ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
การประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดับประเทศประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
เงื่อนไขการสมัคร กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนในระบบ ระดับประถมศึกษาตอนปลาย นักเรียนในระบบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และนักศึกษา สกร. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ผ่านการคัดเลือกโดยการประกวดและได้รางวัลชนะเลิศของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ในเขตจังหวัดที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาที่รับผิดชอบ กำหนดการประกวด การรับสมัคร สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงาน เอกสารการประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดับประเทศ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ไข่มุกเมโล (Melo Pearl) อัญมณีจากสิ่งมีชีวิต
อัญมณีส่วนใหญ่ได้จากธรรมชาติ ไข่มุกอาจนับเป็นอัญมณีชนิดเดียวในโลกที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต และใช้เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ โบราณเชื่อว่าไข่มุกเป็นของมีค่าเหมาะสำหรับชนชั้นสูง ตามตำนานเชื่อว่า ไข่มุกเป็นหยดน้ำตาแห่งความสุขของเทพธิดา แต่ในความจริงแล้วไข่มุกคืออะไร ไข่มุกเกิดจากสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้าไปในตัวหอยพร้อมอาหาร ทำให้ตัวหอยเกิดความระคายเคือง จนหลั่งสารออกมาปกคลุมสิ่งแปลกปลอมนั้น เพื่อลดความระคายเคือง ยิ่งชั้นมุกมีความหนามากก็จะมีความวาวมาก และใช้เวลาหลายปีเพื่อก่อตัวเป็นไข่มุก เรามักนำมาทำเครื่องประดับ หรือเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง หนึ่งในไข่มุกธรรมชาติหายากและมีราคาแพง คือ ไข่มุกเมโล ไข่มุกเมโล (Melo Pearl) อีกชื่อหนึ่ง คือ มุกหอยโข่งทะเล หรือมุกสังข์ทะนาน เป็นไข่มุกธรรมชาติที่เกิดขึ้นในหอยโข่งทะเล และหอยสังข์ โอกาสเกิดไข่มุกเมโลมีเพียง 1 ตัว ในทุก ๆ 3,000 ตัว และพบได้เฉพาะในทะเลบริเวณประเทศเมียนมาร์ ไทย เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งไข่มุกเมโลมีหน่วยวัดน้ำหนักเป็นกะรัตเหมือนกับเพชร ไข่มุกเมโลมีหลายขนาด มักเป็นทรงกลม และมีความแข็งกว่าไข่มุกทั่วไป มีสีเหลืองอ่อน สีส้ม ไปถึงสีส้มเข้มจนเกือบสีน้ำตาล สีที่ดีและมีมูลค่ามากที่สุด คือ สีส้ม แต่สีของไข่มุกเมโลอาจจางลงได้เมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน เราสามารถเพาะเลี้ยงไข่มุกทั่วไปได้ แต่เรายังไม่ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงไข่มุกเมโล ธรรมชาติมอบสิ่งมีค่าให้แก่มนุษย์เสมอมา มีเรื่องน่ารู้ด้านธรรมชาติอีกมากมาย รอคุณอยู่ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) […]
Cryptocurrency คืออะไร?
ราคา Bitcoin ที่พุ่งขึ้นราวกับจรวดทะยานขึ้นสู่อวกาศในปี 2021 นี้ รวมทั้งการที่ Tesla ซื้อ Bitcoin สูงถึง 1.5 พันล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐ ทำให้เกิดความสนใจในการเทรด Cryptocurrency เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก สำหรับใครที่สนใจใน Cryptocurrency แต่ยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ Cryptocurrency ในเบื้องต้นกัน Cryptocurrency คือ สกุลเงินที่ถูกเข้ารหัสเพื่อใช่ในการป้องกันและยืนยันธุรกรรมผ่านระบบที่เรียกว่า “บล็อกเชน (Blockchain)” เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน Cryptocurrency คือ สินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่งที่มีการเข้ารหัส มีราคากลางในการซื้อขายแปรผันตามกลไกตลาด จึงสามารถทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมูลค่าผ่านอินเทอร์เน็ตได้ นั่นแปลว่า Cryptocurrency นั้นจะมีมูลค่าหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับผู้คนให้ค่ามากน้อยแค่ไหน ถ้าสามารถนำไปทำประโยชน์ได้เยอะ และแนวโน้มที่เหรียญนั้นจะมีความต้องการที่มาก มูลค่าสูงขึ้น และเป็นที่หมายปองของนักลงทุน หรือถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือถ้าเหรียญไหนมีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นได้แสดงว่ามี “ความต้องการซื้อ (Demand)” ที่มากนั่นเอง หรือถ้าใครที่ชอบเล่นเกมจะต้องเคยได้ยินว่า ของในเกม (Items) สามารถซื้อขายเป็นเงินจริงได้ ซึ่งหลักการของ “Cryptocurrency” ก็คล้าย ๆ กันเพราะจับต้องไม่ได้ แต่เมื่อมีคนต้องการก็ย่อมขายได้ […]
ทำอย่างไร…ถ้าราขึ้นบนอาหาร
อาหารอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ที่เป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต เชื้อราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการอาหาร น้ำ อากาศ และอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต โดยการย่อยสลายอาหาร ทำให้สารเกิดการหมุนเวียนในระบบนิเวศ ราที่เราเห็นบนอาหาร เกิดจากสปอร์ของราที่มีขนาดเล็ก ลอยฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ แล้วตกลงบนอาหาร ที่มีความชื้นและสภาวะที่เหมาะสม ราจะเริ่มเจริญเติบโต สร้างใยรา (hyphae) ออกมา ซึ่งเหมือนกับรากที่ยึดพื้นผิวนั้นไว้ และปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยอาหารแล้วดูดซึมกลับ เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและสร้างสปอร์เพื่อแพร่กระจายออกไปบริเวณรอบ ๆ ได้มากขึ้น ทำให้มันแพร่กระจายตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ราบางชนิดสามารถใช้เวลาย่อยสลายอาหารได้ภายใน 12 – 24 ชั่วโมง แต่ในบางชนิดอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ เราไม่สามารถมองเห็นสปอร์ของราที่ตกลงบนอาหารได้ แต่เราจะเริ่มมองเห็นราก็ต่อเมื่อราเริ่มเจริญเติบโตสร้างใยรา (hyphae) ที่รวมกลุ่มกันเป็นก้อน ๆ เรียกว่า กลุ่มใยรา (mycelium) เจริญเติบโตฝังรากลึกลงไปมากแล้ว ดังนั้นกว่าเราจะรู้ว่าราขึ้นบนอาหาร ก็สายไปแล้วเพราะเชื้อราได้ครอบครองอาหารของเราไปหมดแล้ว เราจะทำอย่างไรกับอาหารที่ขึ้นรานี้ ควรกินหรือควรทิ้ง… หลายคนอาจคิดว่า ถ้าให้ความร้อนกับอาหารจะสามารถทำลายเชื้อราได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วถึงราจะไวต่อความร้อนและสามารถถูกทำลายได้ที่อุณหภูมิ 60 – 70°C แต่ราบางชนิดมีการสร้างสปอร์ที่ทนกับความร้อนสูงไม่สามารถทำลายโดยความร้อนได้ และยังคงมีสารพิษจากเชื้อรา (mycotoxins) ที่ราสร้างขึ้นมากระจายอยู่ทั่วในอาหาร ไม่สามารถทำลายออกไปได้ […]
รู้จัก รู้รักษ์ป่าชายเลน
รู้ไหมว่าป่าชายเลนนั้นเป็นอีกหนึ่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าอย่างมหาศาล เพราะสามารถดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูงกว่าป่าประเภทอื่น จากการที่พืชในป่าชายเลนมีอัตราการสังเคราะห์แสงสูง จึงต้องการใช้คาร์บอนไดออกไซด์เป็นจำนวนมาก ป่าชายเลนนั้นมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการดูดซับคาร์บอนแล้วดึงลงไปในผืนดินใต้ทะเลหรือดินเลนชายฝั่ง เรียกคาร์บอนเหล่านั้นว่า บลูคาร์บอน (Blue carbon) การดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ลงสู่มหาสมุทรถือเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน (Carbon sink) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าหนึ่งในสี่ของที่มนุษย์ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ โดยคาร์บอนจะถูกปล่อยออกมาอย่างช้า ๆ ผ่านกระบวนการย่อยสลายในดิน ซึ่งเกิดขึ้นได้น้อยเนื่องจากสภาพไร้ออกซิเจนจากการท่วมขังของน้ำแต่ถ้ามีการตัดไม้ในป่าชายเลนจะไปลดการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และยังทำให้เกิดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์กลับสู่ชั้นบรรยากาศอีกครั้ง ในระบบนิเวศป่าชายเลนประกอบไปด้วยพืชจำพวก แสม ลำพู โกงกาง ถั่วขาว พังกาหัวสุม ฝาด และ โปรง เป็นต้น และยังมีแพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ นก แมลง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม และสัตว์ทะเลหน้าดินที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น ปู กุ้ง หอย แมงดา อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมากถือได้ว่าเป็นระบบนิเวศที่มีห่วงโซ่อาหารที่สมบูรณ์มากแห่งหนึ่ง และด้วยความที่ป่าชายเลนนั้นเป็นดินเลนมีน้ำทะเลท่วมถึงตลอดทำให้พืชเหล่านี้มีการปรับตัวมีรากแบบพิเศษช่วยยึดเกาะหน้าดิน ลดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินรวมทั้งการสูญเสียพื้นที่ชายฝั่งทะเลเป็นเสมือนเกาะป้องกันภัยจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นการช่วยลดแรงทำลายล้างของพายุโซนร้อนหรือแม้กระทั่งลดความรุนแรงการเกิดสึนามิ ในขณะที่ป่าชายเลนสร้างประโยชน์ให้กับเรามากมาย แต่พื้นที่ของป่าชายเลนเองกลับลดลงอย่างน่าใจหาย สาเหตุก็มาจากน้ำมือของมนุษย์ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย การทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การทำเกษตรกรรม การประมง การทำเหมืองแร่ การขุดลอกร่องน้ำ การทำเขื่อนกั้นน้ำ การตัดไม้เกินกำลังการผลิตของป่า […]
