ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
สื่อสารผ่านสารสื่อประสาท
สมองเป็นศูนย์กลางการสั่งการและควบคุมการทำงานของระบบร่างกาย โดยใช้เส้นประสาทและสารเคมีเป็นสื่อในการส่งสัญญาณไปทั่วร่างกาย เรียกสารเคมีนั้นว่า “สารสื่อประสาท (Neurotransmitter)” ทำให้สมองสื่อสารกับเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ และอวัยวะต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งรับความรู้สึก ตอบสนองต่อความเจ็บปวด แม้กระทั่งการแสดงอารมณ์และสภาวะทางจิตใจ หากสารสื่อประสาททำงานผิดปกติ หรือมีความไม่สมดุลของสารเคมี ก็จะส่งผลต่อความผิดปกติของร่างกายหรือภาวะของโรค ตัวอย่างเช่น ภาวะซึมเศร้า การทำงานของสารสื่อประสาทเกิดขึ้น หลังจากที่สมองมีการสั่งการ ทำให้เซลล์ประสาทถูกกระตุ้นด้วยประจุไฟฟ้าที่เกิดจากการถ่ายเทเกลือแร่ระหว่างภายในและภายนอกเซลล์ประสาท แล้วส่งสัญญาณเพื่อกระตุ้นเซลล์ประสาทที่อยู่ข้างเคียง โดยการใช้สารสื่อประสาทส่งผ่านบริเวณช่องว่างระหว่างเซลล์ประสาทที่เรียกว่า ไซแนปส์ (Synapse) สารสื่อประสาทที่ปล่อยออกมาบริเวณปลายเส้นประสาทนี้ จะไปเกาะที่ตัวรับที่แตกต่างกันตามชนิดของสารสื่อประสาทของอีกปลายประสาทหนึ่ง ทำให้เกิดการตอบสนองหรือยับยั้งการทำงานของระบบร่างกายได้ สารเคมีที่ใช้ในการสื่อประสาทเหล่านี้มีหลายชนิด ตัวอย่างสารสื่อประสาทที่มีความสำคัญในการทำงานของร่างกาย เช่น สารสื่อประสาท หน้าที่ ตัวอย่างของการทำงานบกพร่อง อะซีทิลโคลิน (Acetylcholine) ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและอวัยวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคิด ความจำ การเรียนรู้ ถ้ามีปริมาณมากไปทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ตาพร่ามัว และเป็นอัมพาต แต่ถ้ามีน้อยไปส่งผลต่อการเรียนรู้ ภาวะสมองเสื่อม และอัลไซเมอร์ กลูตาเมต (Glutamate) ออกฤทธิ์กระตุ้น ช่วยในการทำหน้าที่ของสมอง เช่น ความจำ การเรียนรู้ […]
ทุกชีวิตมีการเคลื่อนไหว (The movement of living things)
โลกของเรามีสิ่งต่าง ๆ มากมาย เราแยกออกเป็นสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ซึ่งลักษณะสำคัญประการหนึ่งของสิ่งมีชีวิต คือ สามารถเคลื่อนที่ได้ การเคลื่อนที่ หมายถึง การเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกทีหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น การขยับขาก้าวเดินจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง อาจเคลื่อนไหวโดยการวิ่ง คลาน หรือกระโดด สิ่งมีชีวิตล้วนมีการเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อการดำรงชีวิต เช่น การค้นหาแหล่งอาหาร การย้ายถิ่นที่อยู่อาศัย การหลบหลีกศัตรู การค้นหาแหล่งสืบพันธุ์ การเคลื่อนไหวของมนุษย์และสัตว์ เกิดจากการทำงานอย่างสัมพันธ์กันของระบบข้อต่อ กล้ามเนื้อ และระบบประสาทในร่างกาย รูปร่างลักษณะที่แตกต่างกัน มีผลทำให้มีรูปแบบการเคลื่อนที่มีความแตกต่างกันไปด้วย การเคลื่อนที่โดยใช้ขาในการเดิน วิ่ง กระโดด เช่น มนุษย์ แมว สุนัข ม้า เป็นต้น การเคลื่อนที่โดยใช้ปีกในการบิน เช่น นก ค้างคาว และแมลงต่าง ๆ การเคลื่อนที่โดยใช้กล้ามเนื้อในการเลื้อยหรือคลาน เช่น ไส้เดือน งู หอยทาก เป็นต้น การเคลื่อนที่โดยใช้ครีบและหางในการว่ายน้ำ เช่น พวกปลาต่าง ๆ การเคลื่อนไหวของพืช เกิดจากการเจริญเติบโต […]
เคล็ดลับการกินที่ช่วยลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) หมายถึง ปริมาณแก๊สเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การขนส่ง การประกอบชิ้นส่วน การใช้งานและการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังใช้งาน โดยคำนวณออกมาในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่านั่นเอง ซึ่งการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการที่มีการปล่อยแก๊สเรือนกระจกน้อยจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการแก๊สเรือนกระจกได้ เคล็ดลับการบริโภคอาหารที่ช่วยลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 1. กินให้หมด ลดเศษอาหาร เศษอาหารนั้นมีส่วนในการทำให้เกิดแก๊สเรือนกระจก เพราะอาหารที่ถูกทิ้งจะย่อยสลายและเกิดเป็นแก๊สมีเทน และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกด้วย 2. กินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง การลดการกินเนื้อเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เนื่องจากการปล่อยแก๊สเรือนกระจกจากการผลิตของปศุสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อวัวและโคนมคิดเป็น 14.5 % ของการปล่อยแก๊สเรือนกระจกที่มนุษย์สร้างขึ้น เราอาจจำกัดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ให้เหลือเพียงมื้อเดียวต่อวันหรืองดเนื้อสัตว์สัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อลดปริมาณของแก๊สเรือนกระจกที่เกิดขึ้น 3. ซื้อผลิตผลในท้องถิ่น การซื้อของในท้องถิ่นช่วยลดการพึ่งพาอาหารที่ต้องขนส่งจากสถานที่ห่างไกล เป็นการตัดระยะทางในการขนส่ง ซึ่งเป็นการลดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคการขนส่ง แถมยังได้อาหารที่สดใหม่ และควรใส่ใจกับการเลือกซื้ออาหารปลอดสารพิษ เพื่องดการสนับสนุนผลผลิตที่ใช้สารเคมีในการเพาะปลูก 4. กินอาหารที่มีกากใยมากขึ้น การกินอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์ไม่เพียงแต่ทำให้สุขภาพดีขึ้น แต่ยังอาจช่วยลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกด้วย ซึ่งจากการศึกษาในชาวอเมริกัน 16,800 คน พบว่าอาหารที่ปล่อยแก๊สเรือนกระจกต่ำที่สุด คือ อาหารจากพืชที่อุดมด้วยเส้นใยสูงและมีไขมันอิ่มตัวและโซเดียมต่ำ 5. ลดการบริโภคนม การลดผลิตภัณฑ์นม เป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากการศึกษาในผู้ใหญ่ชาวดัตช์ 2,101 คน เปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์จากนมเป็นปัจจัยใหญ่เป็นอันดับสอง ในการปล่อยแก๊สเรือนกระจกรองจากเนื้อสัตว์เท่านั้น […]
มาทำความรู้จักกับบรรยากาศของโลกกันเถอะ
เคยสังเกตกันบ้างไหมว่าบรรยากาศของโลกนั้น นอกจากจะเป็นอากาศให้เราหายใจกันในทุก ๆ วันแล้ว บรรยากาศของโลกคืออะไร และมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตและโลกอย่างไรอีกบ้าง บรรยากาศ (Atmosphere) หมายถึง อากาศที่ห่อหุ้มโลก มีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ แก๊สชนิดต่าง ๆ ไอน้ำ ฝุ่นละออง และอื่น ๆ โดยบรรยากาศของโลกมีองค์ประกอบอยู่ 3 ส่วนด้วยกัน คือ 78.08%, ออกซิเจน 20.94%, อาร์กอน 0.93%, คาร์บอนไดออกไซด์ 0.03%, และอื่น ๆ อีก 0.2% ตามปกติแล้วจะไม่มีอากาศแห้งแท้ ๆ เนื่องจากอากาศโดยทั่วไปจะมีไอน้ำปนอยู่ ตั้งแต่ 0 ถึง 4% ไอน้ำ เกิดจากการระเหยของน้ำจากแหล่งต่าง ๆ การระเหยของน้ำจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ พื้นที่ผิวหน้า และปริมาณไอน้ำในอากาศ ไอน้ำที่เป็นส่วนผสมของอากาศนั้น เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดฝน ลม พายุ ฟ้าแลบ และฟ้าร้อง อนุภาคที่เป็นของแข็งที่มีขนาดเล็ก ได้แก่ ฝุ่นละออง […]
นิทรรศการ กาล-อวกาศ (Space and Time)
นิทรรศการกาล-อวกาศ (Space and Time) เปิดให้บริการ ณ ชั้น 2 อาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (อาคาร 2) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2560 นิทรรศการกาล-อวกาศ (Space and Time) มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความรู้และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับกาล-อวกาศ (Space and Time) อันจะส่งผลให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชนทั่วไปที่เข้าชมนิทรรศการ มีทัศนคติที่ดีต่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ เกิดความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของเวลากับชีวิต สามารถดำเนินชีวิตเป็นประชากรที่มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ ภายในนิทรรศการแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 5 ส่วนประกอบด้วย กาล-อวกาศ (Space and Time) กำเนิดจักรวาล กำเนิดเวลา (Origin of the Universe and Time) การเดินทางของชีวิตและเวลา (Journey of Life and Time) บอกเวลา (Time and Telling the Time) […]
