และพบกับแมลงสตัฟฟ์หลากหลายชนิด 3. วงจรชีวิตและบ้านของแมลง เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงรูปร่างของแมลงชนิดต่าง ๆ อีกทั้งแหล่งอาศัย การดำรงชีวิต จากแมลงตัวเป็น เช่น ตั๊กแตนกิ่งไม้ ด้วงหนอนนก ด้วงกว่าง เป็นต้น 4. รู้จักกันก่อน สัตว์ขาปล้อง เรียนรู้เกี่ยวกับรูปร่าง ลักษณะ ความแตกต่างของแมลงและแมง 5. บ้านผึ้ง เรียนรู้เกี่ยวกับชนิดของผึ้ง การดำรงชีวิต ประโยชน์และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากผึ้ง จุดไฮไลต์ของห้อง ห้ามพลาด!มุมจัดแสดงแมลงชนิดต่างๆ ทั้งแบบสต๊าฟ และแบบตัวเป็น พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิต การเปลี่ยนรูปร่างของแมลงจากตัวอ่อนไปสู่ตัวเต็มวัย FacebookFacebookXTwitterLINELine
พิสูจน์กลิ่นด้วยลิ้นสองแฉก
ในขณะที่มนุษย์ใช้จมูกในการรับรู้กลิ่น แต่สำหรับสัตว์บางชนิดกลับต่างออกไป เพราะพวกมันใช้ลิ้นในการตรวจจับและพิสูจน์กลิ่นได้อย่างน่าทึ่ง สัตว์กลุ่มนี้มีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่น คือ มี “ลิ้นสองแฉก” ซึ่งแตกต่างจากมนุษย์อย่างสิ้นเชิง เมื่อได้ยิน อาจชวนให้คิดถึงความหมายในเชิงลบ โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับสัตว์ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชื่นชอบอย่างงู ภาพของงูแลบลิ้นเข้าออกแผลบ ๆ อาจทำให้หลายคนรู้สึกขยะแขยง แต่ใครจะรู้ว่าการกระทำที่ดูน่าขนลุกนี้ แท้จริงแล้วคือกลไกอันชาญฉลาดของธรรมชาติ ที่ช่วยให้พวกมันสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ลิ้นสองแฉก (Forked Tongue) เป็นลักษณะของลิ้นที่มีการแยกออกเป็นสองแฉกมักพบในสัตว์กลุ่ม Squamata ซึ่งเป็นอันดับของสัตว์เลื้อยคลานที่ประกอบด้วยงูและกิ้งก่าหลายชนิด เช่น งูเห่า งูจงอาง งูเหลือม เตกู ตะกวด เหี้ย มังกรโคโมโด เป็นต้น พวกมันใช้ลิ้นเพื่อรับรู้กลิ่นและสารเคมีในสิ่งแวดล้อม โดยมีกระบวนการทำงานดังนี้ 1. ยืดลิ้นออกจากปาก สัตว์ที่มีลิ้นสองแฉกจะยื่นลิ้นของมันออกจากปากไปในอากาศหรือสัมผัสพื้นดิน โดยลิ้นจะมีลักษณะแยกออกเป็นสองแฉก เพื่อทำหน้าที่เก็บสารเคมีหรือกลิ่นจากสิ่งแวดล้อม เช่น กลิ่นของเหยื่อ, เพื่อนร่วมสายพันธุ์, หรือภัยคุกคามจากสัตว์นักล่า 2. สัมผัสสารเคมี ลิ้นสองแฉกไม่ใช่แค่การดมกลิ่นจากอากาศ แต่ยังช่วยให้สัตว์สัมผัสสารเคมีที่ลอยอยู่ในอากาศและบนพื้นดิน ซึ่งจะถูกเก็บไว้ที่ปลายลิ้นแต่ละข้าง 3. นำสารเคมีไปที่อวัยวะวิเคราะห์ หลังจากที่ลิ้นสัมผัสสารเคมีจากสิ่งแวดล้อม สัตว์จะนำลิ้นทั้งสองข้างไปใกล้ ๆอวัยวะพิเศษที่เรียกว่า Jacobsen’s organ […]

