สัตว์…มีเหงื่อหรือไม่?

ในวันที่อากาศร้อน สิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ คงจะเป็นเรื่องของ เหงื่อ (Sweat) ซึ่งเป็นของเสียที่ร่างกายขับออกมาจากต่อมเหงื่อในรูปของเหลว ผ่านทางผิวหนังหรือตามซอกต่าง ๆ ของร่างกาย เหงื่อมักมีรสเค็ม เพราะมีเกลือเป็นส่วนประกอบ ในหยดเหงื่อประกอบด้วย น้ำ 99% ส่วนอีก 1% ได้แก่ โซเดียมคลอไรด์ ยูเรีย น้ำตาล ไขมัน กรดอะมิโนบางชนิด โพแทสเซียม แมกนีเซียม เหล็ก

ต่อมเหงื่อมี 2 ชนิด คือ Eccrine sweat glands หมายถึง ต่อมเหงื่อทั่วไปที่พบตามร่างกาย ได้แก่ ผิวหนัง ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ผลิตเหงื่อมีลักษณะใสเหมือนน้ำ ไม่มีกลิ่น ร่างกายจะขับเหงื่อนี้ออกมาเมื่อทำกิจกรรม หรืออยู่ในสภาวะอากาศร้อน และต่อมเหงื่ออีกชนิด คือ Apocrine Sweat Glands หมายถึง ต่อมเหงื่อที่พบในบางตำแหน่งของร่างกาย ได้แก่ รักแร้ แผ่นหลัง ขาหนีบ เหงื่อที่ออกมาจะมีกลิ่นเล็กน้อย เพราะมีส่วนผสมของไขมัน การที่มนุษย์เรามีเหงื่อ เป็นการช่วยระบายความร้อนและปรับสมดุลภายในร่างกาย แล้วบรรดาสัตว์ต่าง ๆ พวกมันมีเหงื่อหรือไม่

ในสัตว์เล็ก เช่น หมา แมว และนก หลายคนอาจเคยได้ยินว่า หมาหรือแมวไม่มีต่อมเหงื่อที่ผิวหนัง ความจริงแล้ว พวกมันมีต่อมเหงื่อ แต่มีจำนวนไม่มาก และไม่ได้กระจายอยู่ทั่วตัว ต่อมเหงื่อของสุนัขมีเพียงไม่กี่จุด ซึ่งอยู่ตามผิวหนังในบริเวณที่ไม่มีขนปกคลุม เช่น บริเวณฝ่าเท้า ที่อุ้งเท้าของสุนัขมีต่อมเหงื่อ ช่วยให้มันถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกาย พวกมันควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้เย็นลงโดยวิธีการหอบ และการระบายความร้อนทางจมูก แมวมีต่อมเหงื่อน้อยมาก กระจายอยู่ที่บริเวณอุ้งเท้า ข้างริมฝีปาก มุมคาง และใกล้รูทวาร มันจะระบายความร้อนโดยการเลียตามอุ้งเท้า หรือเลียตามตัว ส่วนสัตว์ประเภทนกไม่มีต่อมเหงื่อ พวกมันระบายความร้อนด้วยการระเหยน้ำจากปอดและถุงลมโดยตรง

ในสัตว์ใหญ่ เช่น ช้าง จะมีต่อมเหงื่ออยู่บริเวณโคนเล็บเท้า ซึ่งมีพื้นที่น้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดตัว ช้างจึงเป็นสัตว์ขี้ร้อน ธรรมชาติได้สร้างให้ช้างมีเส้นเลือดกระจายใกล้ผิวหนังเป็นแถบทั่วตัวเพื่อช่วยคายความร้อน และให้ผิวหนังของช้างมีรอยย่น เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัส และช่วยให้เก็บกักความชื้นได้

ฮิปโปโปเตมัส หรือเราเรียกสั้น ๆ ว่า ฮิปโป เหงื่อของฮิปโปมีสีแดง โดยต่อมเหงื่อใต้ผิวหนังของมันจะหลั่งของเหลวสีชมพูมีลักษณะเหนียวและเป็นด่าง ทำหน้าที่คล้ายน้ำยาเคลือบผิว เพื่อปกป้องผิวของมันจากความร้อนของแสงอาทิตย์ และควบคุมความสมดุลไม่ให้สูญเสียน้ำ และเหงื่อนี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษในการยังยั้งเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันการติดเชื้อเมื่อเกิดแผลได้ด้วย

มนุษย์มีต่อมเหงื่อกระจายอยู่เกือบทั่วร่างกายในการทำหน้าที่ขับเหงื่อ เพื่อช่วยระบายความร้อน และปรับสมดุลภายในร่างกาย สัตว์มีต่อมเหงื่อไม่มากพอที่จะระบายความร้อนได้เหมือนมนุษย์ สัตว์แต่ละชนิดมีรูปแบบการระบายความร้อน หรือต่อมเหงื่อที่แตกต่างกันไป พวกมันจึงใช้การปรับพฤติกรรมเพื่อรักษาสมดุลในร่างกายของมัน ซึ่งจะแตกต่างกันตามโครงสร้างร่างกายของสัตว์แต่ละชนิด

อ้างอิง

Message us