ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
นาฬิกาแดดที่ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ
นาฬิกาแดดแบบอิเควเตอเรียล (Equatorial Sundial) ที่ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ วางที่ตำแหน่ง ละติจูด 13 องศา 42 ลิปดา 19 ฟิลิปดา เหนือ ลองจิจูด 100 องศา 34 ลิปดา 3 ฟิลิปดา ตะวันออก หลายคนอาจมีความสงสัยหรือมีคำถามในใจว่าจะใช้บอกเวลาเราได้จริงหรือไม่ ตอนนี้เรามาลองอ่านค่าของเวลาที่นาฬิกาแดดนี้ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นกับตาตัวเองว่านาฬิกาแดดนี้จะใช้บอกเวลาได้หรือไม่ สำหรับวิธีการอ่านค่าของนาฬิกาแดดแบบอิเควเตอเรียล ก่อนอื่นให้เราดูเงาที่พาดผ่านบนนาฬิกาแดด จากภาพ นาฬิกาแดดบอกเวลา 13 นาฬิกา 20 นาที เป็นค่าเวลาที่คลาดเคลื่อนไปจากเวลาจริง ตัวอย่างการอ่านค่าจากนาฬิกาแดดนี้ เป็นค่าที่อ่านในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เมื่อดูที่กราฟสมการเวลาแล้ว พบว่าต้องบวกเวลาเพิ่มไปอีก 13 นาที โดยประมาณ เมื่อเรานำค่าเวลาที่อ่านได้ในตอนแรกมารวมกันกับเวลาที่ต้องบวกเพิ่มเข้าไป จะทำให้ได้ค่าเวลาใกล้เคียงกับเวลาจริง และแล้วผลการพิสูจน์ก็บ่งบอกได้ว่านาฬิกาแดดแบบอิเควเตอเรียลที่ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพสามารถบอกค่าเวลาได้ใกล้เคียงกับเวลาจริง แต่ในตอนนี้อาจมีคำถามเกิดขึ้นมาในใจได้ว่า กราฟของสมการเวลา คืออะไร ทำไมจึงทำให้ได้ค่าเวลาตรงกันกับนาฬิกาบนข้อมือหรือเวลาจริง จากการที่นาฬิกาแดดใช้ดวงอาทิตย์จริง (True Sun) เป็นตัวกำหนดเวลา ซึ่งเราเห็นค่าเวลานั้นจากเงาที่พาดอยู่บนวงโค้งที่มีตัวเลขบอกเวลาดังภาพ 2 […]
บลูชีส (Blue cheese) อาหารจากเชื้อรา
มารู้จักชีสกันเถอะ ชีสทำมาจากอะไร? ชีส (Cheese) หรือเนยแข็ง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม โดยใช้น้ำนมที่ผ่านกระบวนการพลาสเจอร์ไรส์หรือน้ำนมดิบ แล้วใส่เชื้อแบคทีเรียแลคติกพร้อมกับเติมเอนไซม์เรนนิน เพื่อให้โปรตีนตกตะกอนจับกันเป็นลิ่มสีขาว (Curd) หลังจากนั้นนำมาอัดรวมกันเป็นก้อนและนำไปบ่มเพื่อให้ได้รสชาติที่ต้องการ นอกจากนี้ชีสยังมีวิธีการผลิตที่ซับซ้อนแตกต่างกันออกไป โดยชีสบางชนิดมีการใส่วัตถุดิบแปลกๆ ลงไปด้วย นั่นคือ เชื้อรา (mold) อย่างเช่นในบลูชีส แล้วทำไมราที่อยู่บนบลูชีสถึงกินได้ ? วันนี้ลองมารู้จักบลูชีสกันเถอะ บลูชีส (Blue cheese) คืออะไร? บลูชีสเกิดจากการใส่สปอร์ของราเพนิซิลเลียม (Penicillium) โดยใช้เพนิซิลเลียม ร็อคฟอร์ติ (Penicillium roqueforti) หรือเพนิซิลเลียม กลูคัม (Penicillium glaucum) ซึ่งเป็นเชื้อราที่เป็นประโยชน์ลงไปในระหว่างกระบวนการผลิต เชื้อราจะเจริญเติบโตจนได้ชีสที่เราเห็นเป็นจุดสีฟ้าปนเขียวอยู่เต็มทั้งก้อน จึงทำให้กลายเป็นชื่อเรียกของชีสชนิดนี้นั่นเอง ทางด้าน รสชาติ กลิ่น สี ลักษณะเนื้อสัมผัส (texture) ที่แตกต่างกันนั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการเก็บรักษา ชนิดของน้ำนมและกรรมวิธีการผลิตของแต่ละท้องถิ่น ชีสชนิดนี้มีการผลิตในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก จึงมีชื่อเรียกแตกต่างกัน เช่น ในประเทศฝรั่งเศส เรียกว่า ร็อคฟอร์ต (Roquefort) ประเทศอังกฤษเรียกว่า สติลตัน (Stilton) และในอิตาลี เรียกว่า กอร์กอนโซล่า (Gorgonzola) […]
นิทรรศการพลังวิทย์พิชิตยาเสพติด (Anti – drug exhibition)
นิทรรศการพลังวิทย์พิชิตยาเสพติด (Anti – Drug Exhibition) จัดแสดงที่ชั้น 1 อาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม ให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดในด้านวิทยาศาสตร์ เป็นการสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการวิทยาศาสตร์ โดยใช้สื่อประสบการณ์จำลองกระตุ้นให้เกิดคำถาม และทดลอง นำไปสู่คำตอบ ผู้ชมมีส่วนร่วมในนิทรรศการในรูปแบบ Interactive เพื่อให้เยาวชนมีภูมิคุ้มกัน และรู้เท่าทันอันตรายของยาเสพติด โดยแบ่งออกเป็น 4 โซน ดังนี้ โซนที่ 1 : ภัยร้ายใกล้ตัว เพื่อให้เยาวชนรู้ทันอันตรายของยาเสพติดที่มาในรูปแบบต่าง ๆ โซนที่ 2 : รู้จักเพื่อรู้หลีก เพื่อให้เยาวชนรู้จักประเภทและชนิดของยาเสพติด โซนที่ 3 : ยาเสพติดมีฤทธิ์ร้าย เพื่อให้เยาวชนมีความเข้าใจภาวะของผู้ติดยาเสพติด และผลเสียต่อชีวิตและสังคม โซนที่ 4 : กลับตัวกลับใจ สังคมให้อภัย เพื่อให้เยาวชนถึงการป้องกัน และการบำบัดยาเสพติด FacebookFacebookXTwitterLINELine
ภารกิจสำรวจดาวอังคารครั้งแรกของจีนโดยยานอวกาศเทียนเวิ่น-1 (Tianwen-1)
“คำถามต่อสรวงสวรรค์” ภารกิจสำรวจดาวอังคารครั้งแรกของจีนโดยยานอวกาศเทียนเวิ่น-1 (Tianwen-1) องค์การอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) ตั้งชื่อภารกิจสำรวจดาวอังคารครั้งแรกของจีนนี้ใช้ชื่อว่า “เทียนเวิ่น-1” (Tianwen-1) มีความหมายว่า “คำถามต่อสรวงสวรรค์” ตั้งตามบทกวีซึ่งประพันธ์โดย “ชวี เยหวียน” (Qu Yuan) องค์การอวกาศแห่งชาติจีนระบุว่าชื่อนี้แสดงถึงความมุมานะของจีนในการแสวงหาความจริงและวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการสำรวจธรรมชาติและจักรวาลตามเนื้อหาในบทกวี ยานอวกาศเทียนเวิ่น-1 ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 โดยจรวดลองมาร์ช-5 (Long March-5) ณ ฐานปล่อยจรวดเหวินชาง เกาะไห่หนานและเข้าสู่วงโคจรรอบดาวอังคารได้สำเร็จเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 เวลา 19:52 น. ตามเวลาประเทศไทย ตามหลังยานโฮปของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปติด ๆ เป็นเริ่มต้นก้าวแรกสู่การสำรวจดาวอังคารของประเทศจีน ยานอวกาศเทียนเวิ่น-1 จะแยกส่วนยานเพื่อลงจอดบริเวณที่ราบต่ำยูโทเปีย (Utopia Planitia) บนดาวอังคาร ส่วนที่แยกออกไป ประกอบด้วยยานลงจอด (Lander) และรถสำรวจ (Rover) ที่จะทำหน้าที่ศึกษาพื้นผิวดาวอังคารที่ตำแหน่งต่าง ๆ มีอายุภารกิจประมาณ 90 วัน […]

