ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
“ต้นตีนเป็ด” กลิ่นของฤดูหนาวช่วงท้ายปี
ฤดูหนาว เป็นฤดูกาลที่หลายคนต่างตั้งตารอ ทั้งสภาพอากาศที่เย็นสบาย ลมพัดเอื่อย ๆ แสงแดดที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นและแจ่มใสในเวลาเดียวกัน รวมถึงเทศกาลหรือเหตุการณ์มากมายที่จะเกิดขึ้นในช่วงท้ายปี สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกลิ่นอายที่บ่งบอกการมาเยือนของฤดูหนาวได้เป็นอย่างดี ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีกลิ่นที่ให้ความรู้สึกเฉพาะตัวแตกต่างกันออกไป เช่น ในประเทศแถบทวีปยุโรปอาจจะเป็นกลิ่นไม้สน หิมะ หรือเตาไฟ ส่วนในประเทศไทยเรานั้นก็คงหนีไม่พ้นกลิ่นของดอก “ต้นตีนเป็ด” นี่แหละ ต้นตีนเป็ด หรือ “พญาสัตบรรณ” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Alstonia scholaris (L.) R.Br. จัดอยู่ในวงศ์ Apocynaceae เป็นไม้ยืนต้นสูง 15–20 เมตร พบเห็นได้ทั่วไป นิยมปลูกริมถนนหรือพื้นที่กลางแจ้ง ลักษณะเรือนยอดแผ่เป็นชั้นคล้ายฉัตร ทุกส่วนของต้นมีน้ำยางสีขาว ใบเป็นใบเดี่ยว รูปร่างยาวรี ปลายใบมน โคนแหลม ใบออกเป็นกลุ่มรอบกิ่งส่วนมากมี 7 ใบ (สัตหรือสัตตะ แปลว่า 7) ดอก ออกเป็นช่อเเละเเน่นเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง หนึ่งช่อจะมีดอกย่อยจำนวนมากสีขาวหรือขาวอมเขียว เวลาบานจะบานสะพรั่งพร้อมกันทั้งช่อและส่งกลิ่นหอมรุนแรงจนได้ฉายาว่า ต้นไม้ปีศาจ กลิ่นนี้เมื่อสูดดมเพียงเล็กน้อยจะรู้สึกหอมเย็นเหมือนอยู่ในป่า หากสูดดมมากจะรู้สึกวิงเวียนศีรษะ ยิ่งในช่วงค่ำจะส่งกลิ่นแรงกว่าเวลาอื่น ๆ และเนื่องจากออกดอกเพียงปีละครั้งช่วงปลายฝนต้นหนาว เดือนตุลาคม – […]
ความรัก ใช้หัวใจหรือใช้สมอง?
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมแค่สบตาใครบางคน ใจถึงเต้นแรงโดยไม่ทันตั้งตัว ทำไมบางคนเพียงแค่คิดถึงก็ทำให้ยิ้มได้ทั้งวัน หรือทำไม “รักแรก” ถึงฝังอยู่ในความทรงจำ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เราอาจจะคุ้นเคยกับคำพูดที่ว่า ความรักคือเรื่องของหัวใจ แต่ในมุมมองทางวิทยาศาสตร์ความรู้สึกที่เรียกว่า “รัก” เริ่มต้นขึ้นที่สมอง ก่อนจะส่งสัญญาณไปให้หัวใจรับรู้ เมื่อเรากำลังตกหลุมรัก สมองจะเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า ความรักแบบหลงใหล (infatuated love) ซึ่งเป็นช่วงที่ระบบให้รางวัลของสมอง (reward system) ทำงานอย่างเด่นชัด ระบบให้รางวัลนี้เป็นระบบเดียวกับที่ทำงานเมื่อเรากินของอร่อย ประสบความสำเร็จหรือได้รับคำชื่นชม สมองจะหลั่งสารเคมีที่ชื่อว่า โดปามีน (dopamine) ออกมา ทำให้เรารู้สึกดี ตื่นเต้น มีพลัง และอยากเข้าใกล้คนคนนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยเหตุนี้เอง เพียงแค่เห็นหน้าใครบางคน หัวใจก็อาจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว นอกจากโดปามีนแล้ว ความรักยังเกี่ยวข้องกับสารเคมีอื่น ๆ อีกหลายชนิด เช่น นอร์อิพิเนฟริน (Norepinephrine) ซึ่งช่วยกระตุ้นความตื่นตัว ทำให้เราจดจ่อและจดจำรายละเอียดเล็ก ๆ เกี่ยวกับคนที่เรารักได้เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม น้ำเสียง หรือคำพูดธรรมดา ๆ ที่กลับมีความหมายมากกว่าปกติ ขณะเดียวกัน ระดับของเซโรโทนิน (Serotonin) […]
รถไฟเหาะตีลังกา
เครื่องเล่นในสวนสนุกเป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความท้าทายต้องไม่พลาดกันเลย นั่นก็คือ “รถไฟเหาะตีลังกา” ซึ่งเป็นเครื่องเล่นน่าหวาดเสียว อาจจะเป็นเรื่องยากสักหน่อยที่ในขณะเล่นอยู่นั้นจะไม่กรีดร้องเลย เพราะการเคลื่อนที่ของรถไฟเหาะตีลังกาเกิดจากแรงโน้มถ่วงของโลกกับแรงเฉื่อยในการเคลื่อนที่จากที่สูงลงมาอย่างอิสระตามเส้นทางของรางที่ถูกออกแบบไว้ แต่เบื้องหลังของความสนุกสุดเหวี่ยงที่เกิดขึ้นทำให้เราได้เครื่องเล่นที่สามารถสร้างความสนุกสนานแล้ว การเคลื่อนที่ของเครื่องเล่นชิ้นนี้ยังใช้หลักการของฟิสิกส์หลาย ๆ อย่าง เช่น พลังงานศักย์โน้มถ่วง พลังงานจลน์ แรงเข้าสู่ศูนย์กลาง แรงโน้มถ่วงของโลก เป็นต้น การเคลื่อนที่ของรถไฟเหาะตีลังกาเริ่มต้นจากการถูกดึงด้วยระบบโซ่และมอเตอร์ขึ้นไปยังจุดสูงสุดเพื่อทำการปล่อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลกและเคลื่อนที่ด้วยแรงเฉื่อย การกักเก็บพลังงานทำให้รถไฟที่กำลังเคลื่อนที่ลงอย่างอิสระจากจุดสูงสุดนั้นจะมีพลังงานศักย์โน้มถ่วงมากที่จุดเริ่มต้นของราง ขณะที่รถไฟถูกปล่อยลงมาจะเปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์และจะมีพลังงานจลน์สูงสุด ณ จุดต่ำสุดของราง ยิ่งจุดเริ่มต้นนั้นมีความสูงมากเท่าไหร่ พลังงานศักย์โน้มถ่วงก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้นและเปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์ได้มากขึ้นตามความเร็วเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างองศาของรางทำมุม 60 ํ สามารถทำความเร็วได้ถึง 125 km/h เลยทีเดียว จากความรู้สึกที่ได้เล่นรถไฟเหาะนั้น ในขณะรถไฟเหาะกำลังแล่นลงมาจากที่สูงวิ่งเข้ามายังวงกลม จะเกิดแรงกระทำต่อตัวเรามากที่สุด เราจะรู้สึกว่าน้ำหนักตัวเองเพิ่มขึ้นจนหลังติดเบาะ และเมื่อรถไฟเคลื่อนที่ขึ้นไปถึงจุดบนสุดของวงกลม เราจะรู้สึกได้ถึงสภาวะไร้น้ำหนัก และกลับมาสู่ภาวะปกติอีกครั้งเมื่อลงมาที่จุดต่ำสุด การเปลี่ยนแปลงของแรงที่กระทำต่อตัวเราทำให้เรารู้สึกสนุก ตื่นเต้นตลอดเวลาในขณะนั่งอยู่บนรถไฟเหาะ ยิ่งหากรางมีรูปแบบเป็นหยดน้ำทรงคว่ำด้วยแล้ว ความสนุกจะเกิดขึ้นจากการที่รัศมีของวงกลมด้านบนมีค่าน้อยกว่าด้านล่าง ก่อให้เกิดแรงเข้าสู่ศูนย์กลางของรถไฟด้านบนมีค่ามากกว่าด้านล่าง จึงทำให้ตัวของเราติดกับที่นั่งมากขึ้น และเมื่อรถไฟแล่นกลับลงมาความเร่งจะลดลง ผู้เล่นจะไม่รู้สึกอึดอัดนั่นเอง รวมถึงโค้งต่าง ๆ ในเส้นทางของรางที่จะเกิดแรงเข้าสู่ศูนย์กลางด้วยเช่นกัน ปัจจุบันวิศวกรออกแบบรถไฟได้นำเทคโนโลยีระบบมอเตอร์และแม่เหล็กไฟฟ้าเข้ามาช่วยในการเคลื่อนที่ เพื่อให้รถไฟขับเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่องในรูปแบบหลากหลายมากยิ่งขึ้น ในความสนุกสนานก็มีอันตรายเช่นเดียวกัน ซึ่งการเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกก็อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำที่บอกเอาไว้ อ้างอิง ฟิสิกส์ของรถไฟเหาะ ฟิสิกส์ในชีวิตประจำวัน […]
วัคซีนคืออะไร (What is a vaccine?)
ในวัยเด็ก ทุกคนต้องเคยยืนต่อแถวรอฉีดวัคซีน (Vaccine) ที่โรงเรียนกันมาบ้าง ปลายแหลม ๆ ของเข็มฉีดยา คงน่ากลัวไม่น้อยสำหรับเด็ก ๆ บางคนร้องไห้ บางคนวิ่งหนี แต่ทุกคนก็ต้องถูกฉีดวัคซีนจนได้ นั่นเป็นเพราะว่า วัคซีนมีความสำคัญในการป้องกันโรคต่าง ๆ วัคซีน (Vaccine) คือ สารชนิดหนึ่งที่ฉีดเข้าสู่ร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรค ในวัคซีนมีเชื้อโรคที่ไม่ทำให้เกิดโรค ได้มาจากส่วนประกอบของเชื้อโรค เชื้อโรคที่ตาย หรืออ่อนฤทธิ์แล้ว เมื่อร่างกายได้รับวัคซีน ก็จะมีคู่ซ้อมในการสร้างภูมิคุ้มกันโรค เนื่องจากเชื้อโรคในวัคซีน ไม่ใช่เชื้อโรคจริง เม็ดเลือดขาวจะเสมือนได้ซ้อมต่อสู้กับเชื้อโรค หากเกิดการติดเชื้อโรคจริง ๆ ขึ้นมา เม็ดเลือดขาวที่เคยผ่านการต่อสู้มาแล้ว ก็จะชนะเชื้อโรคได้ ภูมิคุ้มกันจะจดจำการต่อสู้กับเชื้อโรคนั้น หากร่างกายได้รับเชื้อโรคชนิดเดิมซ้ำอีก มันจะถูกกำจัดอย่างรวดเร็ว เป็นการช่วยลดความร้ายแรง และลดอาการป่วยหนักจากโรค วัคซีนไม่ใช่สารที่มีภูมิคุ้มกันโรค ความจริงแล้ว วัคซีนเป็นสารที่มีเชื้อโรคที่ไม่อันตรายต่อร่างกาย ซึ่งจะเข้าไปช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะต่อเชื้อโรคนั้น ๆ อ้างอิงhttps://bit.ly/2TmZPVfhttps://bit.ly/3h6biBthttp://guruvaccine.comhttps://www.facebook.com/thaimoph/ FacebookFacebookXTwitterLINELine

