ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ความรักที่น่ายกย่องของนกเงือก
นกเงือก (Hornbills) เป็นนกโบราณที่มีขนาดใหญ่ โดยรูปร่างของมันจะมีจะงอยปากใหญ่และโค้ง มีสีขนส่วนใหญ่เป็นสีดำและขาว มีขนตายาวและโค้งงอน และเมื่อนกบินผ่านก็จะได้ยินเสียงดังตอนที่กระพือปีก เพราะนกเงือกไม่มีขนคลุมปีก ลมจึงผ่านช่องว่างระหว่างโคนขนปีกแล้วทำให้เกิดเสียงขึ้นมา นกเงือกเป็นนกที่กินผลไม้เป็นหลัก โดยเฉพาะผลไม้สุก เช่น ไทร มะเมื่อย ตาเสือ และยางโอน นกเงือกนั้นถูกพูดถึงในแง่ของการเป็นต้นแบบของความรักที่น่ายกย่อง เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ช่วยกันสร้างรังเพื่อเลี้ยงลูกในช่วงฤดูผสมพันธุ์ นกเงือกจะจับคู่เพื่อผสมพันธุ์เพียงแค่ตัวเดียว (monogamous) ในหนึ่งช่วงฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น พ่อและแม่นกเงือกจะต้องอยู่ด้วยกันตลอดถึงครึ่งปีเพื่อช่วยดูแลลูกนกเงือกให้ออกมาใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์และแข็งแรงพร้อมที่จะดูแลชีวิตของตัวเองได้ กว่าที่ตัวผู้จะมัดใจตัวเมียได้นั้นจะต้องมีการเตรียมความพร้อมไม่ว่าจะเป็นการหารังที่เหมาะสม เนื่องจากปกตินกเงือกมักจะอยู่กันเป็นฝูง แต่พอถึงช่วงฤดูผสมพันธุ์ก็จะแยกจากฝูงไปเป็นคู่ เพื่อทำรังเลี้ยงลูก นกเงือกจะทำรังในโพรงไม้ แต่ไม่สามารถสร้างโพรงรังขึ้นมาเองได้จึงต้องอาศัยโพรงที่เกิดจากสัตว์ตัวอื่นที่สร้างโพรงทิ้งไว้แล้วอย่างเช่น เกิดจากนกหัวขวานมาเจาะทำรัง เมื่อเวลาผ่านไปโพรงก็จะขยายขึ้นจากเชื้อรา และเกิดจากผึ้งมาทำรังทำให้หมีมาขุดหาน้ำหวานจนเกิดเป็นโพรง นกเงือกตัวเมียจะต้องอยู่ภายในรังประมาณ 3-4 เดือนเพื่อฟักไข่และเลี้ยงลูก ลักษณะของโพรงจะต้องไม่ใหญ่หรือแคบไปเพราะฉะนั้นการหารังที่ดี ๆ ของตัวผู้จึงเป็นการมัดใจให้ตัวเมียตัดสินใจพร้อมผสมพันธุ์โดยต้องใช้เวลาเกือบเดือน นอกจากนี้ตัวผู้ยังต้องดูแลเอาใจใส่โดยจะตามติดตัวเมียตลอดเวลา ตัวเมียบินไปไหนตัวผู้ก็จะบินตามไปด้วยพร้อมทั้งหาอาหารมาให้ตัวเมีย จนในที่สุดตัวเมียก็พร้อมที่จะรับคำขอของตัวผู้เมื่อตัวเมียตัดสินใจจะเข้าไปอยู่ในโพรง ก็เริ่มทำความสะอาดโพรงและตัวเมียจะปิดปากโพรงโดยใช้เศษดิน เศษไม้หรือมูลของมันมาฉาบรอบรูโพรงให้แคบลง ให้สามารถรับอาหารจากตัวผู้และถ่ายมูลได้อย่างเดียว หลังจากนี้พ่อและแม่นกเงือกจะรับหน้าที่ที่สำคัญในการเลี้ยงลูกนกเงือก โดยแม่นกจะอยู่ในรังกับลูกตลอด ไม่ใช่แค่เพียงที่กล่าวมาเท่านั้นเพราะพ่อนกยังจะคอยหาอาหารมาให้แม่นกและจะเริ่มหาอาหารมาป้อนบ่อยขึ้น หลังจากมีลูกนกฟักไข่ออกมา พ่อนกจะไม่ได้หาเฉพาะผลไม้แต่จะหาอาหารชนิดอื่นอย่างเช่น แมลง งู ไข่ และลูกนก เพื่อให้ได้โปรตีน และแคลเซียมสูง ทำให้ลูกนกเจริญเติบโตได้สมบูรณ์และแข็งแรงถึงแม้พ่อนกจะเจออุปสรรคหรือบาดเจ็บอย่างไร […]
แสงเหนือ แสงใต้ ปรากฏการณ์จากท้องฟ้า
ความสวยงามที่หลายคนตามล่าเพื่อที่จะได้เห็นกับตาสักครั้ง ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าตื่นตาและสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คน ความงดงามของแสงสีบนท้องฟ้าในเวลากลางคืนที่มองดูคล้ายกับม่าน และมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างรวดเร็วราวกับว่าแสงนั้นกำลังเต้นระบำอยู่ ซึ่งมีชื่อเรียกว่าแสงเหนือ – แสงใต้ หรือออโรรา (Aurora) ออโรรา (Aurora) เป็นปรากฏการณ์การเกิดแนวแสงสว่างสีต่าง ๆ บนท้องฟ้ายามค่ำคืน มักเกิดขึ้นในแถบประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตละติจูดสูง ซึ่งก็คือ บริเวณขั้วโลกที่มีอุณหภูมิต่ำ อากาศหนาวเย็น ซึ่งหากเกิดบริเวณใกล้ขั้วโลกเหนือ จะเรียกว่า แสงเหนือ (Aurora borealis) และบริเวณใกล้ขั้วโลกใต้ เรียกว่า แสงใต้ (Aurora australis) แสงเหนือ – แสงใต้ เกิดได้อย่างไรกันนะ แสงเหนือ-แสงใต้ เกิดจากอนุภาคอิเล็กตรอน โปรตอน หรือไอออนอื่น ๆ ที่มีพลังงานสูงถูกปล่อยออกมาจากดวงอาทิตย์ขณะกำลังโคจร ซึ่งอนุภาคเหล่านี้จะเคลื่อนที่มากับลมสุริยะและเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก เมื่ออนุภาคเคลื่อนที่ผ่านชั้นบรรยากาศในระดับความสูงประมาณ 80 – 1,000 กิโลเมตร จากพื้นดินจะชนเข้ากับโมเลกุลของก๊าซที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ และปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของแสงที่เรามองเห็นเป็นสีต่าง ๆ ซึ่งสีของแสงที่ปรากฏให้เห็นบนท้องฟ้าจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าอนุภาคดังกล่าวชนกับโมเลกุลของก๊าซในช่วงระดับความสูงใด รวมถึงชนิดของก๊าซที่พบในชั้นบรรยากาศนั้น ๆ ด้วย โดยก๊าซออกซิเจนจะให้แสงสีเขียวหรือสีแดง ไนโตรเจนให้แสงสีน้ำเงินหรือสีม่วง ส่วนฮีเลียมให้แสงสีฟ้าหรือสีชมพู แสงเหนือ – แสงใต้ […]
ภาพมองตาม (HOLLOW-FACE ILLUSION)
ภาพมองตาม (hollow-face illusion) เป็นภาพลวงตา (optical illusion) ที่น่าทึ่ง เมื่อเรามองไปที่ภาพใบหน้าคน ในขณะที่เรายืนห่างออกมา 3-5 เมตร จะเห็นว่าภาพนั้นหันหน้ามองมาทางเรา แต่เมื่อเราเดินไปทางซ้าย หรือเดินไปทางขวา พบว่าภาพนั้นหันหน้าตามเรามาด้วย ภาพสามารถหันหน้าตามเราได้จริง ๆ หรือว่าเราตาฝาดกันแน่ ในการเห็นภาพต่าง ๆ นั้น มีความสัมพันธ์กับกระบวนการทางสมองของเรา สมองรู้ว่าหน้าเป็นทรงนูน (convex) ไม่ใช่ทรงเว้า (concave) โดยอันที่จริงแล้ว ภาพมองตาม เป็นภาพที่เว้า (hollow) ลึกเข้าไป แต่ด้วยกระบวนการของสมองเห็นว่าภาพเป็นหน้าทรงนูน และเมื่อเราเคลื่อนที่ไป เงา (shadow) บนหน้าของภาพลวงตาที่เปลี่ยนไปทำให้เห็นว่าภาพหันหน้าตามเรามา มาพบกับ ภาพมองตาม ได้ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ กันนะครับ อ้างอิง https://1th.me/hSz3i FacebookFacebookXTwitterLINELine
กินเห็ดแล้วมีประโยชน์อย่างไร
เห็ดเป็นสิ่งมีชีวิตกลุ่มหนึ่งที่มนุษย์เรารู้จักและนำมาบริโภคเป็นอาหารและยามานานหลายร้อยปีด้วย ที่มีรสชาติที่หลากหลาย จึงเป็นที่นิยมในการนำไปประกอบเป็นอาหาร อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จึงเหมาะที่จะเป็นเมนูสำหรับคนรักสุขภาพ มาทำความรู้จักเห็ดกัน เห็ด (Mushrooms) เป็นราชนิดหนึ่ง ที่ถูกจัดอยู่ในอาณาจักรฟังไจ (Kingdom Fungi) ไม่สามารสังเคราะห์แสงด้วยตัวเองได้เนื่องจากไม่มีคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) เห็ดจึงเป็นราขนาดใหญ่ซึ่งมีการเจริญเติบโตเป็นเส้นใย เมื่อถึงระยะที่จะสืบพันธุ์เส้นใยจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนดอกเห็ด เพื่อสร้างสปอร์ไว้กระจายพันธุ์ต่อไป มีรูปร่างสวยงามแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของเห็ดนั้น ๆ ประโยชน์ของเห็ดมีอะไรบ้าง 1. มีคุณสมบัติในการต่อต้านมะเร็ง ในปี 2010 มีการศึกษาและถูกตีพิมพ์ในวารสาร Experimental Biology and Medicine ได้ทดสอบเห็ด 5 ชนิด ได้แก่ เห็ดไมตาเกะ เห็ดคริมมินิเห็ดกระดุมสีน้ำตาล เห็ดนางรม และเห็ดกระดุมสีขาว พบว่าสามารถยับยั้งการเติบโตและการสืบพันธุ์ของเซลล์มะเร็งเต้านมได้ นอกจากนี้เห็ดหอมหรือเห็ดซิตาเกะ ยังมีสารเลนทิแนน (Lentinan) ซึ่งเป็นโมเลกุลของน้ำตาลชนิดหนึ่ง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยมะเร็งบางชนิดในระหว่างที่เข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัด แม้ว่าจะไม่ได้ฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรง แต่จะช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจช่วยในการชะลอการเติบโตของเนื้องอกได้และยังฆ่าไวรัสและจุลินทรีย์โดยตรงในการศึกษาในห้องปฏิบัติการ นักวิจัยในญี่ปุ่นได้ทำการศึกษาผู้ชายมากกว่า 36,000 คน พบว่าคนที่กินเห็ดเป็นประจำมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลดลง ส่วนคนที่กินเห็ด 3 ครั้งต่อสัปดาห์ขึ้นไป จะมีความเสี่ยงต่ำกว่าผู้ที่กินเห็ดน้อยกว่า 17 […]

