ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
แมงกะพรุนผู้ไม่มีสมอง
“เคยคิดไหมว่าทำไมสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า แมงกะพรุน ที่ไม่มีสมอง ไม่มีหัวใจ ทำไมยังคงมีชีวิตอยู่มาถึงทุกวันนี้” แมงกะพรุนจัดอยู่ในกลุ่ม Cnidarian ซึ่งเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง แม้จะถูกเรียกว่า jellyfish หรือ ปลาวุ้น ในภาษาอังกฤษ แต่ความจริงแล้วแมงกะพรุนไม่ใช่ปลา แมงกะพรุนเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลกนี้มานานกว่า 500 ล้านปี ซึ่งนานกว่าสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ และอยู่มาก่อนที่จะมีไดโนเสาร์ถึง 230 ล้านปี แม้จะอยู่มาก่อนการเกิดของไดโนเสาร์ แมงกะพรุนก็ยังคงอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จทางวิวัฒนาการที่น่าประทับใจ แมงกะพรุนไม่มีสมองที่จะช่วยคิดหรือควบคุมการเคลื่อนไหวเหมือนกันกับสัตว์ตัวอื่น ๆ แต่พวกมันมีระบบประสาทที่กระจายตัวอยู่ทั่วร่างกายเรียกว่า “nerve net” ซึ่งทำหน้าที่เหมือนระบบประสาทของสัตว์หลายชนิด ระบบนี้ช่วยให้แมงกะพรุนสามารถตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว และใช้วิธีในการเคลื่อนไหว หากิน โดยไม่จำเป็นต้องมีสมองมาคอยสั่งการและพวกมันสามารถปรับตัวเข้ากับธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม และด้วยความที่แมงกะพรุนมีโครงสร้างร่างกายที่เรียบง่าย ตัวของมันประกอบไปด้วยน้ำมากถึง 95% จึงทำให้เหล่าแมงกะพรุนล่องลอยพริ้วไหวสง่างาม ดูเป็นหนึ่งเดียวกันกับกระแสน้ำ นับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งที่สุดในธรรมชาติ แมงกะพรุนเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ มากกว่าการควบคุมหรือเอาชนะมัน การปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติอย่างเรียบง่ายอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการอยู่รอดในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับแมงกะพรุนที่ล่องลอยไปตามกระแสน้ำ แม้ไม่มีสมองหรือหัวใจ พวกมันยังคงอยู่รอดตลอดหลายล้านปี แสดงถึงความสำเร็จทางชีววิทยา และ สะท้อนให้เห็นว่าความซับซ้อนไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่ทำให้สิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการ อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
ค่าดัชนีน้ำตาล…หนึ่งตัวช่วยเลือกคาร์โบไฮเดรตเพื่อสุขภาพ
คาร์โบไฮเดรตเป็นหนึ่งในสารอาหาร 5 หมู่ ที่ประกอบด้วยข้าว แป้ง น้ำตาล เมื่อเราบริโภคอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตนี้ ร่างกายจะย่อยสลายกลายเป็นน้ำตาลกลูโคสที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก และถูกดูดซึมเข้ามาในกระแสเลือด ร่างกายจะควบคุมระดับน้ำตาลโดยหลั่งฮอร์โมนอินซูลินจากตับอ่อน เปลี่ยนน้ำตาลเป็นไกลโคเจน ลำเลียงไปเก็บไว้ในตับและกล้ามเนื้อ เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย ส่วนน้ำตาลที่มากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการนั่น จะถูกตับเปลี่ยนไปเป็นไขมันที่เป็นพลังงานสำรองของร่างกาย ซึ่งจะค่อย ๆ สะสมเพิ่มมากขึ้นใต้ชั้นผิวหนังและตามอวัยวะต่าง ๆ จึงทำให้เกิดโรคอ้วนได้ หลายคนจึงมักเลือกบริโภคอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตน้อยลงเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกาย แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตทุกประเภทจะเป็นอันตรายในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ตัวอย่าง ใยอาหารที่จัดอยู่ในกลุ่มของคาร์โบไฮเดรตก็ยังคงมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อที่จะเลือกคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพ และเป็นหนึ่งในตัวช่วยให้คนที่เป็นโรคเบาหวานที่มีความบกพร่องในการสร้างอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จึงมีการกำหนดค่าดัชนีน้ำตาลของอาหาร หรือ Glycemic Index นิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่าค่า GI คือ ค่าที่บ่งบอกถึงความเร็วของระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มขึ้นหลังรับประทานอาหารภายใน 2-3 ชั่วโมง ใช้เปรียบเทียบในอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเท่านั้น โดยมีค่าตั้งแต่ 0–100 และกำหนดให้น้ำตาลกลูโคสมีค่าสูงสุดเท่ากับ 100 สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ คือ ● Low GI (ค่าดัชนีน้ำตาล 0-55) เช่น […]
อาหารปลอดภัย จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร (From farm to table)
กว่าอาหารจะเดินทางมาถึงโต๊ะอาหารที่พร้อมเสริฟให้กับผู้บริโภคได้นั้น ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ มากมาย ทำให้ง่ายต่อการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์และสารเคมี โดยถ้าไม่มีการตรวจสอบ ควบคุม และป้องกันที่ดี อาหารก็สามารถก่อให้เกิดโรคกับผู้บริโภคได้ เช่น โรคอาหารเป็นพิษ โรคอุจจาระร่วง เป็นต้น ดังนั้นเพื่อให้ได้อาหารที่มีมาตรฐาน และปลอดภัยจากมือผู้ผลิตส่งถึงมือผู้บริโภค แต่ละขั้นตอนจึงต้องมีการตรวจสอบ และป้องกันการปนเปื้อนของอาหาร โดยใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุและปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนในอาหารได้ ฟาร์มคือจุดเริ่มต้นของอาหาร ผู้ผลิตจึงต้องให้ความสำคัญในเรื่องความสะอาดของวัตถุดิบ และการปนเปื้อนของอาหารให้น้อยที่สุด เช่น ใช้การทำเกษตรอินทรีย์ ที่มีวิธีการทางธรรมชาติในการควบคุมศัตรูพืช รวมทั้งการตรวจสอบคุณภาพน้ำที่ใช้ทำการเกษตรต้องไม่ปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารไม่สะอาด เป็นต้น วัตถุดิบจากฟาร์มเหล่านี้จะถูกส่งต่อมาถึงโรงงานที่ต้องนำวัตถุดิบมาผ่านกระบวนการแปรรูป เพื่อยืดเวลาเก็บรักษาและเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตในรูปแบบต่างๆ เช่น การแปรรูปนม ต้องนำมาฆ่าเชื้อ (พาสเจอไรซ์) เพื่อให้เก็บได้นานขึ้น หรือการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมในรูปแบบต่างๆ เช่น ชีส เป็นต้น โดยกระบวนการแปรรูปนี้ต้องมีการตรวจสอบและควบคุมให้ได้มาตรฐานและมีความสะอาด ตั้งแต่สถานที่ผลิต เครื่องมือและอุณหภูมิที่ใช้ในแปรรูป เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนในระหว่างการแปรรูปอาหารได้ อาหารที่แปรรูปแล้วจะถูกขนส่งออกจากโรงงาน เพื่อส่งให้กับผู้บริโภค โดยขั้นตอนการขนส่งนี้ ถ้าควบคุมความสะอาดไม่ดีก็อาจจะทำให้เกิดการปนเปื้อนได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น รถขนส่งที่ไม่สะอาดและไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม เชื้อจุลินทรีย์สามารถเจริญเติบโตได้ดี ทำให้อาหารเกิดการเน่าเสียก่อนถึงมือผู้บริโภคได้ เมื่อผลิตภัณฑ์อาหารเหล่านี้ส่งถึงมือผู้บริโภคแล้ว การปนเปื้อนก็ยังคงสามารถเกิดขึ้นได้จากความสะอาดในขั้นตอนการปรุงอาหารของผู้บริโภคนั่นเอง โดยทางองค์การอนามัยโลก ได้กำหนดข้อปฏิบัติตามหลัก […]
ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับแตงโม
ถ้าหากพูดถึงผลไม้รสหวานฉ่ำ เมื่อรับประทานแล้วจะช่วยคลายร้อนและเพิ่มความสดชื่น หลายคนคงต้องนึกถึงแตงโมเป็นแน่ แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะรับประทานแบบสดกัน แต่แตงโมก็ยังสามารถทำเป็นน้ำผลไม้หรือเมนูอาหารอื่นได้ นอกจากนี้แตงโมยังมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการอีกด้วย แตงโม (Watermelon) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Citrullus lanatus (Thunb.) Mats. & Nakai ถูกจัดให้อยู่ในวงศ์ CUCURBITACEAE จัดเป็นพืชในตระกูลเดียวกันกับแคนตาลูป ฟักทอง แตงกวา ประโยชน์ทางโภชนาการของการรับประทานแตงโม แตงโมเป็นแหล่งวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการ แถมยังประกอบด้วยน้ำ ประมาณ 91 เปอร์เซ็นต์ เมื่อรับประทานแล้วยังทำให้เราไม่ขาดน้ำอีกด้วย โดยแตงโมนั้นมีประโยชน์ทางโภชนาการดังนี้ ไลโคปีน (Lycopene) เป็นแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ชนิดหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอ และยังสร้างสีแดง สีส้มและสีเหลืองในผักและผลไม้ การรับประทานอาหารที่มีไลโคปีนเป็นประจำยังยังช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย วิตามินเอ (Vitamin A) มีความสำคัญต่อกระบวนการต่างๆ ในร่างกาย ช่วยในเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน การมองเห็น และการทำงานของอวัยวะสำคัญ ๆ วิตามินซี (Vitamin C) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระนี้จำเป็นสำหรับสุขภาพผิวและการทำงานของภูมิคุ้มกัน ซิทรูลีน (Citrulline) เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่พบในแตงโมซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจ […]

