
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา และศูนย์สร้างสรรค์เยาวชน (กระจ่าง บริรักษ์นิติเกษตร) ปิดให้บริการช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2564 – 3 มกราคม 2565 จึงประชาสัมพันธ์มาให้ทราบโดยทั่วกัน

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา และศูนย์สร้างสรรค์เยาวชน (กระจ่าง บริรักษ์นิติเกษตร) ปิดให้บริการช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2564 – 3 มกราคม 2565 จึงประชาสัมพันธ์มาให้ทราบโดยทั่วกัน
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
โลกของเรามีพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยทะเลทรายมากกว่า 1 ใน 5 ของพื้นโลก ทะเลทราย คือ พื้นที่ที่เป็นทรายกว้างใหญ่ มีอากาศร้อน แห้งแล้ง และมีฝนตกน้อยมาก โดยมีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่า 250 มิลลิเมตรต่อปี สิ่งมีชีวิตที่ดำรงชีวิตอยู่ได้ในทะเลทราย คือ สายพันธุ์ที่ทนต่อความแห้งแล้งเท่านั้น สิ่งมีชีวิตในทะเลทรายมีการปรับเปลี่ยนการดำรงชีวิตให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศเพื่อความอยู่รอด สัตว์ในทะเลทรายส่วนใหญ่จะออกหากินในเวลากลางคืนและปรับตัวเพื่อความอยู่รอด เช่น เต่าทะเลทรายจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ใต้ดิน หรือ อูฐ ที่อยู่ในทะเลทรายได้โดยไม่ต้องกินอาหารหรือน้ำนานถึง 2 สัปดาห์ เพราะสะสมไขมันไว้ในหนอก และร่างกายเก็บน้ำได้เป็นอย่างดี หรือ หมาจิ้งจอกทะเลทราย ที่มีขนอุ้งเท้าหนาสำหรับใช้เดินบนพื้นทรายที่ร้อนระอุ ขนสีน้ำตาลของมันเหมือนสีของทรายช่วยพรางตัวจากศัตรู และยังทำหน้าที่สะท้อนความร้อนจากแสงแดด ไม่มีพืชชนิดใดอยู่รอดได้ถ้าขาดน้ำ พืชจึงต้องดิ้นรนเพื่อให้มีน้ำเก็บสะสมอยู่มากพอกับความต้องการ พืชทะเลทรายเกือบทุกชนิดเก็บสะสมน้ำไว้ในลำต้นและใบ พวกมันจึงมีรูปร่างพิเศษกว่าต้นไม้ทั่วไป เช่น กระบองเพชร มีลำต้นอวบใหญ่เพื่อเก็บน้ำไว้ในลำต้น มันปรับเปลี่ยนใบให้เป็นหนามเพื่อลดการคายน้ำ และมีรากยาวชอนไชลงสู่ชั้นใต้ดินเพื่อหาแหล่งน้ำ หรือ ต้นครีโอโสต (creosote) ที่ใบของมันจะเหี่ยวแห้งคาต้นในฤดูแล้ง ทำให้ดูเหมือนต้นไม้ที่ตายแล้ว แต่ในหน้าฝนมันจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาสดชื่นใหม่อีกครั้ง แม้ทะเลทรายจะมีสภาพโหดร้ายสักเพียงใด ธรรมชาติก็ยังสร้างสิ่งมีชีวิตสุดพิเศษที่มีความสามารถในการปรับตัวด้านรูปร่างลักษณะ การปรับตัวด้านสรีระ และการปรับตัวด้านพฤติกรรม เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่รอดได้ท่ามกลางความร้อนจัดและแห้งแล้งนั้น อ้างอิง มารู้จักทะเลทราย […]
ในปัจจุบันแมวหรือเจ้าเหมียว เป็นสัตว์เลี้ยงอีกชนิดหนึ่งที่บรรดาคนรักสัตว์ทั้งหลายอยากจะเป็นเจ้าของ ด้วยนิสัยที่ขี้อ้อนและชอบคลอเคลียของมัน ทำให้หลายคนตกหลุมรักและยอมเป็นทาสแมวโดยไม่รู้ตัว เคยสงสัยบ้างไหมว่าทำไมแมวถึงชอบคลอเคลีย การที่แมวเอาส่วนหัว ส่วนสีข้างตัวหรือส่วนหางมาถูคลอเคลียกับเรานั่นหมายความว่าแมวต้องการทิ้งกลิ่นของตัวเองเอาไว้ โดยในตัวของแมวมีต่อมกลิ่น (Glands) มากมายหลายจุดในร่างกายถูกสร้างขึ้นเพื่อให้แมวมีกลิ่นเฉพาะตัว โดยมีต่อมกลิ่นสำคัญ ๆ 5 จุด กลิ่นเหล่านี้ กระจายติดตามร่างกายของผู้ที่แมวเข้าไปคลอเคลียเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ นอกจากนั้นยังเป็นหนึ่งในการแสดงความอ่อนโยนและเป็นมิตรของแมวอีกด้วย ดังนี้ 1. ต่อมขมับ ต่อมขมับแมวจะใช้ต่อมกลิ่นนี้ถูวัตถุต่าง ๆ รวมทั้งคนเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของและกลิ่นจากขมับหรือหน้าผากยังช่วยบอกตำแหน่งและทำเครื่องหมายเวลาเดินทางไปที่ต่าง ๆ 2. ต่อมแก้ม ต่อมแก้มแมวบางตัวมี 2 ต่อม บางตัวมี 1 ต่อม ทำหน้าที่เหมือนต่อมขมับ 3. ต่อมใต้ขากรรไกร ต่อมใต้ขากรรไกรมี 1 จุดกึ่งกลางของคางพอดีจะผลิตน้ำมันที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำหน้าที่แบบเดียวกับต่อมขมับและต่อมแก้ม 4. ต่อมอุ้งเท้า ต่อมอุ้งเท้ามี 4 จุดตามเท้าแต่ละข้างเป็นต่อมให้กลิ่นแรงสุด กลิ่นจะทำหน้าที่ทันทีเมื่อแมวเหยียดและกางเล็บออกโดยการ “ฝนเล็บ” เป็นการกระจายกลิ่นอุ้งเท้าเพื่อแสดงอาณาเขตและความเป็นเจ้าของ 5. ต่อมหาง ต่อมหางอยู่ทั่วบริเวณหางจะผลิตกลิ่นเวลาแมวใช้หางในการสื่อสาร ถ้าแมวโกรธหางฟูตั้งตรงแข็งบริเวณหางก็จะกระจายกลิ่นให้ตัวอื่นรับรู้ด้วย อ้างอิง ทำไมแมวจึงชอบคลอเคลียที่ขาของเรา ทำไมแมวถึงชอบคลอเคลีย..เอาตัวมาถู..เข้ามาอ้อน https://bit.ly/3f1ZJNh FacebookFacebookXTwitterLINELine
สัตว์ที่มีหัวใจหนึ่งดวงเท่ากัน แต่ไม่ได้แปลว่าจะมีหัวใจ 4 ห้องเหมือนกับคนเราหรอกนะ สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดก็มีระบบหมุนเวียนเลือดที่แตกต่างกันออกไปดังต่อไปนี้ สัตว์จำพวกปลา มีหัวใจ 2 ห้อง ห้องบน (Atrium) ทำหน้าที่นำเลือดเข้าสู่หัวใจห้องล่าง (Ventricle) ส่วนหัวใจห้องล่าง ทำหน้าที่ปั๊มเลือดออกจากหัวใจ โดยเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ำจะเข้าทางห้องบนและไหลต่อไปยังห้องล่าง จากนั้นจะถูกสูบฉีดต่อไปยังเหงือก ภายในเหงือกจะมีเส้นเลือดฝอยจำนวนมากทำหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนแก๊สกับสิ่งแวดล้อมในที่นี้คือน้ำ หลังจากนั้นออกซิเจนจะถูกนำเข้าสู่ร่างกายและคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกนำออกจากร่างกาย ทำให้เลือดมีปริมาณออกซิเจนสูงขึ้นและจะถูกส่งต่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อร่างกายนำออกซิเจนจากเลือดไปใช้แล้ว เลือดที่มีปริมาณออกซิเจนต่ำจะถูกส่งกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนอีกครั้ง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก มีหัวใจ 3 ห้อง มีห้องบน 2 ห้อง ได้แก่ ห้องบนขวา (right atrium) และห้องบนซ้าย (left atrium) ส่วนห้องล่าง (Ventricle) มี 1 ห้อง โดยจะเริ่มจากห้องบนขวารับเลือดที่มีออกซิเจนต่ำมาจากร่างกายส่งไปที่หัวใจห้องล่าง แล้วส่งต่อไปยังปอดและผิวหนังที่มีเส้นเลือดฝอยจำนวนมากเพื่อแลกเปลี่ยนแก๊ส เมื่อปอดและผิวหนังทำการแลกเปลี่ยนแก๊สเสร็จแล้ว จะได้เลือดที่มีปริมาณออกซิเจนสูงขึ้น และเลือดจะถูกส่งกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนซ้าย หลังจากนั้นจะถูกส่งต่อไปยังห้องล่างอีกครั้งเพื่อส่งเลือดที่มีออกซิเจนสูงออกจากหัวใจไปเลี้ยงร่างกาย แต่เนื่องจากหัวใจห้องล่างมีเพียงห้องเดียว จึงทำให้เลือดที่มีออกซิเจนสูงและเลือดที่มีออกซิเจนต่ำปะปนกันได้ สัตว์เลื้อยคลาน มีหัวใจ 3 ห้อง […]
กัญชา พืชสมุนไพรที่นอกจากจะใช้เป็นยาแล้ว ยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้ โดยส่วนที่นิยมนำมาใช้ คือ ใบสดกัญชา เช่น ใบกัญชาอ่อน หรือใบเพสลาด (ไม่อ่อนไม่แก่เกินไป) ใบกัญชามีกรดกลูตามิก (Glutamic acid) ที่ช่วยเพิ่มรสชาติอาหารให้กลมกล่อม และสารTetrahydrocannabinol : THC ทำให้อาหารมีกลิ่นหอมเมื่อกินไปแล้วจึงรู้สึกอยากอาหารมากขึ้นนั่นเอง แต่การนำมาใช้ประกอบอาหารนั้นต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียแก่ร่างกาย ใบสดกัญชามีสาร Cannabidiolic acid : CBDA และสาร Tetrahydrocannabinolic acid : THCA ที่ไม่มีฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (ไม่ใช่สารเมา) แต่ THCA สามารถเปลี่ยนเป็นสาร THC หรือสารเมาได้ ด้วยกระบวนการต่าง ๆ เช่น เมื่อถูกแสงแดด สภาพอากาศร้อน และอุณหภูมิที่สูง หากใบกัญชาอยู่ในสภาวะต่อไปนี้จะทำให้สาร THCA ในใบกัญชาสามารถเปลี่ยนเป็น สาร THC ได้อย่างสมบูรณ์ คือ อุณหภูมิ 98 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 ชั่วโมง อุณหภูมิ […]
