ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
International Museum Day เปิดเข้าชมนิทรรศการ ฟรี! 2 วัน
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) ขอเชิญชวนเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ร่วมเปิดประสบการณ์แห่งการเรียนรู้ในงาน “International Museum Day” ระหว่างวันที่ 18–19 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. เปิดให้เข้าชมนิทรรศการฟรี! ตลอดงาน พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์อีกมากมาย ร่วมสัมผัสโลกแห่งการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด และเปิดมุมมองใหม่ของพิพิธภัณฑ์ยุคอนาคตไปพร้อมกัน ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) FacebookFacebookXTwitterLINELine
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ไบโอฟิล์ม…เมืองเล็ก ๆ ของจุลินทรีย์ขนาดจิ๋ว
หลายคนอาจจะไม่เคยรู้จักว่าไบโอฟิล์ม (biofilm) คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรในชีวิตประจำวัน แต่จริง ๆ แล้วไบโอฟิล์มอยู่ใกล้ตัวเรามาก ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายที่สุด คือ คราบสกปรกที่อยู่ในช่องปากหรือที่เรียกว่า คราบพลัค (plaque) ที่เราต้องแปรงฟันเพื่อกำจัดคราบออกจากฟันของเรานั่นเอง หรืออีกตัวอย่างที่เราสามารถเห็นได้ง่ายคือ คราบสกปรกบนกระเบื้องห้องน้ำที่ลื่น ๆ ในอ่างน้ำ ท่อประปา หรือ ท่อที่ใช้ส่งของเหลว เป็นต้น คราบของไบโอฟิล์มที่เราเห็นนี้ คือ โครงสร้างที่เชื้อจุลินทรีย์สร้างขึ้นมาเหมือนเมือกเพื่อยึดเกาะกับพื้นผิว และใช้ในการดักจับสารอินทรีย์ สารอนินทรีย์ และจุลินทรีย์อื่น ทำให้ภายในโครงสร้างไบโอฟิล์มนี้ สามารถพบการรวมกลุ่มของแบคทีเรียหลายชนิด และยังพบ เชื้อรา ไวรัส และโปรโตซัว ได้อีกด้วย สารที่จุลินทรีย์เหล่านี้สร้างขึ้น คือ extracellular polymeric substance (EPS) ส่วนใหญ่มีองค์ประกอบเป็นพอลิแซคคาไรด์ ทำหน้าที่เหมือนกำแพงหรือเกราะป้องกันสมาชิกที่อยู่ภายในเมืองจากอันตรายที่มาจากสภาวะแวดล้อมภายนอก ส่วนภายในโครงสร้างนี้มีการแลกเปลี่ยนสารที่ประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และกรดนิวคลีอิก ซึ่งเราสามารถพบไบโอฟิล์มเหล่านี้ได้มากบริเวณที่มีความชื้นสูง การเกิดไบโอฟิล์มเริ่มจากแบคทีเรียมาเกาะติดบนพื้นผิว แล้วเพิ่มจำนวนเซลล์พร้อมกับการสร้างสารเมือกล้อมรอบเซลล์จนเกิดเป็นโครงสร้างไบโอฟิล์มที่แข็งแรง ทำให้เชื้อมีโอกาสรอดและเจริญเติบโตได้ดีกว่าการลอยตัวอยู่ในของเหลว และเป็นการดึงดูดให้เชื้ออื่น ๆ มาเกาะติดกันได้ง่ายขึ้น เกิดเป็นแหล่งเพาะเชื้อของจุลินทรีย์ที่ทำให้เชื้อทนต่อยาฆ่าเชื้อ (antibiotic) หรือสารทำความสะอาดได้มากกว่าปกติ […]
ความลับของสีดอกไฮเดรนเยีย
ดอกไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้ที่คนนิยมนำมาใช้จัดช่อดอกไม้หรือปลูกไว้ที่บ้าน เนื่องจากดอกไม้มีสีสันสวยงามตั้งแต่สีแดง ชมพู ม่วง ฟ้าอมม่วง และจากความหมายของดอกไม้ที่ใช้แทนคำขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้างกันมาตลอด (Thank you for understanding) หรือแทนอีกหนึ่งความหมายที่แสดงถึงความเย็นชา เนื่องจากเป็นดอกไม้ที่มีต้นกำเนิดในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น และสามารถทนต่ออากาศหนาวได้ นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งความพิเศษของดอกไฮเดรนเยียคือ การเปลี่ยนสีของดอกไม้จากระดับความเป็นกรดหรือด่างของดินที่ปลูก ทำให้เราสามารถเห็นต้นไฮเดรนเยียจากดอกสีฟ้ากลายเป็นดอกสีแดงได้ในต้นเดียวกัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติของสายพันธุ์ดอกไฮเดรนเยียที่มีชื่อเรียกว่า Bigleaf Hydrangea หรือชื่อวิทยาศาสตร์คือ Hydrangea macrophylla (Thunb.) Ser. อยู่ในวงศ์ Hydrangeaceae ลักษณะของดอกเป็นช่อกลมแน่น ออกดอกตามปลายยอด โดยกลีบดอกสีสันสวยงามที่เราเห็นนี้แท้จริงแล้วคือ กลีบเลี้ยงหรือกลีบประดับคล้ายกลีบดอกจำนวน 4-5 กลีบ และยังมีกลีบดอกขนาดเล็กมากจำนวน 4-5 กลีบ อยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยกลีบประดับ ความพิเศษของสีดอกต้นไฮเดรนเยียนี้ ถูกนำมาใช้เป็นอีกหนึ่งอินดิเคเตอร์ (indicator) หรือตัวชี้วัดความเป็นกรด-ด่างของดินได้ ซึ่งคล้ายคลึงกับการเปลี่ยนสีของกระดาษลิตมัสที่ใช้ทดสอบความเป็นกรด-เบสของสาร โดยเมื่อเราจุ่มกระดาษลิตมัสสีน้ำเงินลงในสารทดสอบที่เป็นกรด กระดาษจะเปลี่ยนเป็นสีแดง แต่ถ้าสารทดสอบเป็นเบส กระดาษลิตมัสสีแดงจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งคล้ายกับการเปลี่ยนสีดอกไฮเดรนเยียแต่จะเปลี่ยนสีตรงกันข้ามกัน โดยเมื่อดินที่ปลูกมีสภาพเป็นกรดดอกไฮเดรนเยียจะมีสีฟ้า หากดินมีสภาพเป็นเบสดอกไฮเดรนเยียก็จะปรากฏเป็นสีม่วงไปจนถึงสีแดง การเปลี่ยนแปลงของสีดอกนี้เกิดจากสารสีหรือรงควัตถุ (pigment) ที่เรียกว่า delphinidin-3-glucoside เป็นกลุ่มสารแอนโทไซยานินที่ทำให้ใบไม้มีสีแดงในฤดูใบไม้ร่วง และสีของผลเบอร์รี่นั่นเอง นอกจากสภาวะความเป็นกรดด่างของดินแล้ว […]
การกลับมาของหมาป่ายักษ์ ” Dire Wolf ” สัตว์แห่งยุคดึกดำบรรพ์
เมื่อวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า ความเป็นไปไม่ได้ในอดีตกลับเป็นไปได้ในปัจจุบัน ด้วยความพร้อมของอุปกรณ์และความรู้ของสัตว์ที่ชาญฉลาดอย่างมนุษย์ การปลุกให้สิ่งมีชีวิตที่เคยสูญพันธุ์ไปแล้วในอดีตให้มีชีวิตอีกครั้งจึงเป็นสิ่งที่ท้าทายและสามารถเกิดขึ้นได้จริงแล้วในตอนนี้ สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ประสบความสำเร็จในการทดลองฟื้นคืนชีพนั่นคือ หมาป่าไดร์ (Dire Wolf) สัตว์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคน้ำแข็ง Dire Wolf หรือหมาป่าไดร์ สัตว์ตระกูลสุนัข (Canine) ขนาดใหญ่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Canis dirus สุดยอดนักล่าที่มีพลังกัดแข็งแกร่ง สามารถล่าสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น ม้าป่าตะวันตก (Equus occidentalis) สลอธดินฮาร์ลาน (Paramylodon harlani) มาสโตดอน (Mammut americanum) อูฐโบราณ (Camelops hesternus) และไบซันโบราณ (Bison antiquus) ในยุคนั้นได้ หมาป่าไดร์มีชีวิตอยู่ในช่วงยุคไพลสโตซีน (Pleistocene) ประมาณ 250,000-10,000 ปีที่แล้ว และเป็นหนึ่งในตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในเชิงสัญลักษณ์และเนื้อเรื่องจากภาพยนตร์ Game of Thrones การฟื้นคืนชีพหมาป่าไดร์เป็นหนึ่งในผลงานที่ประสบความสำเร็จของบริษัท Colossal Biosciences ในสหรัฐอเมริกา ที่สามารถทำการทดลองสิ่งมีชีวิตที่ตายและสูญพันธุ์ไปแล้วให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมโดยการใช้ดีเอ็นเอโบราณจากฟอสซิลของหมาป่าไดร์ และเซลล์เม็ดเลือดจากหมาป่าสีเทาที่ยังมีชีวิตอยู่ มาผ่านกระบวนการ CRISPR ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการดัดแปลงพันธุกรรม แล้วทำการถ่ายโอนสารพันธุกรรมที่ได้ไปยังเซลล์ไข่ของสุนัขบ้านที่ถูกนำนิวเคลียสออก จากนั้นจึงเพาะเลี้ยงให้ตัวอ่อนพัฒนาแข็งแรงในห้องปฏิบัติการ ก่อนจะย้ายไปฝังตัวในมดลูกของสุนัขบ้านตัวแทนเพื่ออุ้มบุญให้เจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนที่สมบูรณ์ต่อไป […]

