ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
Work From Home อย่างไร ให้ไม่เป็น Office Syndrome
เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทําให้หลาย ๆ คนต้อง work from home อยู่กับบ้าน นั่งทํางานผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือมือถือเป็นเวลานานติดต่อกันหลายชั่วโมงก็อาจทําให้เกิดอาการปวดเมื่อยบริเวณคอ บ่า ไหล่ ข้อมือ หรือปวดศีรษะ แต่คุณรู้หรือไม่อาการเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุของการเกิดออฟฟิศซินโดรมก็เป็นได้ ออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) คืออะไร ออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) คือกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากลักษณะการทํางานที่ไม่เหมาะสม มักพบได้บ่อยในคนที่นั่งทํางานนาน ๆ โดยไม่ขยับลุกไปไหน ไม่มีการปรับเปลี่ยนท่า ท่านั่งไม่เหมาะสมสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออํานวยต่อการทํางาน ซึ่งลักษณะเช่นนี้อาจทําให้ปวดกล้ามเนื้อ รวมถึงอาการชาบริเวณแขน มือ และปลายนิ้ว จากปลายประสาทที่ถูกกดทับอย่างต่อเนื่อง อาการของออฟฟิศซินโดรม • ปวดตึงบริเวณ คอ บ่า ไหล่ จากการนั่งท่าเดิมนาน ๆ• มือชา เอ็นอักเสบ นิ้วล็อค จากการกดทับปลายประสาท และการอักเสบของเส้นเอ็น• อาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ และปวดกระบอกตา• อาการเหน็บชา และแขนขาอ่อนแรง การป้องกันเพื่อลดปัญหาออฟฟิศซินโดรม เตรียมร่างกายให้พร้อม […]
หยดน้ำข้างแก้ว เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
หลายคนคงเคยสังเกตเห็นเวลาเราดื่มน้ำเย็น จะมีหยดน้ำเกาะข้างแก้วน้ำหรือขวดพลาสติก แล้วเคยสงสัยกันหรือไม่ว่า หยดน้ำนั้นมาจากไหน บางคนอาจคิดว่าเป็นน้ำที่อยู่ในแก้วหรือขวดพลาสติกซึมออกมา แต่จริง ๆ แล้วหยดน้ำที่เกาะอยู่ข้างภาชนะนั้น เป็นน้ำที่มาจากไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศ! ไอน้ำ (vapor) คือน้ำที่อยู่ในสถานะแก๊ส หากอากาศมีปริมาณไอน้ำอยู่มาก แสดงว่ามีความชื้น (humidity) สูง แต่ถ้ามีไอน้ำน้อยแสดงว่ามีความชื้นต่ำ เมื่อวางแก้วน้ำเย็นไว้บนโต๊ะ ไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศเจอกับความเย็นที่ผิวแก้ว จะเกิดการควบแน่น (condensation)โดยถ่ายเทพลังงานภายในออกมาในรูปของการคายความร้อนแฝง ทำให้เปลี่ยนสถานะจากแก๊สกลายมาเป็นของเหลว จึงทำให้เราพบเห็นหยดน้ำที่เกาะอยู่ข้างแก้วได้นั่นเอง อ้างอิง การเปลี่ยนสถานะของน้ำ ความชื้นสัมพัทธ์ FacebookFacebookXTwitterLINELine
แยกออกไหม อันไหนสกรู โบลท์ น็อต?
สกรู โบลท์ น็อต (Screw, Bolt, Nut) มีบทบาทสำคัญในงานยึดประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ตั้งแต่เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันไปจนถึงโครงสร้างขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้าง เครื่องจักรกล ยานยนต์ หรือเฟอร์นิเจอร์ ล้วนต้องอาศัยอุปกรณ์เหล่านี้เพื่อความแข็งแรงและมั่นคงของโครงสร้าง โดยทั่วไปสกรูและโบลท์จะมีลักษณะแท่งโลหะที่มีเกลียว พร้อมหัวที่ออกแบบมาให้สามารถขันเข้ากับชิ้นงานได้อย่างแน่นหนา นอกจากนี้สกรูและโบลท์ยังมีรูปทรง ขนาด ประเภทเกลียว รวมถึงวัสดุที่ใช้ผลิตมีความหลากหลาย ตั้งแต่เหล็กกล้าไปจนถึงสเตนเลส ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรง ทนต่อการกัดกร่อน และเหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน สกรู (Screw) ใช้สำหรับขันยึดวัตถุได้ทั้งรูตันและรูทะลุ สำหรับชิ้นงานที่ยึดด้วยสกรูจะมีการทำเกลียวภายในชิ้นงานไว้แล้ว หรือใช้พุกเสริมสำหรับงานก่อสร้าง หรือหากเป็นงานยึดพื้นหรือผนังจะใช้คู่กับพุก หัวสกรูมีหลายประเภท เหมาะสำหรับใช้งานยึดแผ่นเหล็ก แผ่นยิปซั่ม โครงเหล็ก และโครงสร้างไม้ต่าง ๆ สามารถแบ่งออกได้เป็น โบลท์ (Bolt) หรือสลักเกลียวหรือน็อตตัวผู้ เป็นตัวยึดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับสกรู โดยการขันยึดรูทะลุชิ้นงานและยึดปลายเกลียวอีกฝั่งด้วยน็อตตัวเมีย เพื่อประกอบชิ้นงานหรือโครงสร้างเข้าด้วยกันอย่างแน่นหนา สำหรับชิ้นงานที่ยึดด้วยโบลท์จะไม่ทำเกลียวที่ชิ้นงานและใช้น็อตตัวเมียยึดอีกฝั่งเสมอ เหมาะสำหรับยึดโครงสร้างต่าง ๆ เช่น ยานพาหนะ เครื่องจักรกล แม่พิมพ์ ฯลฯ นอกจากนี้โบลท์ยังมีประเภทที่ใช้เป็นจุดยก จุดดึง หรือจุดแขวนวัตถุอีกด้วย ขณะที่มีเกลียวเพื่อเอาไว้ยึดติดกับนัทหรือน็อตตัวเมีย วิธีใช้งานต้องทำการขันยึดกับอุปกรณ์ที่ต้องการยึดติดให้ทะลุผ่านไปโดยไม่มีการทำเกลียวกับตัวชิ้นงาน แต่จะเป็นวิธีเจาะช่องมาเรียบร้อยแล้วจากนั้นเมื่อหมุนจนสุดก็จะมีน็อตตัวเมียเพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงนิยมใช้เพื่อการยึดโครงสร้างหลายชนิด […]
การทำประมงเกินขนาด ปัญหาหนึ่งที่ถูกมองข้าม
ลองจินตนาการว่าภายใต้ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เลยจะเป็นอย่างไร ก็คงจะเป็นทะเลที่ว่างเปล่าไร้สีสัน และแน่นอนว่าเรากำลังพูดถึงสัตว์ทะเลเช่น ปลา เต่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมอย่างโลมากับวาฬ และสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่อาศัยในท้องทะเล และยังเป็นตัวเพิ่มสีสันความสวยงามให้กับท้องทะเลอีกด้วย ซึ่งสัตว์ทะเลเหล่านี้กำลังมีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว โดยสาเหตุที่สัตว์ทะเลน้อยลงนั้นปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการประมงที่จับสัตว์ทะเลเกินขนาด (Overfishing) โดยอธิบายสั้น ๆ ว่าคือ การจับสัตว์น้ำเกินความสามารถในการผลิตของธรรมชาติ อาจจะเป็นประโยคที่ดูแล้วไม่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ภายใต้ของประโยคนี้ได้สร้างความเสียหายพอ ๆ กับปัญหาขยะในทะเล หรือปัญหามลพิษทางทะเล และอาจจะมีผลกระทบมากกว่านี้ สูญเสียสมดุลทางทะเล การจับสัตว์น้ำพลอยได้ (bycatch) เป็นการจับเฉพาะสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง (species target) โดยใช้เครื่องมือประมงอย่างเช่น เรือลากอวน แต่จะลากสัตว์ทะเลชนิดอื่นไปด้วย (non-species target) เช่น โลมา วาฬ เต่าทะเล แมวน้ำ นกทะเล และฉลาม โดยทุก ๆ ปี การทำประมงจะจับสัตว์ทะเลที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่วนใหญ่สัตว์ที่จับได้จะตายเกือบทั้งหมด มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อาจยังมีชีวิตรอด แต่เมื่อปล่อยลงสู่ทะเลไม่นานก็คงตายอยู่ใต้ก้นทะเล มีผลให้ประชากรของสัตว์น้ำดังกล่าวลดลง เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์และส่งผลไปถึงสมดุลของระบบนิเวศใต้ท้องทะเล ยกตัวอย่างฉลามที่ทุกคนกลัวกันนั้นเป็นผู้บริโภคลำดับสูงสุดในห่วงโซ่อาหารเป็นเหมือนผู้รักษาสมดุลประชากรของผู้บริโภคลำดับที่รองลงมาจากฉลาม เมื่อฉลามถูกจับไป สัตว์ที่เป็นลำดับรองลงมาก็จะมีประชากรเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสัตว์ทะเลเหล่านี้กินผู้ผลิตอย่างแพลงก์ตอนเป็นอาหาร เมื่อประชากรมากแพลงก์ตอนที่ถูกกินก็จะน้อยลง […]

